บัญญัติ เจตนจันทร์ แสดงความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สถาปนิก พร้อมเสนอข้อสังเกตให้กรรมาธิการพิจารณาปรับปรุงก่อนบัญญัติเป็นกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับการเปิดให้สถาปนิกต่างชาติประกอบวิชาชีพในไทย พร้อมแสดงความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันของสถาปนิกไทย และความเสี่ยงต่อเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากงานออกแบบโบราณสถานและสถาปัตยกรรมไทย จึงเรียกร้องให้มีการสอบคัดกรอง การส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรไทย และเสนอให้จำกัดสิทธิ์การเซ็นแบบร่างไว้สำหรับสถาปนิกไทยเพื่อรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและป้องกันปัญหาความรับผิดชอบในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายเห็นชอบกับหลักการและเหตุผล แห่งร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่อย่างไรก็ตามกระผมก็ขอฝาก ข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นได้นำข้อสังเกตของกระผมไปประกอบในการ พิจารณาปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยความเป็นห่วงกังวลดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ การที่ประเทศไทยจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สถาปนิก ต่างชาติสามารถที่จะประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ เช่นเดียวกันสถาปนิกไทยก็ไป ประกอบอาชีพในต่างประเทศ สำหรับประเทศที่มีความตกลงระหว่างประเทศกัน ผมเป็นห่วงอะไรครับ ข้อที่ ๑ ที่เป็นห่วงก็คือว่า เป็นห่วงว่าสถาปนิกไทยจะเสียเปรียบ สถาปนิกต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย แม้นว่าในปัจจุบันนี้คงปฏิเสธ ไม่ได้ว่าอาคารสูงต่าง ๆ หรืออาคารที่มีรูปแบบนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่าง ๆ เขาล้วนแต่ออกแบบ โดยสถาปนิกต่างชาติ แต่ว่ากฎหมายเก่าจะต้องให้สถาปนิกไทยเซ็นแบบ แต่รายการออก กฎหมายในครั้งนี้ทำให้สถาปนิกต่างชาติสามารถเซ็นแบบเองได้ ในส่วนนี้ความกังวลก็คือว่า เมื่อเปิดเสรีเช่นนี้แล้วสถาปนิกไทยมีความสามารถในการแข่งขันมากน้อยเพียงใด จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาว่าระบบการศึกษาสถาปนิกไทยมีอะไรที่ขาดบ้าง หรือรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยก็ดีมีอะไรที่จะหนุนเสริมให้สถาปนิกไทยมีความสามารถ ในการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ต่างประเทศได้ ในส่วนนี้เป็นความกังวล แม้นว่าเรื่องสถาปนิกนั้น ไม่สามารถปิดกั้น เพราะสถาปนิกมันมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ หรือเรียกว่าครีเอทิวิตี (Creativity) ในส่วนนี้ไม่มีพรมแดนอยู่แล้ว ถ้าเกิดการเปิดกว้างเพื่อให้ สถาปนิกต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพในเมืองไทย เราก็จะได้แนวคิดเรื่องการออกแบบ สร้างสรรค์ครีเอทีฟ (Creative) ผลงานทางสถาปัตยกรรมได้ แต่ในส่วนของแมนวล (Manual) หรือการใช้ทักษะฝีมือในการเขียนแบบ ซึ่งปัจจุบันก็ใช้คอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ แล้ว ในส่วนนี้ผมคิดว่าก็คงไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร ในปัญหาเรื่องของความสามารถในการ แข่งขันนั้นก็อย่าปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ให้สถาปนิกต่างชาติเข้ามารับใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพสถาปนิกง่ายจนเกินไป จำเป็นจะต้องให้มีการทดสอบ มีการสอบ ที่สำคัญก็คือ เขาจะต้องเข้าถึงความเป็นคนไทย ความเป็นไทยของเรา ไม่ใช่ออกแบบอาคารต่าง ๆ เป็น รูปทรงที่ไม่เหมาะกับวัฒนธรรมไทย ก็จะทำให้รูปแบบของประเทศไทยของเราไม่มีเอกลักษณ์ ในส่วนนี้ก็ขอฝากไว้ แล้วก็ถ้าหากว่าสามารถทำประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของการออกแบบ สถาปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาคารสถานที่ก็ดี เรื่องของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แพ็กเกจจิง (Packaging) ต่าง ๆ ก็ดี ประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของการออกแบบ การนำสถาปนิก ต่างชาติเข้ามาก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ประเทศไทยเป็น เมดิคัลฮับ (Medical Hub) หรือฮับ (Hub) ทางด้านสุขภาพ โรงพยาบาลเอกชนของเราต่างชาติเข้ามาทำรายได้ให้ประเทศ จำนวนมาก สถาปนิกก็เช่นเดียวกัน สถาปนิกไทยเราไม่เพียงพอ เราก็นำสถาปนิกต่างชาติ เข้ามา แต่การออกข้อสอบนั้นอย่าให้ง่ายจนเกินไป
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่กังวลก็คือว่า อย่าให้ต่างชาติมาเป็นผู้เซ็นออกแบบงาน สถาปัตยกรรมซึ่งเป็นงานเอกลักษณ์ไทย งานเรื่องของศิลปวัฒนธรรมไทย เรื่องของ โบราณสถานต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องในเชิงสัญลักษณ์ของประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง รักษาศักดิ์ศรีและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย อย่าให้สถาปนิกต่างชาตินั้นเป็นคนรังสรรค์ สร้างผลงานทางด้านสถาปัตยกรรมในงานประเภทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรมศิลปากรนะครับ เพราะว่าสภาวิชาชีพสถาปนิกสามารถที่จะออก หลักเกณฑ์และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อสงวนสิทธิในการที่สถาปนิกไทยจะต้องเป็นคนเซ็นแบบ แม้นว่าสถาปนิกต่างประเทศนั้นเป็นคนออกแบบก็ตาม แต่การตรวจแล้วก็การดูความเหมาะสม ในเรื่องของรูปแบบต่าง ๆ ของสถาปัตยกรรมเหล่านั้นจำเป็นที่จะต้องใช้สถาปนิกไทยที่มี จิตวิญญาณของความเป็นคนไทยเพื่อรักษาเอกลักษณ์ แล้วก็รูปแบบของศิลปวัฒนธรรมไทย ที่จะต้องสืบทอดต่อไปในรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปนะครับ ผมก็ขอฝากข้อสังเกตของผมไว้ เพื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี้ได้นำสิ่งที่ผมฝากข้อสังเกตนี้นำไปพิจารณาด้วย ก็ต้องเข้าใจนะครับว่า สถาปนิกต่างชาตินั้นเมื่อเขามาประกอบอาชีพ มีรายได้แล้วเขาก็ อาจจะกลับประเทศเขา เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ในการออกแบบ ที่จะทำให้อาคารสถานที่นั้นมีความแข็งแรง เกิดออกแบบแล้วไม่แข็งแรงเวลาเราจะฟ้องร้อง ความเสียหายที่เกิดขึ้นเราก็ไม่สามารถที่จะตามตัวเขามารับผิดชอบในเรื่องของความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นการที่จะให้สถาปนิกต่างชาติมีสิทธิเสรีภาพทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมกับ สถาปนิกไทยนั้นก็อยากจะให้นำเรื่องนี้ไว้พิจารณาด้วยนะครับ อย่างไรเสียกรรมาธิการ วิสามัญคงจะรับข้อสังเกตผมนำไปปรับปรุงร่างครับ กราบขอบพระคุณครับ