สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เสนอข้อกังวลเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะเรื่องการอนุญาตทิ้งขยะในน่านน้ำไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการป้องกันปัญหานี้ รวมถึงการประกาศกำหนดสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดไทม์ไลน์ในการออกกฎหมายและดำเนินการ

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ในเบื้องต้นที่ดูรายละเอียดแล้ว อยากจะตั้งคำถามเพื่อให้ท่านผู้มาชี้แจงได้ตอบคำถาม

คำถามแรก หลักคิดที่กรมหลายกรม โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมต้องขอชื่นชมนะครับว่า หลักคิดแบบเทกอิน บริงเอาต์ (Take in bring out) อะไรไปในเขตอุทยานก็ขนออกมาด้วย หลักคิดแบบนี้น่าจะปรากฏในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย นะครับว่า ขนอะไรลงไปในเรือขนกลับมาทั้งหมดได้ไหมครับ กลายเป็นว่าร่างกฎหมายที่ท่าน กำลังเสนอต่อสภาฉบับนี้ คือกำลังเปิดช่องและกำหนดคุณสมบัติ กำหนดรายละเอียด กำหนดบทลงโทษ นั่นนี่โน่น แต่ให้ผู้ที่อยู่บนแท่นหรืออยู่บนเรือสามารถทิ้งขยะภายใต้ เงื่อนไข ๑ ๒ ๓ ๔ ซึ่งมันขัดกับหลักที่กรมหลายกรม หรือขัดกับหลักคิดวิธีของการดูแล ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกเขากำลังใช้อยู่ ท่านตอบคำถามนี้ด้วยนะครับ

คำถามที่ ๒ ครับ เรื่องแบบนี้จะเห็นภาพปรากฏชัดในแนวทางของการปฏิบัติ ก็ต่อเมื่อท่านอธิบดีนั่งเรือไปด้วย หรือไปใช้ชีวิตบนแท่นดูนะครับ ท่านน่าจะเห็นรายละเอียด ท่านเคยไปใช้ชีวิตบนแท่นไหมครับ ท่านเคยไปใช้ชีวิตบนเรือชนิดที่ท่านได้เห็นรายละเอียด และท่านจะได้ดูว่าร่าง พ.ร.บ. นี้มันตรงกับข้อเท็จจริงที่ท่านมีการเสนอมาต่อสภาแห่งนี้ หรือไม่ คำถามที่ ๒ นะครับ ซึ่งการทิ้งขยะมันรวมอาหาร พอดูแล้วโดยปกติในแหล่ง ท่องเที่ยวหลายพื้นที่ หรือแม้กระทั่งในบ้านเรือนเราพยายามทำเรื่องบ่อดักไขมันต่าง ๆ แต่ผมเห็นในรายละเอียดแล้วร่างกฎหมายฉบับนี้พูดถึงการทิ้งเศษอาหารอะไรลงไป ซึ่งแน่นอนท่านบอกว่ามีตะแกรง มีโน่นนี่นั่น แต่เรื่องของการดักไขมันก่อนทิ้งลงทะเล ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราเจอข่าวหลายอย่างนะครับ ผมเห็นดีด้วยเรื่องของ พลาสติก หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ของการประกอบอาชีพประมง ซึ่งเป็นขยะในหลายพื้นที่ ในท้องทะเล มีกิจกรรมครับ นักดำน้ำสคูบาไดวิง (Scuba diving) ทั่วประเทศไทยครับ ท่านประธาน ในแต่ละปีไปอาสาดำน้ำเก็บขยะในพื้นที่ จะเห็นว่ามีพวกพลาสติก พวกอุปกรณ์อวน อุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ตำแหน่งท่องเที่ยว และอยู่ใต้ท้องทะเลเยอะแยะ มากมาย ท่านมีมาตรการรูปแบบแบบนี้ด้วยหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามถัดมาครับ

คำถามต่อมาก็คือว่า ในมาตรา ๑๒๐/๗ (๖) ท่านเปิดท้ายไว้ดี แต่ผมมีคำถามว่า กรณีที่รัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดสารซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรานี้ โดยคำนึงถึงแนวทางขององค์การทางทะเลและระหว่างประเทศ เมื่อไรครับ มีไทมิง (Timing) เวลาไหม หรือแม้กระทั่งมาตรา ๑๒๐/๘ ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งขยะตามโน่นนี่นั่น ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงอนุสัญญา ไม่มีไทมิง (Timing) ร่างกฎหมายในสภาที่ผ่านมาหลายฉบับไร้ผลในทางปฏิบัติ เพราะไม่มีไทม์ไลน์ (Timeline) บอกว่าจะออกรายละเอียดเมื่อไร เสร็จเมื่อไร อย่างไร มันต้องใส่ไปด้วยนะครับว่า ถ้ามี หลักเกณฑ์ประกาศตามกฎกระทรวงมันต้องทำให้เสร็จหลังจากร่างนี้ออกภายใน ๖ เดือน ภายใน ๑ ปี ต้องให้เสร็จนะครับ มาตรฐานที่ออกไปทิ้งขยะใช้เครื่องมืออะไร เรือตรวจชายฝั่ง พวก นปข. ศรชล. มีบทบาทอะไรมากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น มาตรา ๑๒๐/๙ ท่านบอกว่า (๑) การทิ้งขยะในปริมาณเท่าที่จำเป็นมันเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ต้องมาตั้งคำถามดู รายละเอียดว่าขนาดไหน หรือแม้กระทั่ง (๒) ที่บอกว่าเป็นการทิ้งเครื่องมือทำการประมง เท่าที่จำเป็น นี่ก็ดุลยพินิจอีกครับท่านประธาน แปลว่า ๑. เป็นช่องทางให้ข้าราชการกรมเจ้าท่า ใช้ดุลยพินิจเป็นช่องทาง ผมไม่อยากมองแง่ร้ายท่านประธานครับ เพราะที่ผ่านมาพี่น้อง ประชาชนชาวประมงที่ประกอบการอยู่ที่กันตังบ้านท่านประธานชวน ผมไปเจอมาเมื่อวานนี้เอง พี่น้องก็ร้องเรียนผ่านมาเหมือนกันว่ากรมเจ้าท่าตั้งเงื่อนไขในการต่อทะเบียนเรือประมง พื้นบ้านเยอะแยะมากมาย เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ต่อให้เขา หรือไปขอจดทะเบียนใหม่ก็ไม่ยอม ด้วยซ้ำ พี่น้องเขาก็ร้องเรียนมาถึงข้อมูลประกอบอาชีพ เพราะพอไม่ต่อแล้วพอเขาไปออก หาปลา หาปู หาอาหารทะเลขึ้นมาทั้งบริโภคเองแล้วก็เอาไปขายตามท้องตลาดก็โดนจับกุม ง่าย ๆ เรื่องแบบนี้ต้องฝากนะครับ คำถามผมไม่ยาก ผมคิดว่าท่านคงสามารถตอบแล้วก็เป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านแน่นอนครับ ขอบคุณครับ