สุรเชษฐ์ ตั้งข้อสังเกตแผนน้ำ 7 หมื่นล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ตั้งข้อสังเกตต่อรายงานการบริหารจัดการลุ่มน้ำฉบับ 172 หน้า ว่าขาดความชัดเจนในเรื่องงบประมาณและการคุ้มค่าในการลงทุน พร้อมท้วงติงการเสนอโครงการ 731 รายการที่ไม่ผ่านการกลั่นกรองอย่างเป็นระบบ และตั้งคำถามถึงความจำเป็นของโครงการผันน้ำมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยเรียกร้องให้รัฐทบทวนแนวทางการจัดหาน้ำแบบเดิม หันมาเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน พร้อมผลักดันการกระจายอำนาจและงบประมาณไปสู่ท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกร

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นผมขอขอบคุณเพื่อนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน ้าทั้งระบบที่ใช้ความเพียรพยายามไปรวบรวมข้อมูลจาก ๒๕ ลุ่มน ้า เดินทางไปศึกษาดูงาน ลงพื้นที่พบปะประชาชน ตลอดจนข้าราชการกว่า ๓๔ ครั้งตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ แล้วก็ได้ผลผลิตออกมาเป็นรายงานฉบับนี้ ๑๗๒ หน้า แล้วภาคผนวกอีกหนาเตอะเลยนะครับท่านประธาน อย่างไรก็ตามครับ วันนี้ผมจำเป็น ต้องเล่นบทอาจารย์ใจร้าย ด้วยความปรารถนาดีต่อประเทศจริง ๆ ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีหลายประเด็นที่ควรหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันก่อนที่จะปล่อยผ่านรายงานฉบับนี้ออกไปได้ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเพียง ๗ นาที ผมขอหยิบยกประเด็นสำคัญที่ผมติดใจและอยากฟัง คำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการ ๔ ประเด็น ดังต่อไปนี้ครับ

ประเด็นที่ ๑ เนื้อหาในรายงานยังขาดสาระสำคัญหลายเรื่อง เรื่องที่สำคัญ ที่สุดก็คือเรื่องเงินครับ ในรายงานฉบับนี้ไม่ได้บอกเลยว่าต้องใช้เงินเท่าไร มีแต่บอก ให้ทำ ๆ ไป แต่นี่มันไม่ได้นะครับท่านประธาน สิ่งที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๗๕ ที่เรียกว่าข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตกลงต้องใช้เงินเท่าไรครับ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันดี ลงทุน ไปแล้วมันคุ้มค่า คำถามเหล่านี้สำคัญนะครับท่านประธาน แต่มันไม่มีคำตอบอยู่ในรายงาน ฉบับนี้

ประเด็นที่ ๒ ๗๓๑ โครงการตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการนี้ขาดการ กลั่นกรองและการจัดลำดับความสำคัญ มีโครงการที่ถูกเสนอมาไปลงพื้นที่และที่คราวที่แล้ว เด้งกลับไปเป็นเพราะว่ามี ส.ส. หลายท่านเอาโครงการนั้นมายัดโครงการนี้มายัดอะไรต่าง ๆ จนมีมากถึง ๗๓๑ โครงการ ผมถามว่าเคยถูกวิเคราะห์ร่วมกันหรือยังครับ เคยทำโมเดล (Model) ลองหยิบเข้าหยิบออกดูไหมครับว่าคอมบิเนชัน (Combination) แบบไหน มันออปติมอล (Optimal) ไม่มีนะครับ มีแต่รายชื่อของโครงการมา ซึ่งก็พอเดาได้ว่ามันเป็น โครงการที่มีอยู่แล้วจากหน่วยงานต่าง ๆ เอามาแปะ ๆ รวมกัน คือทำแบบนี้มันไม่ได้ มันต้องมีการกลั่นกรองแล้วก็จัดลำดับความสำคัญว่าอะไรควรทำก่อน ทำหลัง ที่สำคัญก็คือ บนข้อจำกัดของงบประมาณที่เป็นไปได้จริงไม่ใช่ขายฝันไปเรื่อย ๆ ว่าจะเกิด จะเกิด จะเกิด แต่มันไม่เกิดสักทีหรอกครับอย่างนี้

ประเด็นที่ ๓ แนวคิดผิดทิศ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการในหน้า ๑๓๗ ข้อ ๗.๘ ระบุชัดถึงแนวคิดที่จะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ก่อสร้างโครงการผันน ้ายวม มูลค่า ๗๑,๒๙๐ ล้านบาท ซึ่งมูลค่านี้ก็ไม่ได้ระบุในรายงานนะครับ ผมต้องไปหาเองจากรายงานอีไอเอ (EIA) ของกรมชลประทาน นี่แค่หนึ่งโครงการนะครับ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หากรวม ๗๓๑ โครงการตามข้อเสนอนี้จะเป็นกี่แสนล้าน กี่ล้านล้าน แล้วจะเอาเงินมาจากไหนครับ ไม่มีความชัดเจนใด ๆ นอกจากบอกว่าต้องทำ เร่งทำ สำหรับ โครงการนี้ผันน ้ายวมหากท่านตั้งแอสซัมป์ชัน (Assumption) ว่าอย่างไรก็ต้องหาน ้ามาเติม ลุ่มน ้าเจ้าพระยาแล้วปล่อยให้ใครใคร่ใช้ ใช้ ใช้ได้ฟรีต่อไปเรื่อย ๆ โครงการนี้ก็อาจจะต้องทำ แต่แนวคิดแบบนี้แอสซัมป์ชัน (Assumption) แบบนี้ มันถูกแล้วหรือครับ ท่านทราบไหมครับ ว่าปัญหาหลักของลุ่มน ้าเจ้าพระยาคือมันใช้น ้าเยอะ ท่านทราบไหมว่าต้นทุนในการจัดหาน ้า ตามโครงการนี้สูงถึง ๕.๕๑ บาทต่อลูกบาศก์เมตร ท่านคิดแต่ว่าน ้าไม่พอรัฐต้องจัดหามาให้ แต่ท่านทราบหรือไหมครับว่าข้าว ๑ ตัน ต้องใช้น ้า ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร นั่นคือต้นทุน ในการจัดหาน ้าที่รัฐต้องออกให้สูงถึง ๑๖,๕๓๐ บาทต่อการผลิตข้าว ๑ ตัน ผมให้เต็มที่นะครับ ข้าวเจ้าตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่คุ้มกับค่าน ้า แล้วสุดท้ายครับ เกษตรกรต้องแย่งกัน สูบน ้า แย่งกันปลูกข้าวมาก ๆ ผลิตออกมาล้นตลาด รัฐก็ต้องเข้าไปประกันรายได้ชดเชยราคา หรือมีการจำนำข้าวต่อไปอีก ใช้งบประมาณปีละหลายแสนล้านบาท เราจะอยู่กันอย่างนี้ ต่อไปหรือครับ นี่ละครับคือวงจรแห่งความยากจน รัฐก็จน เกษตรกรก็จน เพราะว่ามันผิดทิศ รัฐต้องคิดใหม่นะครับ จะต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง จะพูดถึงแต่ ซัปพลาย ไซด์ (Supply Side) อย่างรายงานฉบับนี้ไม่ได้ มันต้องคิดถึงดีมานด์ ไซด์ (Demand Side) ด้วย แล้วไปให้มันถูกทิศ

ประเด็นที่ ๔ นะครับ แนวทางที่ควรจะเป็นมันเป็นอย่างไร ประเด็นหลัก ของเรื่องน ้าในประเทศไทยก็คือการบริหารจัดการ ประเทศเราตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้แย่นะครับ แค่บริหารจัดการห่วย มีหลายประเทศอยู่ในทะเลทรายเขาก็อยู่ได้ มีหลายประเทศที่โดนพายุ ซัดตลอดเขาก็อยู่ได้ เราต้องคิดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง จะเล็งแต่ผลาญ งบประมาณไปกับโครงการขนาดใหญ่ไม่ได้ จะคิดแบบรัฐราชการรวมศูนย์ ทำตัวเป็นพ่อรู้ดี เอาโครงการโน่นนี่นั่นไปแจกนี่ ไม่ได้ จะเลี้ยงไข้ความยากจน หมดเงินกับการเยียวยา แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ มันไม่ได้ เราต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วยการ เปลี่ยนไปปลูกพืชที่ใช้น ้าน้อยมากขึ้น มีการสร้างเมือง สร้างงานรองรับลูกหลานเกษตรกร รองรับการเปลี่ยนอาชีพของเกษตรกรให้มากขึ้น ผมกำลังพูดถึงการกระจายอำนาจ และเม็ดเงินสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจังครับ ขาดเงินก็ต้องแบ่งเงินจากรัฐบาลกลางไป ขาดคน ก็เอาคนส่วนกลางไปช่วย หากมีทุจริตก็ตามไปจับ แต่ต้องตั้งธงให้มั่นแล้วเดินหน้าต่อไป อย่างแน่วแน่ เอมพาวเวอร์ (Empower) ให้ท้องถิ่น ทำการเมืองท้องถิ่นให้เข้มแข็ง มีกรอบเงิน ที่ใหญ่พอให้ท้องถิ่นไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนแบบมี แอ็กเคาทาบิลิตี (Accountability) กุญแจสำคัญที่รายงานฉบับนี้ควรให้น ้าหนักมากขึ้นก็คือ การบริหารจัดการน ้าในระดับ ท้องถิ่น คือแทนที่จะทำแต่โครงการใหญ่ ๆ มีแต่เส้นเลือดใหญ่จนไม่เหลือเงินไปทำ เส้นเลือดฝอย ควรให้ความสำคัญกับเส้นเลือดฝอยมากขึ้น ต้องตั้งสมดุลระหว่างงบประมาณ ที่จะลงไปกับเส้นเลือดใหญ่ แล้วก็เส้นเลือดฝอยให้ดี แล้วเส้นเลือดฝอยที่จะมีผลต่อรากหญ้า อย่างแท้จริง ผมกำลังพูดถึงอะไรครับ ผมกำลังพูดถึงแทนที่จะคิดแต่โครงการใหญ่ ๆ ผันน ้า ไปมาระหว่างแม่น ้า เอาแต่สร้างอ่างเก็บน ้าขนาดใหญ่ ต้องให้ความสำคัญแล้วก็งบประมาณ ไปกับบ่อน ้าขนาดเล็กริมนาของเกษตรกรโดยตรง ด้วยเงินที่เท่ากันจะคุ้มค่ากว่ามาก แล้วก็จะทั่วถึงมากกว่าด้วย แต่รายงานฉบับนี้ครับท่านประธาน ไม่ได้พูดถึงสัดส่วน สร้างความสมดุลอะไรเลยมีแต่ขายฝันไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ โดยสรุปผมเห็นด้วย กับการบริหารจัดการน ้า ผมเห็นด้วยกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร แต่รายงานฉบับนี้ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ไม่ได้ตอบโจทย์ดังกล่าวครับ เราต้องคิดใหม่ ตั้งหลัก ตั้งทิศทางให้ดี คิดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ผมและพรรคก้าวไกลจึงไม่รับรายงานฉบับนี้นะครับ ท่านประธานขออีกนิดหนึ่ง ท่านอย่าเพิ่งรีบปิดสภาหนีและผมก็เชื่อว่าท่านก็คงไม่ทำ แต่ฝากท่านโน้ตถึงท่านประธานท่านต่อไปด้วยว่านี่เพิ่ง ๑๓.๒๐ นาฬิกา แล้วก็เป็นรายงาน ฉบับที่ ๒ จาก ๔ รายงานตามแผนที่เราจะพิจารณากัน แล้วก็ขอให้ลงมติกันวันนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน