บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วในจังหวัดระยอง และเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายการเดินเรือเพื่อป้องกันมลพิษ โดยเน้นการลงทะเบียนสารเคมี จัดโซนเรือ ตรวจสอบความปลอดภัย และเรียกร้องค่าเสียหายจากเรือต่างชาติอย่างชัดเจน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่จังหวัดระยองเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่เคย ประสบปัญหาเรือสัญชาติกรีซ เมื่อปี ๒๕๕๖ ขนส่งน้ำมันมาส่งให้บริษัท พีทีทีจีซี เกิดท่อ น้ำมันดิบขนาด ๑๖ นิ้วแตก แล้วก็ทำให้น้ำมันดิบรั่วไหลจากชายฝั่ง ๒๐ กิโลเมตร ๒ วัน ต่อมาเกาะเสม็ด เริ่มที่อ่าวพร้าวที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของจังหวัดระยองนั้น ทั้งเกาะเสม็ดก็กลายเป็นสีดำ แล้วคราบน้ำมันเหล่านั้นก็ได้กระจายไปสู่ชายฝั่งทะเลของ จังหวัดระยองและใกล้เคียงนะครับ ทำให้กุ้ง หอย ปู ปลา ตลอดจนชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเกิดความเสียหาย ทั้งเฉียบพลัน แล้วก็ต่อเนื่องนะครับ สารพิษต่าง ๆ นั้นทำให้ ผู้บริโภคอาหารทะเลก็ไม่สามารถที่จะบริโภคได้ ทำให้เกษตรกรและชาวประมงได้รับ ความเสียหายเป็นอย่างมาก ถือเป็นประวัติศาสตร์ของการที่มีเรือสัญชาติอื่นมาสร้าง ความเสียหายให้แก่ชายฝั่งและทะเลของประเทศไทยนะครับ ซึ่งรัฐบาลไทยต้องใช้เงิน จำนวนมากในการกำจัดคราบน้ำมัน ทั้งในผิวน้ำก็ดีและในชายฝั่งก็ดี แต่ก็ไม่สามารถ ดำเนินการให้มีความสะอาดและสวยงามได้นะครับ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ทราบว่า รัฐบาลไทยได้ไปเรียกร้องบริษัทเหล่านี้ ฟ้องร้องให้เรือสัญชาติต่างประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ จ่ายให้แก่ประเทศไทยหรือไม่ อย่างไรนะครับ แต่การที่มีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่า การแก้กฎหมายในครั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทย ซึ่งมีนโยบายที่จะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่าง ประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ เพื่อร่วมมือกับนานาชาติในการ ควบคุมมิให้การทิ้งขยะจากเรือหรือแท่นขุดเจาะน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นแท่นอยู่กับที่ หรือเป็น แท่นลอยน้ำก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างในทะเลให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ ในเรื่องที่ผมได้นำเรียนว่า จังหวัดระยองและภาคตะวันออกได้รับผลพวงจากการเดินเรือนะครับ ซึ่งได้นำสารเคมีก็ดี หรือแม้กระทั่งขยะต่าง ๆ ก็ดีมาทิ้งไว้ในทะเล หรือกระทบขึ้นมาถึงบนบก เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง แล้วก็เป็นสิ่งที่ประชาชนก็กังวล ในเรื่องของข้อสังเกตที่ผมจะฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ช่วยพิจารณาในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ก็คือว่า ข้อที่ ๑ กฎหมายฉบับนี้จะต้องให้มีการลงทะเบียนว่า เรือที่ลอยลำอยู่ใกล้ชายฝั่งหรือเข้ามา ในน่านน้ำไทย มีสารเคมีอะไรบ้าง เดี๋ยวนี้สารเคมีมีทั่วไปการจราจรทางบกเราจะเห็นว่า มีตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ก็ดีหรือถังเป็นแคปซูลต่าง ๆ ก็ดีจะต้องมีรหัสว่าเป็นสารอะไร ซึ่งคนที่เรียนทางด้านอาชีวอนามัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมเขาจะรู้ดีว่า ขับรถแบบนี้ ติดตาม รถแบบนี้ อย่างที่ระยองบ้านผม ท่านใดไปท่องเที่ยวที่ระยองที่ภาคตะวันออก ท่านจะได้รับ การอารักขาจากรถตู้คอนเทนเนอร์ (Container) และแคปซูลอย่างนี้ขนาบไป ๒ ข้างทาง ตลอดเวลาเลย ถ้าท่านสังเกตให้ดีท่านจะรู้ว่าสารเคมีอะไรที่อยู่ตรงนั้น แต่ผมเชื่อว่าคนไทย ส่วนใหญ่ไม่รู้ กฎหมายจะต้องบอกว่า เรือลำนี้สารเคมีอะไร มีขยะอะไร ขยะของประชาชน บนเรือ ลูกเรือ หรือขยะที่เอามาขาย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นขยะสารพิษ ต้องรู้ ข้อที่ ๒ จะต้องมีมาตรการในการระวังการรั่วไหลสารเคมี ไม่ใช่ว่า ใช้วาล์วใช้ท่อที่ไม่มีคุณภาพ ก็ต้อง มีมาตรการ ในส่วนนี้ต้องแจ้ง ข้อที่ ๓ ต้องแจ้งปริมาณขยะด้วย ข้อที่ ๔ จะต้องจัดโซนนิง (Zoning) ในการจอดเรือ ไม่ใช่จอดใกล้ชายฝั่งจนเกินไป เวลาเกิดเหตุไม่สามารถเอาลูกลอย ไปล้อมน้ำมันต่าง ๆ เพื่อจัดการกลางทะเลได้ ข้อที่ ๕ จะต้องมีมาตรการในการระวังเหตุ มีการตรวจตราระวังและสามารถระงับเหตุได้โดยเร็ว ถ้าเกิดว่ามีเรื่องขึ้นมาหน่วยงานไหน ที่จะต้องไปรับผิดชอบ ทั้งตัวเรือเองก็ต้องมีเครื่องมือดับเพลิง ต้องมีเครื่องมือในการกำจัด สารเคมีในสิ่งที่ตัวเองบรรทุกมา ข้อที่ ๖ จะต้องไม่สร้างผลกระทบต่อชาวประมงไทย เกินจำเป็น ชาวประมงไทยมีความเดือดร้อนจากกฎหมาย พ.ร.ก. ประมง ที่รัฐบาลออก เพื่อเอาใจไอยูยู (IUU) สหภาพยุโรปมากเกินสมควรอยู่แล้ว ก็ไม่อยากให้ประมงไทยของเรา จะต้องรับภาระจากการแก้กฎหมายครั้งนี้เกินความจำเป็น ก็ฝากคณะกรรมาธิการช่วยดูด้วย แล้วก็สุดท้ายข้อที่ ๗ การที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย จากเรือเหล่านี้สัญชาติต่าง ๆ ที่ทำความ เสียหายไว้จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจน ไม่ใช่เสียหายเฉพาะในทะเล พี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากกุ้งหอยปูปลา จากสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นผลกระทบ ที่ความเสียหายระยะยาวก็ต้องสามารถรวมกันมาเพื่อเรียกร้องความเสียหาย หรือว่าเคลม (Claim) ได้ด้วยครับ จึงขอฝากท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ด้วย เพื่อปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ให้ดีที่สุด กราบขอบพระคุณครับ