สะถิระ เผือกประพันธุ์ หารือเรื่องการป้องกันสารพิษจากเรือ โดยเฉพาะการป้องกันขยะพลาสติกที่รั่วไหลลงสู่ทะเล และเรียกร้องการสนับสนุนให้มี พ.ร.บ. การเดินเรือ ในน่านน้ำไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบังคับใช้ พ.ร.บ. เรือ และบทลงโทษสำหรับผู้ที่ทำความผิดตามกฎหมายการเดินเรือ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลดปริมาณขยะและสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะเป็นเรื่องในส่วนของการทำอนุสัญญาระหว่างประเทศตามที่มติ ครม. เห็นชอบในเรื่องของการป้องกันสารพิษจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ แล้วเรารับข้อตกลง ใน แอนเน็กซ์ ๕ (Annex 5) ก็คือภาคผนวกที่ ๕ ว่าด้วยกฎข้อบังคับสำหรับการป้องกัน มลพิษจากขยะบนเรือเป็น พ.ร.บ. ที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธาน ซึ่งเราควรจะมี พ.ร.บ. นี้มานานแล้วครับ เพราะว่าปัจจุบันเรามีขยะในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น น่านน้ำไทย แล้วก็น่านน้ำสากล เพราะปัจจุบันวาระขยะไม่ใช่เป็นวาระของเราอย่างเดียว เป็นวาระของระดับโลก ซึ่งปัจจุบันถ้าท่านประธานทราบ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ในปี ๒๕๖๓ ประเทศไทยมีปริมาณ ขยะมากเป็นอันดับ ๑๐ ของโลก ปริมาณขยะพลาสติกที่จัดการบริหารไม่ถูกต้อง ๑.๐๓ ล้านตันต่อปี โดยส่วนหนึ่งเป็นขยะพลาสติกที่รั่วไหลลงสู่ทะเลปริมาณ ๐.๔๑ ล้านตัน ต่อปี เป็นพลาสติก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ กล่องโฟม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อาหาร ๘ เปอร์เซ็นต์ ถุงก๊อบแก๊บ ๘ เปอร์เซ็นต์ ขวดแก้ว ๗ เปอร์เซ็นต์ ขวดพลาสติก ๗ เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มี ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งในทะเล ในมหาสมุทร แล้วรวมถึงบนพื้นดินประเทศไทย เมื่อสิ่งแวดล้อมในทะเลไม่มีความสมบูรณ์ สิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปลาโลมา เต่าทะเล สาหร่าย ปะการัง ที่เราต้องแย่เลยก็คือการท่องเที่ยว แล้วเป็นที่ทราบกันดีครับ เราได้รับ รายได้จาก การท่องเที่ยวปีละ ๒.๒ ล้านล้านบาท หรืออนาคตเราอาจจะเป็น ๓ ล้านล้านบาท หรือเป็น ๔ ล้านล้านบาท ตรงนี้ขออนุญาตชื่นชมคณะผู้ชี้แจงและคณะรัฐมนตรีที่มีมติเห็นชอบให้มี พ.ร.บ. การเดินเรือ ในน่านน้ำไทยนี้ขึ้นมา ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูง แต่ผมมีอยู่ ๔-๕ ประเด็น ที่จะฝาก ท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงครับ
ประเด็นแรกครับ ในมาตรา ๑๒๐/๔ ใน พ.ร.บ. นี้ครับ บทบัญญัตินี้มิให้ ใช้บังคับแก่เรือราชการ หรือเรือที่ใช้ในกิจการของรัฐซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ คำถามผมผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง เรือราชการ หรือเรือที่มีกิจการของรัฐมิได้มีขยะ หรืออย่างไร อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมจะถามท่านประธานครับ
ประเด็นต่อไป เมื่อเรามี พ.ร.บ. แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อไร เราพร้อมไหม ถามว่าเพราะอะไร เมื่อไร เรือพาณิชย์ เรือท่องเที่ยว เรือดำน้ำ เรือที่มี ตั้งแต่ตามมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๒๐/๑๒ ๑๒ ตารางเมตรขึ้นไปนี่เป็นเหมือนเรือตกปลา เรือท่องเที่ยวที่อยู่ตามชายฝั่ง เขาพร้อมแล้วหรือยังที่จะมีป้ายประกาศ เขาพร้อมหรือยังที่จะ มีตะแกรงเครื่องปั่น อันนี้คือสิ่งที่ท่านต้องคิดนะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง
เรื่องต่อไปครับ เครื่องมือที่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือกรมเจ้าท่านี่ท่านพร้อมแล้ว หรือยังที่ท่านต้องวิ่งตามจับเรือต่างประเทศ จับเรือไทยอย่างเดียวไม่ได้นะครับ ท่านต้องจับ เรือต่างประเทศด้วย ที่ทิ้งขยะในบ้านเรา ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน อาหาร เพราะในตาม พ.ร.บ. นี่ขยะเขารวมถึงขยะ อาหาร พลาสติก เศษสินค้า สารล้างสินค้า น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร และแม้กระทั่งเครื่องมือทำประมง ตรงนี้เหมือนกันครับ เครื่องมือทำประมง ท่านจะมีข้อยกเว้นอย่างไร ถ้าพี่น้องประมงจำเป็นต้องทิ้งเครื่องมือทำ ประมง เพราะเพื่อความปลอดภัยของตัวเรือ ตรงนี้ท่านต้องมีบทข้อยกเว้นให้เขาด้วย ตรงนี้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงด้วยนะครับ
ต่อไปเรื่องบุคลากร ท่านประธานครับ บุคลากรข้าราชการของกรมเจ้าท่า หรือผู้ชี้แจง ท่านพร้อมและท่านเข้าใจในบทลงโทษ หรือเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามหลัก มาตรฐานสากลมากน้อยเพียงใด ในบ้านเราผมไม่ห่วงหรอกครับ ผมห่วงต่างชาติครับ หรือต่างชาติเข้ามาเขาจะเชื่อฟังเราอย่างไร ตามกฎของเราอย่างไร ว่าเป็นภาคี เป็นรัฐภาคี หรือว่าจะเป็นรัฐเจ้าของธง รัฐท่าเรือ หรือรัฐชายฝั่งโคสทอล สเตต (Coastal State) ตรงนี้ คือฝากท่านประธานฝากไปยังผู้ชี้แจงด้วยว่าเจ้าหน้าที่เราก็ต้องพร้อมครับ
และอีกประเด็นหนึ่ง อันนี้สำคัญครับท่านประธาน ก็คือบทลงโทษ ผมเห็น ตั้งแต่มาตรา ๑๒๐/๒๕ ถึงมาตรา ๑๒๐/๔๐ คำถามแรก ถ้าทำความผิดตาม มาตรา ๑๒๐/๑๒ นี่ก็คือเราไม่มีป้ายประกาศ ๑๒ เมตร ไม่มีป้ายประกาศ ๑๐๐ ตันกรอส ไม่มีป้ายประกาศ ปรับไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ก็คือช่องว่างระหว่าง ๑ บาทถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้คือดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรม เราใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่อย่างไร แล้วมาตรฐานทางสากลเขาจะยอมรับได้ไหม หรือแม้กระทั่งพี่น้องไทยที่โดนปรับ เรือนักท่องเที่ยวที่โดนปรับ เรือประมงที่โดนปรับ เขาจะยอมรับอย่างไร เรือ ๑๒ เมตรนี่ครับ ถ้าโดนปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่เจ๊งนะครับท่านประธาน อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรือต่างชาติเราจะปรับเขาอย่างไร ถ้าเราจับเขาแล้ว และเขาหนี จับเขาไม่ได้ อันนี้คือเครื่องมือเราจับเขาอย่างไร แล้วมีอีกมาตรานะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด ประมาณมาตรา ๑๒๐/๒๘ ถ้ารัฐภาคีนั้นขอเรือกลับไปดำเนินคดีที่เรือเขา เราต้องให้เขานะครับ แต่คำถามมีอยู่ว่าถ้าเขาทิ้งขยะ หรือทิ้งสินค้า หรือทิ้งอะไรก็ตามทำให้ปะการังเสีย ทำให้ ปลาโลมา ทำให้ฉลามวาฬเราเสียชีวิต เราจะยอมให้เขากลับไปดำเนินคดีที่บ้านเขา หรืออย่างไร เพราะนี่คือสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ของเรา ท่านประธานครับ ตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่ ผมจะฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง เพราะอะไร ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ กับการตั้ง พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาขยะในบ้านเรา ซึ่งเราทราบกันอยู่แล้วปี ๒๕๖๓ เรามีขยะ ๑ ล้านตันต่อปี เราติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของโลก สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องให้มีขยะ เราน้อยกว่านี้ อยู่อันดับ ๒๐ หรือ ๓๐ ต่อไปในอนาคต บนความร่วมมือของพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ สร้างผลกระทบและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและเรื่องการประมง วันนี้ผม ดอกเตอร์สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กราบขอบพระคุณครับ