จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตต่อการศึกษาของกรรมาธิการเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนว่าเน้นมิติกฎหมายมากกว่าการบังคับใช้จริง และเรียกร้องให้พิจารณาปรากฏการณ์ที่รัฐใช้กฎหมายจำกัดสิทธิการแสดงออกอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อสะท้อนในรายงานให้ครบถ้วน
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทยครับ ต่อร่างของ การศึกษาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง เกี่ยวกับเรื่องของการร่างกฎหมาย เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการทุกท่าน นะครับ ท่านทำเอกสาร ทำรูปเล่ม ทำรายละเอียดออกมาได้ดีนะครับ แล้วก็มีความ ครอบคลุมในระดับหนึ่ง ต้องใช้คำว่าในระดับหนึ่งนะครับ เพราะจากที่ผมเปิดศึกษาอ่านดูนี้ นะครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ในการทำงานของคณะกรรมาธิการที่ผ่านมารวมถึง ตัวเอกสารฉบับนี้การศึกษานี้พูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่ผมมอง คือเป็นมิติของด้านกฎหมายเป็นหลัก อันนี้อยากจะให้ท่านได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับ สภาผู้แทนราษฎร ทำไมผมถึงใช้คำว่าเป็นเรื่องของด้านกฎหมายเป็นหลัก เพราะในเรื่องของ วัตถุประสงค์ในการศึกษาของท่านนี้เห็นได้ชัดครับ ท่านไปดูเรื่องของตัวร่างกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ร.บ. การมีส่วนร่วมของ ประชาชน พ.ร.บ. เรื่องของการบริหารงานภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลนะครับ พ.ร.บ. ชุมนุม สาธารณะ พ.ร.บ. การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อันนี้เข้าใจได้ครับ เป็นเรื่องของ กฎหมาย เพราะเป็นงานของเราครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราก็ดูด้านกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะสอบถามท่านว่าท่านได้มีการบรรจุลงไว้ในเอกสารฉบับนี้มากน้อยเพียงไร นั่นคือมิติของการบังคับใช้ วันนี้เรารู้กันดีครับว่าความมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่มีการ ปฏิวัติมาเมื่อ ๗-๘ ปีก่อนนี่นะครับ มันตกต ่าลงตามลำดับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปฏิวัติ เป็นการบริหารงานที่ไม่มีกระบวนการผ่านระบอบประชาธิปไตยเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ตอนนั้นหนักมากนะครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้าที่จะมีการปฏิวัติ หลังปฏิวัติพวกผมโดนกระทำค่อนข้างรุนแรง พี่น้องประชาชนที่ออกมาชุมนุมโดนกระทำ ค่อนข้างรุนแรง เป็นการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยภาครัฐ มาถึงวันนี้ถึงแม้จะมี การเลือกตั้ง มีรัฐบาลอยู่ ๑ คณะนะครับ แต่กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเห็นได้ชัด ครับว่า ก็มีการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ร.บ. การชุมนุม สาธารณะไปบังคับใช้เพื่อปิดกั้นการแสดงออกของพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง และเป็น การกระทำจากภาครัฐเอง มุมนี้ท่านได้ศึกษาหรือไม่ และได้บรรจุอยู่ในเล่มนี้หรือเปล่านะครับ ผมเข้าใจครับ บางทีเรื่องที่มันเป็นเรื่องที่มันแหลมคมนี่นะครับ การทำงานในกรรมาธิการมีความ ยากลำบากเพราะว่าสัดส่วนของกรรมาธิการที่นั่งอยู่ในกรรมาธิการนี้ก็ล้อมาจากสภาผู้แทนราษฎร มันก็อาจจะมีความขัดแย้ง มีความเห็นต่าง แต่ในฐานะสภาผู้แทนราษฎรที่เราไปทำงานในชั้น กรรมาธิการ เมื่อไปทำงานในกรรมาธิการราจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลครับ ทุกคน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่ากัน ทุกคนเป็นตัวแทนของประชาชน เพราะฉะนั้น สิ่งที่ศึกษา ต้องเอาความเป็นกลาง ต้องเอาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้งนะครับ สิ่งที่ผมไม่เห็นก็คือเรื่องนี้ล่ะครับ นั่นก็คือการกระทำ กฎหมายมันมีอยู่แล้ว กฎหมาย นี่มันไม่ใช่ไม่มีนะครับที่ท่านพูดมาทั้งหมด มันมี อาจจะมีข้อบกพร่อง อาจจะสามารถ เขียนคำให้กระชับ เขียนคำให้ครอบคลุม เขียนให้มันสามารถบังคับใช้ได้ประโยชน์มากขึ้น อันนี้กฎหมายทุกตัวสามารถพัฒนาได้ มันเป็นเรื่องวิวัฒนาการกฎหมายทางนิติบัญญัติ เป็นเรื่องปกติ แต่ต่อให้เขียนได้สวยหรูเพียงใด ถ้าการบังคับใช้ไม่เป็นธรรม มีการเลือกปฏิบัติ มีการใช้เพื่อประโยชน์ของภาคฝ่ายตน เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนะครับ ผมต้องเรียน ด้วยความเคารพครับ การศึกษาเพื่อแก้ไขกฎหมาย การศึกษากฎหมายที่มีอยู่ ในเรื่องเกี่ยวกับ การมีส่วนร่วมของประชาชนนี้ จะไม่สามารถผลิดอกออกผล จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ กับ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเราจะต้องเอากฎหมายเป็นตัวตั้ง แล้วเอาเหตุการณ์จริงการบังคับใช้มาประกบเพื่อชี้ให้สังคมเห็นได้ว่าสิ่งที่เกิดอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่เหมาะสม ถูกต้อง ถูกควรแล้ว หรือมีสิ่งใดที่ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายแล้วไม่เป็นธรรม ต่อพี่น้องประชาชนในการที่จะแสดงออกทางความคิด ทางการกระทำที่เป็นไปตามกรอบของ รัฐธรรมนูญ ตามกรอบของกฎหมาย แต่ถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างล้นเกิน เพราะฉะนั้น เป็นประเด็นที่อยากจะฝากถามผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการครับ ท่านได้ไปดูเรื่องของ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นไหม แล้วบรรจุลงในเล่มนี้หรือไม่อย่างไร เพราะนี่จะเป็นรายงานที่เรา จะให้ความเห็นชอบครับ แล้วเราจะส่งมันไปยังคณะรัฐมนตรีให้คณะรัฐมนตรีได้เห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรเรามีความเห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่ท่านทำอยู่ในวันนี้มีความเหมาะสม แล้วหรือไม่ในการที่จะบริหารจัดการในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่เขาอยากจะแสดงการมี ส่วนร่วมทางการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน