สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

ปดิพัทธ์ สันติภาดา หารือเรื่องการยกเลิกคำสั่ง คสช. และผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล เหลือเวลา อีก ๕ นาทีที่จะลงชื่อผมอยากเชิญชวน ส.ส. รัฐบาลมาลงชื่อด้วย เพราะว่าผมอยากฟัง เหตุผลจากฟากท่านด้วย เพื่อเราจะพิจารณากันว่าจะรับหรือไม่รับหลักการ ท่านประธานครับ คำสั่ง คสช. เหล่านี้ทางผู้เสนอได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ในหลักการใหญ่ ซึ่งเราแทบจะไม่ต้อง อภิปรายกันเลยว่า ในระบอบประชาธิปไตยที่เรากลับคืนมาแม้จะเป็นเพียงประชาธิปไตย แค่บางส่วน แต่ถ้าเราไม่ยกเลิกคำสั่ง คสช. เหล่านี้และผลพวงของมันที่อยู่ในกฎหมายต่าง ๆ อยู่ในระเบียบต่าง ๆ และอยู่ในวัฒนธรรมของประเทศไทยเราไม่สามารถที่จะหลุดออกจาก วัฒนธรรมอันเลวร้ายได้ฉุดรั้งของประเทศของเราไว้ได้ตอนนี้ เพื่อนสมาชิกของเราได้ อภิปรายไปในหลายมุม หลายมิติ แต่สิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนเพิ่มเติมก็คือ เรื่องของคำสั่งของ คสช. เหล่านี้จำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ท่านประธานครับ เมื่อมี การปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้งก็จะมีการเข้าควบคุมข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะจัดการไม่ให้เกิด ความเห็นต่าง ไม่ให้เกิดการต่อต้าน แล้วสิ่งที่ คสช. ทำ ก็ทำแบบเดียวกัน แต่สิ่งที่มันแย่ กว่านั้นก็คือ ได้มีการถ่ายโอนอำนาจภารกิจเหล่านี้ลงไปอยู่ที่ กสทช. ท่านประธานครับ ประกาศคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๗ ห้ามสื่อมวลชนสัมภาษณ์บุคคลที่อาจขยายความ ขัดแย้ง หรือสร้างความสับสน ไม่อย่างนั้นก็จะถูกระงับการเผยแพร่ ท่านประธานทราบไหม ครับ ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ ได้เรียกสื่อมวลชนเข้าไปหารือ เราไม่มี คสช. แล้วนะครับ แต่เรามี กสทช. ที่เรียกสื่อมวลชนเข้าไปหารือ และอาศัยมาตรา ๓๗ ที่จะ ทำให้สื่อมวลชนจะต้องเสนอข่าวสารที่หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสังคม และไม่ทำให้ เกิดแนวคิดของการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ซึ่งสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีการพูดถึงการล้มล้าง การปกครองของแกนนำ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า การหารือในวันนั้นบอกให้มี การหลีกเลี่ยงการนำเสนอ ๑๐ ข้อเรียกร้องในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่แค่ บุคคลที่มีความคิดแบบนั้น ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่บุคคลที่เข้าข่ายว่าจะมี ความคิดแบบเดียวกันด้วย นอกจากนั้นพรรคการเมืองที่เสนอให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ กสทช. บอกว่าให้เสนอได้เพียงแค่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่สัมภาษณ์ผู้เสนอไม่ได้ สัมภาษณ์ พรรคการเมืองไม่ได้ สร้างเวทีในการอภิปรายถกเถียงไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือวัฒนธรรม ที่ทำให้ตอนนี้นะครับ เรามีสิทธิเสรีภาพสื่อต่ำกว่าพม่า ปี ๒๕๖๓ เราอยู่ที่อันดับที่ ๑๓๗ มีเดีย ฟรีดอม อินเด็กซ์ (Media Freedom Index) ได้บอกเอาไว้ตามหลังอัฟกานิสถาน ท่านประธานครับ สิ่งแบบนี้ถ้าเราไม่ได้ถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้นก็คือเรามีคำสั่ง คสช. จำนวน มากที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เรานึกว่าเรื่องนี้จะดีขึ้นนะครับ เมื่อมีการเลือกตั้ง ในปี ๒๕๖๒ แต่ปรากฏว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ เราเห็นชัดเจนว่าในตอนที่มี การชุมนุมเรียกร้องในสิทธิที่ดินทำกินและสิ่งแวดล้อมของชาวจะนะ คฝ. ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ ของสื่อ มีการใช้ไฟฉายทำให้ไม่สามารถจะถ่ายภาพ ไม่สามารถถ่ายเหตุการณ์ได้ ตอนที่มี การชุมนุมที่ดินแดง มีการสั่งให้สื่อออกจากพื้นที่ในการชุมนุมและไม่สามารถจะบันทึกภาพ การใช้ความรุนแรงของ คฝ. ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ในปีที่แล้วในการสลายการชุมนุม ในเดือนตุลาคมมีผู้สื่อข่าวถูกจับ โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวที่อยู่ที่สำนักข่าวประชาไท และไม่มีข้อกล่าวหาใด ๆ แต่ถูกควบคุมตัวมากกว่า ๖ ชั่วโมง ราวกับเขาเป็นอาชญากร ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เองทำให้เราเห็นว่าคำสั่ง คสช. ที่เป็นจุดเริ่มต้นเหล่านี้ และระบบเผด็จการอำนาจนิยมที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน กำลังทำให้ประเทศของ เราอยู่ในภาวะวิกฤต แต่เนื่องจาก กสทช. เองก็รับอุดมการณ์ของ คสช. มานะครับ โดยเฉพาะ การที่พวกเขาแต่งตั้งกรรมการทั้ง ๗ คนเข้าไป กสทช. ทำหน้าที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนแทน คสช. แล้วก็ทำหน้าที่เดียวกับ คสช. ก็คือส่งเสริมความมั่งคั่งของนายทุน กสทช. ที่เรียกนักข่าวเข้าไปหารือในลักษณะเดียวกับที่ทหารเรียกคนที่มีทัศนคติ ที่ไม่เหมือนกับพวกเขาเข้าไปหารือ ในขณะเดียวกันนั้นนิ่งใบ้ในกรณีการควบรวม กิจการทรู ดีแทค ขออภัยนะครับ ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดีอี (DE) ได้ตอบแล้วว่าพวกเขาแทบจะไม่มีอำนาจอะไรเลยในการป้องกัน การผูกขาดนี้ แล้วแบบนี้จะมีรัฐมนตรีไปทำไม แล้วแบบนี้จะมี กสทช. ไปทำไม ในเมื่อปล่อย เกียร์ว่างให้กับทุนนิยมผูกขาดจากนายทุน แต่กับพี่น้องประชาชนแอ็กทีฟ (Active) แข็งขัน ที่จะปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ กสทช. ควรจะทำเรื่องอะไรอีกครับ ตอนนี้จากการที่มีการปิดวิทยุ ชุมชนทั่วประเทศ ตอนนี้จะมีให้เปิดประมูลใหม่นะครับ และคนที่จะสามารถเข้าสู่การประมูลนี้ ได้มีข้อสังเกตว่ามีเฉพาะสื่อเจ้าใหญ่ ๆ เท่านั้นเอง ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับ ประเทศของเรา ประเทศที่เรารักนะครับ แต่ถ้าสภาแห่งนี้ไม่ยอมให้มีการรับหลักการและ ไปถกเถียงกันในรายละเอียด ผมไม่รู้ว่าเราจะมีหน้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนราษฎรได้อย่างไร และสภาของเรามันน่าอับอายมากนะครับ เราอาจจะถกเถียง ฝ่ายค้านอาจจะแพ้ในกฎหมาย อื่น ๆ ได้นะครับ แต่ถ้าเราผู้มาจากการเลือกตั้ง แต่เราปฏิเสธที่เราจะถอดถอนอำนาจของ คสช. ผมเชื่อแน่นอนว่านี่คือประวัติศาสตร์อันด่างพร้อยและเราจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อพี่น้องประชาชน และผมอยากจะขอพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ตอนนี้นะครับว่า การเลือกตั้ง ที่จะมาถึงไม่ว่าจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าก็ตาม เราจำเป็นที่ต้องหยุดยั้ง ถ้าเราหยุดคำสั่ง คสช. ในวันนี้ไม่ได้เพราะเราแพ้เสียงข้างมากในสภานะครับ การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นประกาศิต ที่ประชาชนทุกคนจะพิพากษา คสช. และคำสั่ง คสช. ด้วยกันนะครับ ขอบคุณครับ