สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

ภราดร ปริศนานันทกุล เสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยเฉพาะการเรียนออนไลน์ และเรียกร้องการสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษาให้กับนักเรียนทุกคน โดยให้รัฐบาลสร้างแพลตฟอร์มทางการศึกษาขึ้นมาเพื่อบรรจุหลักสูตรต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาต ท่านประธานเป็นตัวแทนของเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย นำโดยท่าน ส.ส. อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกอีก ๕๐ กว่าชีวิตที่ได้ร่วมกันเสนอกฎหมายเสนอแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนที่ผมจะอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเพื่อให้ตรงไปตามข้อบังคับในหลักการและเหตุผล

หลักการ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเพิ่มเติมบทนิยามของคำว่า การศึกษาผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) และแก้ไขบทนิยามของคำว่าสถานศึกษาในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑

เหตุผล เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยยังไม่มีบทนิยามของคำว่าการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ดังนั้นเพื่อให้เป็นการรองรับการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งเป็น อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษา โดยเฉพาะบุคคลที่มีความไม่พร้อมทางรายได้ ครอบครัว และสังคม หรือมีความจำเป็นบางประการ จึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนได้ตามศักยภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ผมขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติมอภิปรายสักเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขดังกล่าว สืบเนื่องจากที่พวกเราพรรคภูมิใจไทยได้มีแนวคิด แล้วก็ได้ เสนอแนวคิดนี้ต่อสังคมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ในช่วงที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งใหญ่ พวกเราออกนโยบายให้รัฐจัดให้มีการเรียนรูปแบบออนไลน์ (Online) ขึ้น หลักคิดใหญ่ของ พวกเรา เรามีหลักคิดว่าเราอยากจะสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษา เราอยากจะลด ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างนักเรียนที่มีฐานะยากจนกับนักเรียนที่มีฐานะร่ำรวย เราอยากจะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักเรียนที่อยู่ในเขตชนบทกับนักเรียนที่อยู่ใน กรุงเทพมหานคร เราอยากจะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักเรียนโรงเรียนใหญ่และนักเรียน โรงเรียนเล็ก เราเห็นว่าการศึกษาด้วยระบบออนไลน์ (Online) ซึ่งบนเทคโนโลยีสมัยใหม่ มันสามารถที่จะทำให้การศึกษาระบบออนไลน์ (Online) สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เราอยากจะเห็นหลักสูตรที่ทุกคน และไม่เฉพาะแต่ช่วงวัยเรียนเท่านั้น สามารถที่จะเข้าถึง หลักสูตรที่ตัวเองอยากจะเรียนรู้เพื่อต่อยอดได้ตามความประสงค์ของผู้ที่ใฝ่รู้ เราอยากจะเห็น การแก้ปัญหาของโรงเรียนในชนบท เรื่องการขาดแคลนครูผู้สอน ครูผู้สอนไม่ครบชั้นเรียน ครูผู้สอนไม่ครบสาระวิชาในโรงเรียนเล็ก ๆ ในชนบท เราอยากจะเห็นความเท่าเทียมกัน ของโรงเรียนในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นโรงเรียนใหญ่ ๆ กับโรงเรียนในต่างจังหวัดโรงเรียน เล็ก ๆ ทำไมเด็กนักเรียนในต่างจังหวัดไม่มีโอกาสเข้าถึงทางการศึกษาได้เหมือนกับนักเรียน ในเมืองหลวง หรือในโรงเรียนใหญ่ ๆ ทำไมเราไม่สามารถเอาหลักสูตรของโรงเรียนที่เป็น โรงเรียนที่มีมาตรฐานสูงของประเทศไทย ผมยกตัวอย่าง เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบ ทำไมเราไม่สามารถเอาหลักสูตรพวกนี้ไปสอน ไปใช้ให้กับเด็กนักเรียน ที่อยู่ในชนบทได้ นี่คือหลักคิดของการสร้างความเท่าเทียมกัน เราจึงคิดว่าเป็นหน้าที่ของ รัฐบาลที่จะต้องสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) ทางการศึกษาขึ้นมา ๑ แพลตฟอร์ม (Platform) เพื่อบรรจุหลักสูตรต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ แล้วให้นักเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้มีโอกาสเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ให้เด็กนักเรียนที่พ่อแม่มีสตางค์กับเด็ก นักเรียนที่อยู่ในชนบทพ่อแม่ไม่มีสตางค์ได้มีโอกาสเข้าถึงหลักสูตรที่เท่าเทียมกัน ด้วยเทคโนโลยีนี้ละครับสามารถที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาได้ นี่คือหลักคิดที่ พวกเรานำเสนอต่อสังคมขณะนั้น และเป็นที่มาของการเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เราเสนอร่างฉบับนี้โดยท่านหัวหน้าอนุทิน ได้เสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ๑๘ เดือนเต็ม ๆ ครับท่านประธาน วันนี้เพิ่งจะได้มีโอกาสหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณา นี่คือความล่าช้าของกระบวนการทางรัฐสภา กระบวนการทางฝ่ายนิติบัญญัติของ เราหรือไม่ ที่กฎหมายหลายฉบับที่มีความก้าวหน้า แต่เราไม่สามารถที่จะหยิบขึ้นมาพิจารณา ให้ทันกับสถานการณ์ เรื่องการเรียนออนไลน์ (Online) นี้แสดงให้เห็นได้ชัดเจนในช่วงปีกว่า ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ช่วงปีกว่าที่ผ่านมาเราเห็นสถานการณ์โควิด (COVID) เด็กนักเรียนขณะนี้เรียนหนังสือออนไลน์ (Online) แต่การเรียนออนไลน์ (Online) ของเด็ก นักเรียนสมัยนี้คือการย้ายห้องเรียนจากที่โรงเรียนไปเรียนหน้าจอโทรศัพท์ที่บ้านเท่านั้น แต่หลักสูตรเนื้อหาสาระก็ยังเป็นครูที่โรงเรียนนั่นละสอน พวกเราคิดไกลกว่าการย้าย ห้องเรียนจากโรงเรียนไปอยู่ที่บ้านครับ พวกเราคิดไกลไปถึงขนาดว่าหลักสูตรอย่างที่ผมบอก เมื่อสักครู่ คือหลักสูตรจะต้องมีความเสมอภาค นักเรียนอยากจะเรียนหลักสูตรของโรงเรียน ที่ดีที่สุดในประเทศไทยต้องได้เรียน นักเรียนอยากจะเรียนหลักสูตรของต่างประเทศ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปหาหลักสูตรเหล่านั้นมาให้กับประชาชน มาให้กับเยาวชน หรือให้กับประชาชนทั่วไปที่เขาอยากจะเรียนต้องได้เรียน นี่เป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงเกิดเป็น แนวคิดที่ว่า แต่อย่างที่บอกกับท่านประธานครับ ด้วยความล่าช้าของกระบวนการทาง กฎหมายของพวกเรา กระบวนการทางรัฐสภาของพวกเรา ทำให้ร่างฉบับนี้กินเวลาถึง ๑๘ เดือน ก่อนที่จะได้รับการพิจารณา อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน เมื่อ ๓ สัปดาห์ที่แล้ว ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นถึงความสำคัญของหลักคิดดังกล่าว จึงได้มีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเข้ามา ๑ ร่างพระราชบัญญัติ เรียกว่า พระราชบัญญัติการส่งเสริม การเรียนรู้ ซึ่งอยู่ในกฎหมายปฏิรูป ก็ได้เสนอเข้าต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาก็ได้มีการพิจารณาผ่านในวาระที่ ๑ ไปเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ในชั้นของ กรรมาธิการ ผมกำลังจะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณา อยู่ในชั้นกรรมาธิการที่เรียกว่า ร่างส่งเสริมการเรียนรู้นั้นได้ยกเลิกพระราชบัญญัติที่ผม กำลังจะแก้ไขในขณะนี้ก็คือ พระราชบัญญัติ กศน. พูดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นนั่นหมายความว่าการแก้ไขที่จริง ๆ แล้วเราได้เสนอก่อนหน้านั้น เราได้เสนอไป เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ กศน. มันจึงไม่มีความหมายเมื่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การเรียนรู้ได้มีการพิจารณาอยู่และจะมีการยกเลิกร่างพระราชบัญญัติที่ผมกำลังจะแก้ไข ฉบับนี้ นี่คือความล่าช้าของกระบวนการรัฐสภาในการพิจารณาตรากฎหมายหรือไม่ อย่างไร ผมให้เป็นข้อสังเกต อย่างไรก็ดีครับ ผมต้องอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณทางกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้เห็นถึงความสำคัญของหลักคิด แล้วก็ได้เห็นแนวทางทางการศึกษาในอนาคตที่ไม่ได้ แตกต่างจากพวกเราพรรคภูมิใจไทย จึงได้เสนอเข้าไป ผมถือโอกาสตรงนี้สั้น ๆ นิดเดียวครับ ต้องฝากเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ช่วยบรรจุสิ่งที่ พวกผมพรรคภูมิใจไทยได้ร่างเอาไว้ แล้วจะได้แก้เอาไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีมาตราเดียวที่แก้ ก็คือคำนิยามของการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) และเรื่องคำนิยามของสถานศึกษา ซึ่งสามารถที่จะเอาไปบรรจุ เอาไปใส่ไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้ครอบคลุมแล้วก็ให้สมบูรณ์แบบได้ต่อไป ก็ต้องถือโอกาสฝาก เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการไปแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการด้วย ผมถือโอกาสตรงนี้ ในท้ายที่สุดครับ เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เมื่อความล่าช้าเกิดขึ้นเช่นนี้ และเมื่อมีการเสนอ ร่างนั้นไปแล้ว แล้วร่างนั้นเป็นการยกเลิกร่างที่ผมกำลังจะแก้ไข เพราะฉะนั้นจึงไม่มี ความจำเป็นที่ผมจะต้องเสนอร่างนี้อีกต่อไป เพราะมันได้ไปอยู่ใต้ร่มใหญ่ของพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการเรียนรู้แล้ว ผมในฐานะตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยจึงถือโอกาสตรงนี้ขออนุญาต ท่านประธาน พร้อมทั้งขออนุญาตเพื่อนสมาชิกให้เป็นไปตามข้อบังคับ พวกผมขอถอนร่างนี้ ออกจากระเบียบวาระการประชุมครับ ขอบพระคุณครับ