วิรัตน์ สนับสนุนยกเลิกประกาศ คสช. 35 ฉบับ คืนความชอบธรรมประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิรัตน์ วรศสิริน อภิปรายสนับสนุนการยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. โดยเฉพาะที่ออกตามมาตรา 44 ซึ่งถือว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ขัดต่อหลักประชาธิปไตยและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภายกเลิกคำสั่งดังกล่าวเพื่อคืนความชอบธรรมให้แก่ระบอบประชาธิปไตย ลดภาระกระบวนการยุติธรรม และคลายการควบคุมสื่อและเสรีภาพที่ไม่เป็นธรรม

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน จากพรรคเสรีรวมไทย วันนี้จะขออภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคำสั่งของคณะ คสช. นี้นะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๔๔ คืออะไร มาตรา ๔๔ คือกฎหมายที่ออกและบังคับใช้ตามอำนาจเผด็จการของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้งที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการยึดอำนาจ ทำรัฐประหารและเป็นหัวหน้า คสช. ในขณะนั้น ท่านประธานครับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งหัวหน้า คสช. มิใช่มีเพียงอำนาจเท่านั้น ยังมีเงินเดือน เดือนละ ๑๒๕,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนะครับ ส่วนตำแหน่ง คสช. อีก ๑๒๕,๐๐๐ เศษ ๆ ๒ ตำแหน่งนี้รวมกัน ๒๕๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ยังไม่หมดนะครับท่านประธาน พลเอก ประยุทธ์ ยังเป็นประธานคณะกรรมการอีกมากกว่า ๕๐ คณะ เบี้ยประชุมอีกมากมายขนาดไหนก็ไม่มี ใครรู้ มีทั้งเบี้ยประชุมรายครั้ง มีทั้งเบี้ยประชุมรายเดือน อย่างเช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เบี้ยประชุมครั้งละ ๒๐,๐๐๐ บาท หัวหน้า คสช. อยากได้เหลือเกินยุทธศาสตร์ชาติ อยากได้มาก ๒๐,๐๐๐ บาท ส่วนเบี้ยประชุมรายเดือนสภาความมั่นคงแห่งชาติ สภากลาโหม เป็นรายเดือน เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น ๕๐ คณะนี้ ถ้าสมมติว่าประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๕๐ ครั้ง ก็เดือนละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว เพราะฉะนั้นหัวหน้า คณะปฏิวัตินี้จะมีรายได้จากเงินเดือนนายกรัฐมนตรีบวกเงินเดือนหัวหน้า คสช. ก็ ๒๕๐,๐๐๐ เบี้ยประชุมอีก ๗๕๐,๐๐๐ คูณด้วย ๑๒ ก็ตกปีละ ๙ ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามนี้ ๕ ปีก็ ๔๕ ล้านบาท ท่านประธาน เขาอยากอยู่ยาว ไม่อยากให้เลือกตั้งจริง ๆ ผมดูแล้วน่าจะ เป็นความจริง แต่ท่านประธานครับ รายได้จะเป็นไปตามที่ผมว่าทั้งหมดนี้หรือไม่ ผมใช้ ประมาณ ๆ นะครับท่านประธาน แต่นอกจากรายได้ที่มากแล้ว หัวหน้า คสช. ยังมีอำนาจ มากตามมาตรา ๔๔ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๗ ประกาศคำสั่งต่าง ๆ ใช้บังคับถือเป็น กฎหมายโดยทันที ตื่นเช้ามาท่านหัวหน้า คสช. ท่านคิดว่าไม่อยากให้นั่งท้ายรถกระบะ เพราะมันอันตราย มันดูไม่ดี ไม่เหมือนทหารนั่งแล้วดูดี ท่านก็ออกประกาศมาตรา ๔๔ ห้ามนั่งท้ายรถกระบะทันที เป็นกฎหมายไปทันที ท่านประธานครับ สิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนถูกจำกัดและถูกละเมิดโดยตรงจากการใช้อำนาจชนิดตามแต่ใจตัวเองของหัวหน้า คสช. ดังนั้นตามญัตติในวันนี้ที่เสนอให้มีการยกเลิกประกาศและคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ขัดต่อ หลักสิทธิมนุษยชนและไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ผมเรียกง่าย ๆ ว่าเป็น พระราชบัญญัติปลดอาวุธ คสช. นะครับ กระผมขอสนับสนุนด้วยเหตุผล ๓ ประการ ดังนี้

ประการที่ ๑ การออกพระราชบัญญัตินี้จะเป็นการยืนยันหลักการ ประชาธิปไตย เพราะเป็นการบอกว่าอำนาจที่ได้มาจากการใช้อาวุธยึดจากประชาชนนั้น เป็นอำนาจที่มิชอบและมิควรมีอีกต่อไป จริงอยู่นะครับ แม้ว่าหลังจากการยึดอำนาจแล้ว จะกลายเป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็ตามประชาชนก็ต้องอยู่กับอำนาจนั้นไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ก็ตามที แต่ก็มิใช่อยู่ด้วยความยินยอมนะครับ แต่อยู่ในสภาพบังคับที่ไม่มีทางเลือก ดังนั้นเมื่ออำนาจกลับคืนสู่ประชาชนแล้ว มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนี้แล้ว ก็ควรจะเป็น หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะได้ยกเลิกผลพวง เรียกว่า มรดกบาปจากคณะรัฐประหาร ท่านประธานครับ อันนี้คือเหตุผลประการที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลเชิงหลักการนะครับ

ส่วนเหตุผลประการที่ ๒ เป็นเหตุผลเชิงเนื้อหา เมื่อพิจารณาจากรายละเอียด ในประกาศคำสั่งที่ท่านเสนอยกเลิกมาทั้งหมดนี้ พบว่าล้วนเป็นคำสั่งที่ขัดกับหลักสำคัญที่สุด ในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือหลักสิทธิมนุษยชน มีการละเมิดสิทธิพลเมือง สิทธิทาง การเมืองของประชาชนอยู่หลายประการ อาทิเช่น การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร มีคำสั่ง เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ๑๐ ฉบับเป็นอย่างน้อย รวมประกาศคำสั่งที่จำกัดการแสดงออกและ เสรีภาพในการชุมนุมต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะคำสั่งที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน ๕ คน เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการทำกิจกรรม รวมทั้งคำสั่งที่ห้ามพรรคการเมือง ประชุมและดำเนินการทางการเมืองใด ๆ ผมพูดถึงเรื่องนี้จะตลก ท่านประธานครับ ประกาศ คำสั่งตามมาตรา ๔๔ ให้อำนาจ คสช. เรียกพลเรือนไปรายงานตัวและสอบสวน ในค่ายทหารได้ น่าอายมาก รู้ถึงไหนก็อายทั้งโลก แล้วก็ยังมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ของสื่อ กำหนดให้สื่อทุกช่องต้องออกอากาศออกรายการตามคำสั่งของ คสช. นอกจากนี้ยังมี คำสั่งที่มีปัญหากับการจัดการที่ดินและสร้างปัญหาไว้กับสิ่งแวดล้อมมากมาย ตามที่ท่าน ผู้เสนอได้ชี้แจงในที่ประชุมไปแล้วนะครับ ดังนั้นเหตุผลเชิงเนื้อหาสำหรับผมถือว่าผ่าน เพราะได้ตรวจได้คัดกรองมาแล้ว กฎหมายที่ผิดหลักนิติธรรมและละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งนั้น อีกทั้งยังตรวจสอบแล้วว่ายกเลิกในแต่ละฉบับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ดังนั้น ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมให้เป็นมลทินของหัวหน้า คสช. อีกต่อไป ยกเลิกไปดีแล้วครับท่าน ประธาน สนับสนุน

ประการที่ ๓ เหตุผลในเชิงปฏิบัติ ท่านประธานครับ การยกเลิกประกาศ คำสั่งที่มีปัญหาทั้งที่มาและเนื้อหาทั้งหมดนี้จะทำให้คดีที่เกี่ยวข้องที่เหลือที่ตกค้าง อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะได้ถูกจำหน่ายออกไป จะเป็นการลดภาระที่ไม่จำเป็นต่อ กระบวนการยุติธรรม ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา รวมทั้งเหตุผลต่าง ๆ ที่ผู้เสนอได้ชี้แจงในที่ประชุม สภาแล้ว กระผมเห็นว่าเป็นคุณต่อระบอบประชาธิปไตยในอนาคต หากสภาได้ลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ๓๕ ฉบับนี้ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา ต่อไปจะเป็นผลดีทั้งในทางปฏิบัติและในทางเชิงหลักการต่อไป กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ