คารม พลพรกลาง หารือร่าง พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของทะเลต่อชีวิตประชาชน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม แหล่งอาหาร และการท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งทางทะเลอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามถึงความขัดแย้งในมาตราต่าง ๆ โดยเฉพาะการใช้คำว่า "แท่น" การอนุญาตให้ทิ้งขยะจากเรือไทยในพื้นที่พิเศษ และข้อกำหนดเกี่ยวกับการเรียกค่าเสียหายจากเรือต่างชาติ พร้อมเสนอให้ปรับถ้อยคำให้ชัดเจนและเรียกร้องคำชี้แจงจากภาครัฐเพื่อความโปร่งใสและประโยชน์สูงสุดของประชาชน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ คณะรัฐมนตรีที่เสนอมานี้ เป็นกฎหมายที่มีความจำเป็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่บ้าน ไม่ได้อยู่ติดทะเลต้องลุกขึ้นมาพูด เพราะเนื่องจากว่าบ้านผมถึงจะไม่อยู่ติดทะเล กว่าจะเห็น ทะเลก็ต้องมาเที่ยว แต่ว่าเราทานอาหารทะเล บ้านผมกินปลาทู กินหอย กินปลาหมึก กินทุกอย่าง ก็มาจากทะเล ธุรกิจที่ส่งอาหารทะเลไปที่จังหวัดผมที่ร้อยเอ็ด ที่มหาสารคาม ที่อะไร ก็แล้วแต่ ที่อีสานหรือจังหวัดอื่นมาจากทะเล เพราะฉะนั้นทะเลสะอาดปราศจากมลพิษ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเหตุว่าทะเลเป็นสมบัติของประชาชนคนไทย ไม่ว่าตามรัฐธรรมนูญ หรือตามข้อเท็จจริงคนทุกคนจึงไปเที่ยวทะเล นอกจากนั้นทะเลยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้าง เงิน เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ บังเอิญที่ผมเป็น กรรมาธิการคมนาคม เป็นรองประธานศึกษาระบบคมนาคมทางน้ำ การขนส่งทางทะเล เป็นเรื่องที่ควรจะส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เพราะเหตุว่าจะทำให้ประหยัดในเรื่อง ระบบการขนส่ง เพราะฉะนั้นหลายคนเวลาพูดถึงน่านน้ำไทย น่านน้ำสากลถ้าไม่อธิบาย เวลาซื้อเรือดำน้ำ ซื้อเรือโน้นเรือนี้ที่มารักษาประโยชน์ของชาติไม่อธิบายคนจะไม่เข้าใจ แต่ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่บอก ไม่ใช่ผมเห็นด้วย กับการซื้อเรือดำน้ำนะครับ แต่ผมเห็นด้วยกับการรักษาผลประโยชน์ของรัฐในเขตน่านน้ำ ถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญ
ประเด็นแรกที่ผมจะสอบถามก็คือว่า มันมีอยู่ในหลายมาตรานะครับ คำว่า แท่นที่เป็นที่จะทิ้งขยะมลพิษลงในทะเล น่าสนใจมากว่าท่านถูกเขียนไว้ในหลายมาตรา แท่นคืออะไร คือที่จะต้องทิ้งขยะลงไป มีตั้งแต่มาตรา ๑๒๐/๕ มาตรา ๑๒๐/๖ มาตรา ๑๒๐/๗ มาตรา ๑๒๐/๙ แต่พอมาตรา ๑๒๐/๘ ท่านเขียนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งขยะจากเรือไทยไปในพื้นที่พิเศษ เว้นแต่ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีจะอนุญาตโดยคำนึงถึงอนุสัญญา อันนี้ต้องถาม ท่านประธานผ่านไปยัง ครม. ว่า ทำไมเว้นครับ จริง ๆ แสดงว่าเขตน่านน้ำพิเศษไม่มีแท่นเรือ คือบ้านผมไม่มีทะเลจึงไม่เข้าใจ เหมือน ส.ส. บางท่านที่บ้านอยู่ริมทะเลจะมีแท่นเรือ หรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นเรื่องที่ผมอาจจะฝากในชั้นกรรมาธิการด้วย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนกฎหมายว่าท่านจงใจหรือว่ามันไปมีอย่างอื่นอยู่ อันนี้ก็ต้อง ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรี
เรื่องที่ ๒ เป็นคำถามจริง ๆ เยอะมากครับ บังเอิญว่าชั้นปริญญาตรีผมไม่รู้ จับพลัดจับผลูไปเรียนกฎหมายเรื่องการเดินเรือในน่านน้ำไทย ก็เลยพอที่จะพูดคุย ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีได้ ในมาตรา ๑๒๐/๑๘ เป็นการเรียกค่าเสียหายจากเรือ ของรัฐต่างชาติ ท่านดูนะครับ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐครับ ในวรรคแรกมีวรรคเดียว ว่า เรื่องค่าเสียหายที่จะต้องดำเนินคดีกรณีที่เรือต่างประเทศที่อยู่ภายในน่านน้ำไทยแล้ว กระทำความผิด ไม่ว่าภายในทะเลอาณาเขตหรือเขตเศรษฐกิจจำเพาะรัฐภาคี ซึ่งไม่ใช่อยู่ใน ความผิดต่อเนื่องที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลไทย แล้วมีการดำเนินคดี คำถามมีอยู่ ๒ คำถาม คือว่า รัฐนั้นอาจจะดำเนินคดี หรือถ้าไทยดำเนินคดีแทนรัฐที่เป็นเจ้าของเรือทำนองนั้น ก็มีหลักเกณฑ์อยู่ในวงเล็บว่ากันไป ๓ วงเล็บ แต่ที่สงสัยคือวรรคสุดท้ายท่านประธาน สงสัย ว่าในกรณีที่ไทยดำเนินการเพื่อประโยชน์ ดำเนินการตามมาตรานี้ รัฐบาลไทยอาจเรียก ค่าใช้จ่ายที่เกิดในการดำเนินการจากรัฐภาคีที่ร้องขอได้ ประเด็นที่สำคัญ คือเรื่องนี้ไม่ได้ ซับซ้อนอะไร ประเด็นแค่ว่าเมื่อมีการทิ้งขยะจากเรือรัฐต่างประเทศเกิดความเสียหาย ในน่านน้ำ แล้วถามท่านผู้มาชี้แจงว่าแล้วมันต้องมีการดำเนินคดีโดยเรารวบรวมหลักฐาน แล้วฟ้องยังศาลจังหวัดในเขตที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เรือเกิดปัญหา แต่กรณีที่รัฐไทยทำเอง ผมเลยสงสัยว่าทำไมท่านเขียนทำนองว่าการเรียกค่าเสียหายอาจ อาจนี่ไม่ใช่มาเล่นคำนะครับ ถึงจะเป็นนักกฎหมายก็เข้าใจอยู่ว่า คือท่านเรียกหรือไม่เรียกก็ได้ จริง ๆ ถ้าจะเขียน ให้ประชาชนสบายใจ แล้วก็ตอบสังคมได้มันน่าจะเขียนว่าเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ ตามมาตรานี้ให้รัฐบาลไทยเรียกค่าเสียหายที่เกิดจากการดำเนินการจากรัฐภาคีที่ร้องขอได้ เราอยู่ภายใต้อนุสัญญา ข้อตกลงอนุสัญญาคือข้อตกลงระหว่างประเทศในการดูแลทะเล ให้สะอาดปราศจากมลพิษ แล้วทุกวันนี้มลพิษมันมาหลากหลายใส่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ทางเรือมาเยอะแยะมากมาย แล้วมันเกิดรั่ว เกิดทิ้งหรือเจตนาทิ้ง การทิ้งขยะ ด้วยในประเด็นสุดท้ายก็คือว่ามันมีหลายรูปแบบ เจตนาทิ้งก็ชัด สมมุติว่าใส่เรือที่ไม่มีราคา แล้วก็มาทำเรือพังแล้วลงน่านน้ำเราเสียหาย อย่างนี้อยู่ในเกณฑ์นี้ด้วยหรือเปล่า จริง ๆ มีหลายประเด็นมากแต่ก็ขอตั้งข้อสังเกตและสอบถามไปยังคณะรัฐมนตรี และหากมีการตั้ง คณะกรรมาธิการก็ขอฝากคำถามนี้ไว้ด้วย แต่ต้องยอมรับว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่มี ประโยชน์มากที่จะรักษาทะเลไทยให้สะอาด ประชาชนเป็นเจ้าของทะเลเขาต้องได้รับทะเล ที่สะอาด มาเที่ยวก็ต้องมีความภูมิใจ ดีใจ สดใส แล้วก็อาหารทะเลที่มาจากทะเลก็ต้อง สะอาด พี่น้องภาคที่เขาไม่อยู่ใกล้ทะเลเขาจะได้ทานอาหารที่ปราศจากมลพิษ ขอบคุณท่าน ประธานที่เคารพครับ