กษิดิ์เดช ชี้ประโยชน์เปิดกว้างสถาปนิกต่างชาติ เสนอปรับจรรยาบรรณ-ป้องกันล็อกสเปก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

กษิดิ์เดช ชุติมันต์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. สถาปนิก โดยชี้ให้เห็นประโยชน์ของการเปิดกว้างให้สถาปนิกต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเสนอแนะให้มีการปรับปรุงเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมถึงความรับผิดชอบในการออกแบบและควบคุมงาน เพื่อป้องกันปัญหาการล็อกสเปกและการขาดประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างวิศวกรกับสถาปนิก

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๘ พรรคพลังประชารัฐ ขออภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสถาปนิกนะครับ ว่าที่มาที่ไปของวัตถุประสงค์ในการ แก้ที่ทางคณะผู้นำเสนอได้ชี้แจงไว้แล้ว ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าวัตถุประสงค์ในการ แก้ พ.ร.บ. สถาปนิก ข้อแรก สถาปนิกต่างชาติ ในส่วนของข้อดีที่จะเปิดกว้างให้สถาปนิก ต่างชาติ เราก็ต้องมามองว่าเมื่ออดีต ๑๐ ๒๐ ๓๐ ปีที่แล้ว ทางตะวันออกกลางเขามีการ พัฒนาอย่างก้าวกระโดด อย่างเช่น ตะวันออกกลางก็มีอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ หลายประเทศ ที่มีบริษัทใหญ่ ๆ ของอเมริกันมา อย่างเช่น ฟิลิพพ์ ฮอลซ์แมนน์ หรือหลายบริษัทที่เขามาทำ ประเทศเขาว่าจ้างมาทำงานพัฒนาประเทศ ซึ่งบุคลากรในประเทศเขาไม่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอ มาสร้างเมืองทั้งเมือง เนรมิตเมืองทั้งเมืองสำหรับคนที่มีกำลัง จะว่าจ้างให้เป็นตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง อันนี้เขาเปิดกว้างมาก เราวันนี้ได้มีโอกาสมา แก้ พ.ร.บ. สถาปนิก ผมคิดว่าตรงนี้น่าสนใจ แล้วก็มาดูรายละเอียดว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ในส่วนตรงนี้อย่างแรกมองง่าย ๆ เลยในเรื่องของรูปแบบและราคา ทั้งโลกมีทั้งของถูกของแพง ตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง อันนี้เราเปิดกว้าง จีนจะมาลงทุนในไทยก็ได้ สถาปนิกจีน จะมางานทำในไทยก็ได้ มาร่วมงานกับคนไทยก็ได้ นี่คือข้อดีว่าผู้ว่าจ้างสามารถเลือกผู้รับจ้าง ได้ตามความเหมาะสมของงาน ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของการควบคุมงานและ ความประพฤติการออกแบบ อันนี้จะเห็นเลยนะครับเกี่ยวกับเรื่องจรรยาบรรณล้วน ๆ เลย นะครับ ในข้อ ๓ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ เกี่ยวกับเรื่องจรรยาบรรณของสถาปนิก ล้วน ๆ ผมจะมาพูดเรื่องจรรยาบรรณตรงนี้ว่า ทำไมถึงต้องมาลงรายละเอียดเรื่องของ จรรยาบรรณ เพราะว่าอย่าลืมครับว่าการก่อสร้างทุกอย่างต้องเริ่มจากแบบก่อน ฉะนั้นการ เริ่มจากแบบก่อนผู้ออกแบบถ้ามีจรรยาบรรณก็จะไม่คำนึงถึงผู้ว่าจ้างว่ามีความประสงค์ จะต้องการให้แบบวิลิศมาหราขนาดไหน มีงบประมาณเท่าไร เขาจะออกแบบไปตาม อำเภอใจ ผมเข้าใจว่าถ้าโดยความประสงค์เรื่องจรรยาบรรณคงเป็นเรื่องของการล็อกสเปก (Lock spec) ว่าผู้ออกแบบสามารถที่จะล็อกเพื่อให้เลือกผู้รับจ้างได้ หรือล็อกวัสดุอุปกรณ์ ที่ทางผู้ว่าจ้างจะต้องยอมรับในการออกแบบของผู้รับจ้าง อาจจะส่งผลให้ราคาสูงกว่ากำหนด หรือว่าเป็นการล็อกสเปก (Lock spec) ในเรื่องของผู้รับจ้างสามารถเข้าและมีกี่เจ้า อย่างเช่น การเสนอทีโออาร์ (TOR) ผมเชื่อว่าในส่วนของสถาปนิกมีส่วนมากเลยในการที่จะเข้าไป ควบคุมในกระบวนการพวกนี้ ก็คิดว่าการแก้ไข พ.ร.บ. สถาปนิกมีส่วนที่จะเกิดการพัฒนา ที่ดีขึ้น ข้อที่ ๔ สถาปนิกฝรั่งออกแบบควบคุมงานได้ อันนี้ดีนะครับ แน่นอนที่สุดเราก็ทราบกัน อยู่นะครับ หน่วยงานของเราหลายอย่างที่ในองค์กรของภาครัฐ อย่าง กทม. สำนักพัฒนา ที่อยู่อาศัยใช่ไหมครับ ไม่อยากจะพูดว่าบางทีสถาปนิกตบยุงกันเลยนะครับ หน้าที่ของ สถาปนิกในหน่วยงานบางทีก็ต้องออกไปเพื่อจะออกแบบร่วมกับวิศวกร หลาย ๆ ท่านสังเกต นะครับเราไม่ใช่อย่างญี่ปุ่นงานเรามองไปเลยนะครับ ถ้าเป็นงานปรับปรุงก่อสร้างตาม โรงเรียนออกแบบกันอิเหละเขะขะ นี่คือสถาปนิกไม่ลงไปยุ่งเลยนะครับ วิศวกรเขาก็ทำว่านี่ แข็งแรงดี วัสดุนี้เหมาะสมในการใช้งาน ดังนั้นการทำงานของสถาปนิกก็เลยดูเหมือนไม่ค่อย มีประโยชน์ แต่อันนี้จะไปว่าเขาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะว่าบุคลากรทางการออกแบบปัจจุบัน ยังขาดอยู่มาก ในการแก้ไขผลตอบแทนเกี่ยวกับ พ.ร.บ. สถาปนิกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผมก็ว่า มันดีนะครับ แล้วก็ได้มีการถามถึงวิศวกรด้วย ความจริงแล้วควรจะพิจารณาไปพร้อม ๆ กัน พ.ร.บ. วิศวกร ก็มองว่าเขาก็พอใจนะครับในกฎหมายฉบับของเขา วิศวกรนะครับ ฉะนั้น ใน พ.ร.บ. สถาปนิกในการแก้ครั้งนี้ผมถือว่าเป็นการปรับเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความทันสมัย และมีประโยชน์ ในส่วนของการทำงาน การออกแบบทั่ว ๆ ไป หลายท่านจะทราบดีถ้าท่านขออนุญาต ออกแบบบ้าน ก่อสร้างบ้านไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร ไม่ต้องอาศัยในส่วนของการเซ็นรับรอง แบบของสถาปนิก ตอนนี้เราอาจจะพิจารณาว่าไม่ถึง ๑๕๐ ตารางเมตร ก็ใหญ่นะครับ ควรจะมีสถาปนิกรับรองไหม อันนี้ก็ต้องมาพิจารณากันตามความเหมาะสม แต่ว่าปัจจุบันนี้ การขออนุญาตอาคารอะไรก็ตามแต่ ความรับผิดชอบโดยรวมมันจะเกิดกับสถาปนิก ผู้ควบคุมงาน แล้วก็วิศวกรผู้ควบคุมงานเป็นหลัก ถ้ามีการก่อสร้างที่ผิดไปจากแบบ อันนี้ ทางกฎหมายเราก็ครอบคลุมอยู่แล้ว ส่วนกฎหมายในร่างนี้ที่เสนอไปผมว่าเกี่ยวกับ ความรับผิดชอบของสถาปนิกต่างชาติที่จะเข้ามารับงานในไทย พูดถึงเรื่องคุณสมบัติ ประวัติ ของสถาปนิกว่าศึกษามาด้านนี้จริงไหม จบไหมอะไรอย่างนี้ ถ้าท่านอยู่วงการสถาปนิก ท่านจะรู้เลยว่าวัฒนธรรมของสถาปนิกกับวัฒนธรรมของวิศวกรตอนนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว คนรุ่นใหม่หนักกว่าเดิมนะครับ ในการเข้าไปล้วงลูกของผู้รับจ้าง ในการแย่งชิง แย่งฟันกัน มันต่างจากสมัยโบราณมาก หลายท่านบอกทำไมผมรู้ เพราะผมไม่ได้หยุดเลย ทำในเรื่องของ งานควบคุมการก่อสร้างใหญ่ ๆ ผมก็จะรู้ว่าวัฒนธรรมขององค์กร แล้วก็วัฒนธรรมของ บุคลากรที่เปลี่ยนไป ถ้ามีกฎหมายนี้มันจะเป็นการที่สามารถให้เราควบคุม แล้วบังคับใช้ให้ เกิดประโยชน์ ก็จะมามองเรื่องหน่วยงานราชการที่ในเรื่องของ พ.ร.บ. เดิมก็ค่อนข้างจะดี อยู่แล้ว และรัดกุมอยู่แล้ว หลายท่านก็วิตกกังวลว่าการแก้ไขครั้งนี้จะทำให้มันแย่ลงไปไหม ผมยังเชื่ออยู่นะครับว่าน่าจะเป็นการแก้ไขในการทำให้ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ