เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของโครงการเมกะโปรเจกต์และโครงการของรัฐที่ไม่รับฟังเสียงประชาชน พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมจากชุมชน และเสนอแนวทางแก้ปัญหา 4 ด้าน ได้แก่ การลอกคูคลอง ระเบิดแก่ง ขุดพื้นที่กักเก็บน้ำ และสร้างคลองผันน้ำขนาดใหญ่ โดยแสดงภาพประกอบเพื่อชี้แจงความชัดเจนของโครงการ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการก่อสร้างคลองผันน้ำดังกล่าวไม่มีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และคัดค้านการเวนคืนที่ดินเกษตรกรที่ได้รับค่าชดเชยต่ำ พร้อมตั้งคำถามถึงเจตนาของโครงการที่อาจเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ขณะเดียวกันกลับส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อย จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ขอบคุณ อนุกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาและเป็นโอกาสให้ผมได้นำเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน ในพื้นที่มาเรียกร้องนะครับ ซึ่งวันนี้ผมจะอภิปรายในเล่มรายงานของอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาแนวการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน ้าโขง เลย ชี มูล สงคราม ท่านประธาน ก็อาจจะงงนะครับ เท่าพิภพมัน ส.ส. เขตคลองสานไม่ใช่หรือ มันติดแม่น ้าเจ้าพระยา ไปอภิปรายอะไรเกี่ยวกับโขง ชี มูล มันไกลกันเหลือเกิน แต่เชื่อเถอะครับท่านประธาน สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปมันเกี่ยวข้องกันอย่างยิ่งแน่นอนครับ ในเล่มรายงานนี้หรือใน รายงานอื่น ๆ อย่างที่ท่าน ส.ส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ได้อภิปรายไปก็มีหลายโครงการ ที่หน่วยงานราชการของไทยที่เป็นรัฐราชการรวมศูนย์ได้ยัดเข้ามาว่าโครงการนั้นดีอย่างนี้ โครงการนั้นดีอย่างนี้นะครับ แต่เชื่อไหมครับว่าจริง ๆ แล้วหลาย ๆ โครงการผมเชื่อนะครับว่าไม่มีการรับฟังผลกระทบ หรือฟังเสียงประชาชนชาวบ้านในพื้นที่เลย เมื่อปลายฝนที่ผ่านมาหลังจากประชุมใหญ่ของ พรรคก้าวไกลเสร็จผมได้มีโอกาสลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับท่าน ส.ส. อมรัตน์ ส.ส. เจี๊ยบ แล้วก็เลขาธิการพรรคของผม นายชัยธวัช ตุลาธน ร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต ๑ จังหวัดอุบลราชธานี คุณวิศรุต ได้ไปที่ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัด อุบลราชธานี ถามว่าไปทำอะไรที่นั่นครับท่านประธาน ผมก็ไม่ทราบ ตอนแรกคิดว่าจะไป ลงพื้นที่ช่วยน ้าท่วม ผมก็ใส่กางเกงขาสั้นไปเลย ที่แท้ไม่ใช่ครับ คือไปวันนั้นก็เป็นวันที่ฝนตกพรำ ๆ ก็ไปนั่งคุยกับชาวบ้านเป็นพ่อแก่แม่เฒ่าที่ทำอาชีพเกษตรกรรมอยู่ตรงนั้น พบว่าบริเวณนั้น ที่จังหวัดอุบลราชธานีเองมีโครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) มูลค่ากว่า ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทคือคลองผันน ้าที่ขุดเขาเรียกว่าผันน ้า คือเหมือนวงแหวนใช่ไหมครับ อ้อมเมืองอุบลราชธานีเพื่อไม่ให้เมืองอุบลราชธานีน ้าท่วม เผอิญผมก็มีความรู้อยู่บ้าง เพราะทางพ่อทางแม่ผมดั้งเดิมเป็นคนอุบลราชธานี มีโอกาส ได้เรียนประถมที่จังหวัดอุบลราชธานีก็รู้ว่าแต่ก่อนเราเด็ก ๆ น ้าไม่ท่วมหรอก แต่พอมี ระยะหนึ่งมีนายทุนระหว่างเส้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานีไปอำเภอวารินชำราบมันมี เขาเรียกว่าเป็นหนองเป็นแก้มลิงธรรมชาติของเมืองอุบลราชธานีตั้งแต่สมัยท้าวคำผงที่ได้ ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานีมา ก็มีนายทุนไปตั้งเขาเรียกว่าบริษัทห้างร้านถมที่ สุดท้ายหลังจากนั้นมา ก็กลายเป็นว่าน ้าท่วมเมืองอุบลราชธานีเรื่อยมา ครั้งนี้รัฐบาลก็ผุดโครงการ แล้วก็เสนอ แนวทางในการแก้ปัญหามา ๔ โครงการ ก็คือทางกรมชลประทานเสนอมา ๔ แนวทาง คือ
๑. ลอกลำน ้าเดิมให้ดีขึ้น ก็คือลอกลำน ้าสายเดิม แม่น ้ามูล และลำห้วยต่าง ๆ ให้ลึกขึ้น
๒. คือระเบิดแก่งสะพือเพื่อให้น ้ามันไหลออกแม่น ้าโขงได้ไวขึ้น
๓. คือขุดพื้นที่รับน ้าตามความเหมาะสม ก็คืออาจจะเป็นขุดพื้นที่เป็นบ่อ อะไรในไร่ชาวบ้าน ซึ่งอันนี้ผมก็มองว่าก็น่าจะดีเพราะว่าอาจจะเป็นการเก็บกักน ้า แล้วก็ ค่อย ๆ ทำไปทีละส่วน ๆ ได้ เป็นโครงการระยะยาวที่ไม่ต้องใช้งบประมาณแบบเป็นก้อน
โครงการสุดท้ายแพงสุดและใหญ่สุดคือสร้างคลองผันน ้าขนาดใหญ่ เดี๋ยวขอรูปให้ดูจะได้เห็นภาพว่าโครงการนี้เป็นอย่างไรนะครับ ฝ่ายโสต
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ก็คือคลองนี้ก็จะอ้อมตั้งแต่ จังหวัดศรีสะเกษไปอ้อมเมืองอุบลราชธานีไปออกบริเวณแก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร ซึ่งที่บ้านไร่ใต้ผมก็ได้สอบถามว่า เป็นอย่างไรมีการทำอีไอเอ (EIA) ไหม มีการมาสอบถามไหม ซึ่งผู้ประสานงานก็ได้อธิบายว่าไม่มีการทำอีไอเอ (EIA) เขาบอกว่าไม่ใช่พื้นที่ต้นน ้า ผมว่าเรื่องนี้มันคุ้น ๆ นะ ตรงถนนเจริญนครในเขตคลองสานผมก็เคยมีปัญหาเกี่ยวกับว่า สร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง แล้วไปถามชาวบ้านก็ไม่มีทำอีไอเอ (EIA) และสายสีทองมีแค่ ๒ สถานีครับท่านประธาน ก็มีห้างใหญ่อยู่ตรงนั้น ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่ามันเป็นโครงการที่ใหญ่ แล้วก็คลอง ท่านเชื่อไหมครับว่าใหญ่มาก แล้วผมถามชาวบ้านว่าหลวงเวนคืนเท่าไร ถ้าเป็นที่ดินโฉนดมีเอกสารสิทธิไร่ละ ๑๕,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ถ้าไม่มีเอกสารสิทธิ ไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไร่ละ ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๑๐,๐๐๐ บาท มีท่านหนึ่งเป็น ส.อบต. เลย ก็ว่าได้ครับ มีพื้นที่อยู่ ๒๐ ไร่ ทำมาตั้งแต่รุ่นไหนก็ไม่ทราบ เพราะว่าจำไม่ได้ตั้งแต่เกินทวด เป็นเจ้าของที่ดินนี้มาก็ตั้งใจตอนนี้อายุ ๖๐ กว่าก็อยากจะตกทอดให้ถึงลูกหลาน แต่สุดท้าย ก็จะโดนเวนคืน และผมถามว่าเวนคืนไปเท่าไร อ๋อ บ้านเขาก็ไป ที่นาเขาไปหมดครับ แล้วถามว่าท่านประธาน ๒๐ ไร่ต่อให้เป็นเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน คือเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท จะไปซื้อที่ดินทำกินที่ไหนครับ เอาภาพลงก็ได้นะครับ ทีนี้การแก้ปัญหา น ้าท่วมเมืองอุบลราชธานี ผมถามจริง ๆ ครับว่าปัญหานี้ช่วยคนรวยจริงในเมือง แต่ซวย คนจนครับ และถามว่าคนจนเกษตรกรอย่างนี้เขาจะไปอยู่ไหน สูญเสียที่นาหมด ก็เหมือนกับ โครงการที่อยู่ในหลาย ๆ โครงการในประเทศไทย ยกตัวอย่าง อย่างเขตคลองสานที่ผมเป็น ส.ส. รถไฟฟ้าสายสีทองมาครับ ก่อสร้าง ๔-๕ ทุ่ม ลูกเขาจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยหมดอนาคตครับ และถามว่าร้องเรียนไปเท่าไรตอนนั้น กำลังสร้างอยู่ก็ไม่มีผลครับ เพราะก็รู้ครับว่าใครอยู่เบื้องหลังโครงการใหญ่เหล่านี้ ผมถามจริง ๆ ครับว่าโครงการสร้างคลองสร้างกันเยอะแยะ ผมพูดจริง ๆ นะ เป็นโครงการ ที่โกงง่ายที่สุดแล้วครับ ถามว่าขุดคลองมาลึกเท่าไร พอปล่อยน ้ามามันก็ไม่รู้หรอกครับว่า ลึกเท่าไร ผมก็เลยอยากจะฝากอนุกรรมาธิการนี้ใส่ในข้อเสนอว่าการจะสร้างโครงการผันน ้า หรือคลองอะไรต่าง ๆ ให้ศึกษาให้ดี ให้ฟังชาวบ้านเยอะ ๆ ให้ฟังคนในพื้นที่ ไม่ใช่คิดว่า เดี๋ยวสร้างคลองมาแล้วก็ไปอ้างเขาว่าช่วยแก้ปัญหาน ้า ผมถามจริง ๆ ครับว่าการระบายน ้า จากเมืองที่น ้าท่วม หน้าฝนถามว่าเกษตรกรเขายังต้องการน ้าอยู่จริง ๆ หรือ ตอนนั้นน ้า มันเยอะจนไม่มีใครต้องการน ้าครับ แต่ตอนแล้งมันก็ไม่มีน ้ากันหมดครับ อย่างไรฝาก อนุกรรมาธิการอย่างนี้ว่าชาวนาไม่ได้แค่ต้องการน ้าครับ ต้องการความใส่ใจและเห็นใจ และฟังเสียงจากรัฐราชการรวมศูนย์ด้วยครับ ขอบคุณครับ