ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ชี้แจงความคืบหน้าการทำงานของกรรมาธิการฯ ในการพิจารณาร่างกฎหมาย 5 ฉบับ พร้อมเน้นย้ำปัญหาข้อกำหนดการชุมนุมที่คลุมเครือ การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนโดยอ้างความลับของทางราชการ และเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานรัฐในรูปแบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มความโปร่งใส มีส่วนร่วม และความทันสมัย พร้อมยกตัวอย่างปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการใหญ่ เช่น EEC และกรณีนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่ประชาชนต้องเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนด้วยตนเอง ซึ่งกรรมาธิการจะนำประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณาเพื่อผลักดันการแก้ไขกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงบทบาทของนักการเมืองในการตอบสนองต่อประชาชน พร้อมท้าทายมุมมองของนักกฎหมายที่วิพากษ์โดยไม่คำนึงถึงบริบททางการเมืองและประวัติศาสตร์ของพรรคการเมือง
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร จากชาว บางขุนเทียน และเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน และวันนี้ได้รับโอกาสจากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับโอกาสจากเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ในการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ ๕ ร่างด้วยกันของการพิจารณาในชั้นอนุกรรมาธิการของกรรมาธิการผม ซึ่งวันนี้ก็ได้รับ ข้อแนะนำ ข้อเสนอแนะจากหลาย ๆ ท่านไม่ว่าจะเป็น พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในการกล่าวถึงการปรับปรุงกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านวรภพก็ได้ชี้แจงแล้ว นี่คือหน้าที่ หลักของฝ่ายนิติบัญญัติ และคณะกรรมาธิการเราก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และยังมี อีกหลายกฎหมายที่ยังอยู่ในชั้นพิจารณา และท่านวรภพก็ได้เสนอตัวเข้ามาเป็นคณะทำงาน ในคณะกรรมาธิการนี้ในการร่างกฎหมายอีกหลาย ๆ ฉบับ
ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร กังวลในเรื่องของการชุมนุมสาธารณะ เช่นกันครับ คณะกรรมาธิการเราก็ได้กังวลในเรื่องของข้อกำหนดกฎเกณฑ์และกฎหมายที่มันบูดเบี้ยว ไม่สามารถใช้ได้จริง และการบังคับใช้อาจจะเลยขอบเขต บางครั้งอาจจะมีการบังคับบอกให้ แจ้งว่าจะมีการชุมนุมที่ไหนอย่างไร เจ้าหน้าที่หลาย ๆ ท่านก็ปฏิบัติไปในแนวทางของการ ต้องขออนุญาตและการให้อนุญาต ซึ่งกรรมาธิการเราก็ได้มาพิจารณาแล้วก็ศึกษาแก้ไขให้มัน รัดกุมมากยิ่งขึ้น บังคับใช้มาแล้วหลายปีด้วยกัน แต่ว่ากฎหมายลูกหลาย ๆ อย่างอาจจะยังไม่ครอบคลุม ซึ่งท่านโกวิทย์ก็ได้นำเสนอในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในระดับท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมาธิการก็เห็นด้วยครับ แล้วเดี๋ยวจะรับไปพิจารณาต่อ
ท่านสมคิด เชื้อคง กังวลในเรื่องของชั้นความลับ อันนี้ตรงกันเลยครับ กับเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการที่ได้นำมาพิจารณา เนื่องจากว่าเวลาพี่น้องประชาชน ต้องการที่จะศึกษาข้อมูล ต้องการที่ไปขอข้อมูลพอไปที่หน่วยงานราชการก็ได้รับคำตอบ กลับมาว่า อันนี้ชั้นความลับเท่าโน้น อันนี้ชั้นความลับเท่านี้แล้วสรุปพี่น้องประชาชนซึ่งเป็น เจ้าของประเทศอยู่ในการเปิดเผยข้อมูลชั้นความลับเท่าไร ก็ไม่มีใครรู้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องการที่จะดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลของ หน่วยงานราชการโดยมิต้องร้องขอและเราเพิ่มไปถึงขั้นว่าจะต้องเปิดเผยในระบบดิจิทัล เพื่อให้พี่น้องประชาชนในยุคนี้สมัยนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทันท่วงที อย่างทัน เหตุการณ์ และตรงเวลากับที่ต้องการสืบค้นข้อมูล
ท่านต่อไปท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ท่านพูดบอกว่าประชาชนเป็นเจ้าของ ทรัพยากร ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ แต่ประชาชนทำไมถึงไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลของ หน่วยงานทางภาครัฐ อันนี้ตรงกันกับคณะกรรมาธิการครับที่เราได้พิจารณาไปแล้ว แล้วก็ได้ นำเสนอข้อมูลมา ท่านยกตัวอย่างโครงการอย่างอีอีซี (EEC) ซึ่งมีการเปิดให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมแต่เปิดแบบน้อยมาก ซึ่งมีอีกหลาย ๆ โครงการครับ วันนี้ท่าน ส.ส. อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล รับหน้าที่ตัวแทนของคณะกรรมาธิการไปรับหนังสือด้านล่างครับ ลูกสาวทะเลจะนะ มายื่นข้อร้องเรียนครับ รับหนังสือก่อนขึ้นบัลลังก์นี่ครับบอกว่า กระบวนการ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในเขตนิคมอุตสาหกรรมจะนะได้รับผลกระทบ ต้องเดินทางจากจะนะมาถึงกรุงเทพมหานครมายื่นเรื่องให้กับกรรมาธิการ เราก็รับไป พิจารณาครับ แล้วก็จะนำเรื่องปัญหาของการทำเอชไอเอ (HIA) ของพี่น้องที่อยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมจะนะเข้าสู่กรรมาธิการในครั้งต่อไป นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นและนี่คือที่มา ของการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เราได้นำมาใช้กันนะครับ
ท่านต่อไปครับท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะหลาย ๆ อย่าง ซึ่งมีหลายมิติในการบังคับใช้กฎหมายและท่านได้ผ่านประสบการณ์ในเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย ท่านได้ท้วงติงแล้วก็ให้ข้อสังเกตมาเราก็รับไปพิจารณาครับในชั้นกรรมาธิการที่จะ นำไปเสนอต่อ
ส่วนท่านคารม พลพรกลาง ก็ขอขอบคุณในคำเสนอแนะนะครับ แต่ว่าที่ผม ฟังท่านเสนอแนะมาทั้งหมดก็ได้ทราบความว่า ท่านเป็นนักกฎหมาย ก็ไม่เป็นไรครับท่านเป็น นักกฎหมายและอีกไม่นานท่านก็จะกลับเป็นนักกฎหมายแล้ว ส่วนผมครับ ผมพูดได้ไม่อาย ผมเป็นนักการเมือง และนักการเมืองมีหน้าที่อย่างเดียวก็คือตอบแทนผู้ให้โอกาส ผมนี่เป็น ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ได้รับโอกาสจากชาวบางขุนเทียน ๓๘,๓๔๐ คะแนน พี่น้องชาว บางขุนเทียนได้โอกาสผมเข้ามาครับ ผ่านพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นครับ มีคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรค มีอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นเลขาธิการพรรค มีคุณช่อ พรรณิการ์ วานิช เป็นโฆษกพรรค ผมพูดไม่อายใครครับ และสุดท้ายตุลาการ ๗ ท่าน ยุบพรรคอนาคตใหม่ไป พวกเราก็จับมือกันเดินมาสู่พรรคก้าวไกลในมุมมองเดียวกัน ในเจตนารมณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่อายใครครับ เพราะพวกผมเป็นนักการเมือง ส่วนนักกฎหมายจะมีหน้าที่ทำอะไรอย่างไรก็แล้วแต่ท่านพูดมาทุกอย่างท่านดูดีหมดครับ แต่บางครั้งท่านอาจจะลืมที่ไปที่มาเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อเสนอแนะของท่าน ถ้าท่านเตรียมจะมาพูดเรื่องอื่น ท่านก็เตรียมการณ์ไป แต่ท่านลุกขึ้นแล้วก็มาต่อว่าคนอื่น แบบนี้ไม่ถูกต้อง ก็เลยจะขอนำเสนอท่านประธานไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ