สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งคำถามถึงเจตนารมณ์ร่างกฎหมายสถาปนิกว่ามีเป้าหมายเพื่อรองรับสถาปนิกต่างชาติภายใต้ข้อตกลงอาเซียนหรือไม่ โดยแสดงความกังวลว่าอาจส่งผลให้แรงงานต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทย โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟจีนและอีอีซี พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๔๗ และตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นจรรยาบรรณ การคัดเลือกคณะกรรมการ และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันการตั้งบริษัทต่างชาติเป็นนอมินีเพื่อลดต้นทุนและรักษาผลประโยชน์ของสถาปนิกไทย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ ในวาระนี้เป็น เรื่องของร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตมีคำถามหลายคำถาม ท่านประธานครับ ในเรื่องของท่านรัฐมนตรี
สิ่งแรกรัฐบาลเจตนาอะไรกันแน่ครับ เรื่องของการเอากฎหมายนี้เข้ามา เพราะว่ากฎหมายนี้จะรองรับสถาปนิกในอาเซียน (ASEAN) ลองนึกภาพท่านประธานครับ ขณะนี้รถไฟจีนจ่อเข้ามาที่เวียดนาม จ่อเข้ามาที่ลาวแล้ว แล้วสถาปนิกที่เกี่ยวกับเรื่อง การออกแบบพื้นที่เส้นทางต่าง ๆ มันราคาถูกหรือเปล่าครับ เข้ามาแย่งงานเราหรือเปล่า มีทุนใหญ่ครับท่านประธาน ทุนใหญ่ที่จะสร้างรางรถไฟ อย่างเช่น อีอีซี (EEC) ที่กำลังรอคอย อยู่นี้จะใช้สถาปนิกพวกนี้หรือเปล่า นี่เป็นคำถามแรกครับว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้สถาปนิกต่างชาติที่รอเวลาจะเข้ามาแย่งงานคนไทยใช่หรือเปล่า ในกฎหมายอันนี้ มีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นครับท่านประธาน
เรื่องของประเด็นการเคลื่อนย้ายแรงงานระดับสูงที่เรียกว่า สถาปนิก เป็นแรงงานต่างชาติ ซึ่งอาจจะเข้ามาในภาพของสถาปนิกที่เกี่ยวกับโครงสร้างต่าง ๆ แต่ผมมองว่าขณะนี้เรากำลังพัฒนาประเทศเป็นประเด็น ๆ หนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องของการทำ ตามข้อตกลง ที่เรียกว่า มาร์ส (MRAs) นั้นก็คือเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน (ASEAN) จึงหยิบ ยกประเด็นนี้ขึ้นมา
ประเด็นที่ ๒ คือในกฎหมายฉบับนี้มีการเปิดทางให้สถาปนิกต่างชาติเข้ามา แต่มีการกำหนดคณะกรรมการจรรยาบรรณขึ้นมาครับ อันนี้คือเป็นเรื่องห่วงใยครับ ท่านประธานครับ ในกฎหมาย ๒๕ มาตราดังกล่าวนี้ครับ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของ อำนาจหน้าที่และชุดคณะกรรมการจรรยาบรรณที่จะมาพิจารณาในข้อบังคับของสถาปนิก ที่มี ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๔ ข้อครับ ผมเป็นห่วงแค่ หมวด ๔ ครับ หมวด ๔ ของมันก็คือตั้งแต่ข้อ ๑๙ ถึงข้อ ๒๔ เท่านั้นเอง ที่สถาปนิกต่างชาติ จะเข้ามาและจะรับไหวตั้งแต่ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ เกี่ยวกับเรื่องของการแอบอ้าง คัดลอกหรือแม้กระทั่งการแสดงผลงานในด้านการแข่งขันกับผู้ประกอบอาชีพวิชาชีพอื่น ที่เหมือนกันแล้วก็แย่งงานในบางประเด็นนะครับ อันนี้คือจรรยาบรรณที่ปรากฏไว้ในข้อ ๑๙ ในเรื่องของจรรยาบรรณนั้นเป็นเรื่องของการตราข้อบังคับครับท่านประธาน ในจรรยาบรรณ ที่ผมกล่าวมาแล้ว ๒๔ ข้อนี้มาใช้กับคนต่างชาติด้วยนะครับ และอัตราค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมผมไม่ลงไปลึกครับเพราะเดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิก แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องของการ ส่งเสริมครับ สรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน ว่าการมีกฎหมายฉบับนี้ต้องการส่งเสริมและ พัฒนาศักยภาพของสถาปนิกไทยและต่างประเทศใช่หรือไม่นะครับ สถาปนิกไทยตอนนี้ มี ๓๔,๐๐๐ ที่เป็นสมาชิกเศษ ๆ และได้รับใบอนุญาตประมาณ ๒๙,๐๐๐ ท่านเป็นผู้เดือดร้อน ในประเด็นพวกนี้ใช่หรือไม่ แล้วสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ที่เป็นสถาปนิกของไทยนี้ มีความพร้อมอย่างไร ในกฎหมายฉบับนี้การรับฟังผลของการรับฟังตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ จากผู้ที่เป็นสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) จะต้องเกิดขึ้นอย่างชัดเจนนะครับ เพราะนี่คือ สถาปนิกที่ลงทะเบียนแล้วมีคุณสมบัติครบถ้วนของคนไทย พร้อมที่จะมีความเห็นของกฎหมาย ฉบับนี้ถูกต้องหรือไม่ นั่นคือมาตรา ๔๗ แห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ครับท่านประธาน
ในประเด็นถัดไปครับ สถาปนิกต่างประเทศที่ได้รับการพัฒนานั้น เป็นสถาปนิก ที่อยู่ในอาเซียน (ASEAN) แท้ ๆ ใช่หรือไม่นะครับ เพราะว่าในอาเซียน (ASEAN) มีประเทศ ที่จะมีสถาปนิกที่เก่งกว่าเราน้อยมากนะครับ นอกจากเป็นการสร้างนอมินี (Nominee) ขึ้นมา แล้วเพื่อเอามาใช้ในประเทศไทย บริษัททุนใหญ่ ๆ บางประเทศที่จะลดต้นทุน แต่ต้องการ ความเชี่ยวชาญ เช่น เส้นทางรถไฟที่กำลังเข้ามาในประเทศไทยของสายบางประเทศที่จะเข้ามา
อันที่ ๒ การแลกเปลี่ยนความรู้ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี ดีครับ ผมไม่ปฏิเสธเลยว่าสถาปนิกในรูปแบบอื่นไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องของการก่อสร้างในทาง รถไฟ สถาปนิกในเรื่องของวิศวกร เรื่องของการก่อสร้างอาคารตึกสูงในประเทศ หรือแม้กระทั่งการสร้างอาคารอื่น ๆ อีกที่จะทำให้ประเทศเรามีเทคโนโลยี ขณะนี้เทคโนโลยี ล้ำมากแล้ว ทีนี้องค์กรสถาปนิกของไทยมีคอมเมนต์ (Comment) เรื่องนี้อย่างไรของกฎหมาย ในประเด็นของการแลกเปลี่ยนและหลักการที่จะเข้ามาทำงานร่วมกันในฐานะเป็นพาร์ตเนอร์ (Partner)
สุดท้ายครับท่าน เป็นทางเลือกให้ประชาชนของคนไทยที่จะได้รับประโยชน์ คำถามคือ เมื่อสถาปนิกต่างชาติเข้ามาแล้วมีคณะกรรมการจรรยาบรรณ สิ่งสำคัญคือ จะต้องมีการเลือกกันครับ องค์คณะกรรมการอย่าเลือกโดยเขาไม่ยินยอมนะครับ เพราะว่า การไม่ยินยอมเป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกเลือกโดยบังคับจากที่ประชุมนะครับ ฉะนั้นการยินยอม มีข้อสังเกตที่เกี่ยวกับเรื่องของการที่ถูกคัดเลือกในองค์กรของสถาปนิกระดับชาติเรา ที่จะพิจารณาเรื่องของการที่จะได้รับเกียรติเป็นผู้วินิจฉัยจรรยาบรรณในองค์กรนี้นะครับ
สิ่งสุดท้ายครับท่านประธาน การอุทธรณ์ แต่ในคดีการพิจารณาเรื่อง จรรยาบรรณพวกนี้ก็ถือเป็นที่สุดนะครับ อันนี้ก็ต้องไปพูดตกลงกันกับผู้ที่เป็นสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ทั้งหมดว่ามันเป็นที่สุด ใช่หรือไม่ แต่คงเป็นที่สุดเฉพาะในเรื่องของจรรยาบรรณเท่านั้นเอง แต่เรื่องของการฟ้องร้อง คงไม่ใช่นะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ