นพพล เหลืองทองนารา หารือปัญหาการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะพื้นที่พรหมพิราม วัดโบสถ์ และอำเภอเมือง ที่แม้มีแหล่งน้ำอย่างบึงหล่มซึ่งมีศักยภาพสูงแต่กลับถูกละเลย ไม่ได้รับการพัฒนา พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในการบริหารงานชลประทานที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่ แม้มีน้ำเพียงพอแต่เกษตรกรกลับไม่ได้รับน้ำเพียงพอ จึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายนพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองก็คาดหวังกับการทำงาน ของการศึกษาทั้งหลายทั้งสิ้นของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่าประเทศไทยเราปฏิเสธไม่ได้ หรอกครับว่าเรายืนอยู่ได้ ดำรงอยู่ได้แล้วก็จะก้าวหน้าต่อไปนั่นก็เพราะว่าภาคเกษตร เป็นหลัก แต่ว่าพอผมดูในรายงานของทางคณะกรรมาธิการแล้วบางอย่างผมก็ต้องชื่นชม แต่บางอย่างผมก็เสียใจว่าการไปศึกษาดูในเรื่องของลุ่มน ้า โดยเฉพาะลุ่มน ้าของเจ้าพระยา ในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก ท่านครับ ผมเองตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรคราวนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ผมได้หารือเรื่องน ้าร่วม ๕๐ รอบ ๕๐ ครั้งในสภาแห่งนี้ ท่านไม่เอะใจบ้างหรือครับว่า ผมพูดมากขนาดนี้ในพื้นที่พรหมพิราม อำเภอเมือง วัดโบสถ์ ของจังหวัดพิษณุโลก มันต้อง มีอะไรสักอย่างสิ แต่ผลปรากฏว่าผมก็เสียใจที่ทางคณะอนุกรรมาธิการในส่วนของ ลุ่มเจ้าพระยาไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ตรงนี้เลย ผมเองไม่ได้อิจฉาว่าในพื้นที่อื่นที่ใกล้เคียงทาง คณะอนุกรรมาธิการได้เข้าไปดู ได้ไปสอบถามปัญหา รับฟังปัญหาจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วก็ได้ไปศึกษาดูงาน แต่ว่าตรงนี้ของผมจริง ๆ แล้วผมบอกให้ทราบว่าอย่างในโครงการ ที่ทางกรรมาธิการได้บอกไว้ในเอกสารของกรรมาธิการในฉบับรายงานของกรรมาธิการ วิสามัญฉบับนี้ที่ว่า ในจังหวัดพิษณุโลกมีโครงการทั้งหมด ๖ โครงการนะครับ ผมไม่รู้จะพูด อย่างไรดี เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่า ๖ โครงการตรงนี้ท่านมีแต่ในส่วนของพิษณุโลก ตอนล่าง แต่ปัญหาที่มันมีมาก ๆ มันมีแล้วน่าเกลียดตรงไหนรู้ไหมครับ ก็คือว่าตรงพิษณุโลก ส่วนบนพรหมพิราม วัดโบสถ์ อำเภอเมือง มีน ้าเต็มเหมือนอย่างหลาย ๆ จังหวัด บางจังหวัด ที่น ้าไหลผ่านมากมาย แต่ว่าคนพื้นที่ไม่สามารถจะใช้ได้ ผมจะบอกให้ครับ รอยต่อของ จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดพิษณุโลกมีบึงอยู่บึงหนึ่งเรียกว่าบึงหล่ม ท่านละเลยไปได้อย่างไร บึงนี้มีพื้นที่ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ไร่ อำนวยประโยชน์ให้กับพี่น้องทั้งในอุตรดิตถ์ แล้วก็ ในพิษณุโลกจำนวนมาก ถ้าบึงแห่งนี้ได้รับการดำเนินการทำให้ทุกอย่างเต็มรูป เต็มร่าง เต็มประสิทธิภาพ น ้าที่จะกักเก็บในนั้นเป็นร้อยล้านลูกบาศก์เมตร ครึ่งเขื่อนของเขื่อน แควน้อย ท่านลองไปดูนะครับ แล้วก็จะสามารถอำนวยประโยชน์ให้ประชาชนอย่างน้อย ๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนตามที่เคยได้มีการศึกษากันไว้นะครับ ประชากรร่วม ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ในรายงานของท่านตรงนี้ผมไม่เห็นเลย และยังมีส่วนเล็กส่วนน้อย บึงเล็กบึงน้อย คำว่า บึงเล็กบึงน้อยของผมในพื้นที่นี้ นั่นคือมีพื้นที่ เป็นร้อยไร่ทุกบึง แล้วก็สภาพ ณ ปัจจุบันเรียกว่าใช้ไม่ได้เลย ผมเสียดายพื้นที่ เสียดายพื้นที่ เหล่านี้ที่สามารถที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งน ้าที่สามารถจะใช้ทางการเกษตรได้ ทุกวันนี้ น ้าสำหรับเกษตรกรทั้งชีวิตปัจจุบัน ทั้งชีวิตอนาคตอยู่กับน ้า แล้วเมื่อก่อนผมเองก็อยากจะ นำเรียนทุกท่านอยากนำเรียนกรรมาธิการในฐานะส่วนตัวผมนะครับ เมื่อก่อนน ้าท่วมน ้าแล้ง ก็มีมาตลอด แต่ว่าเราเองในพื้นที่ของผมก็ไม่ได้แสนสาหัสในเรื่องของน ้าแล้งมากขนาดนี้ ท่านครับ เรื่องเงินทั้งหลายที่จะไปทำโครงการโน้นโครงการนี้ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ถ้ามีเงินทำได้หมดครับ แต่ท่านอย่าลืมนะครับ ท่านลืมศึกษาถึงความเป็นมาเป็นไป ของการบริหารงานในระบบชลประทานหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ผมและ ชาวบ้านทั้งหมดใน ๓ อำเภอนี้มั่นใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นจากการบริหารงานที่มิได้ ยึดโยงคนในพื้นที่และให้สอดคล้องกับความเป็นจริง อย่างปีนี้น ้าในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มคือน ้าที่จะใช้ได้ นั่นคือมีปริมาณน ้า ๙๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทาง กรมชลประทานบอกแล้วว่าจะไม่ปล่อยน ้าให้เกษตรกร ทุกปีที่ผ่านมาเราไม่ว่า เพราะว่า เขาบอกว่าน ้าในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีน้อย โอเคเราเข้าใจ เราก็ไม่ได้อะไรมาก แต่ปีนี้ น ้ามี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม แล้วก็ยังจะมาไม่ปล่อยให้อีก ผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการ ได้ดูตรงเรื่องเหล่านี้ด้วย ในเรื่องของสิ่งที่มันไม่ใช่จับต้องได้ด้วยเงิน ด้วยสิ่งของ คือในเรื่อง ของการบริหารงานของผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ แล้วก็มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งในการพัฒนา ลุ่มน ้าในความคิดผมสิ่งที่กรมชลประทานได้ดำเนินการมาเก่าก่อน เดินรุดหน้าไปดีอยู่แล้ว ขยายเขตชลประทาน แต่ว่าเดินรุดหน้าไปแต่ไม่เหลียวหลังมาดูในสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดไว้ เสียเงินเปล่าประโยชน์ แล้วตรงนั้นพอมีโครงการแบบนั้นแล้วโครงการใหม่เข้าไปก็ไม่ได้ เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะยังไม่ได้แก้ไขสิ่งที่กรมชลประทานทำผิดพลาดอยู่ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านได้ช่วยดูในส่วนเรานี้ด้วย เพราะว่าพี่น้องหวังเรื่องน ้าจะเป็น สิ่งที่ช่วยเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยเกษตรกร แต่วันนี้กลายเป็นว่าน ้าเป็นปัญหาหนึ่ง ความหมายมันผิดกันแล้วครับ น ้าน่าจะเป็นปัญหาน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็น ปัญหาและปัญหาหนักด้วย ผมเองก็ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการ ให้ช่วยดูในปัญหาเหล่านี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ