คณิศ แสงสุพรรณ ชี้แจงความคืบหน้าและแนวทางการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดการลงทุนที่มีมูลค่าสูงกว่าเป้าหมาย และการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 พร้อมเสนอขยายผลไปยังพื้นที่ชายแดนใต้และผลักดันโมเดลเศรษฐกิจสามเหลี่ยมร่วมอินโดนีเซีย-มาเลเซีย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาจีโนมิกส์ สาธารณสุข ระบบจัดการขยะอย่างยั่งยืน และการร่วมทุนระหว่างรัฐ-เอกชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมยืนยันว่าการลงทุนในอีอีซีดำเนินไปได้ดีภายใต้กรอบกฎหมายและมีการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างรอบด้าน แม้ต้องเผชิญกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน และขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับทุกท่านที่ให้ข้อคิดเห็น ทางเราขอบคุณมาก แล้วก็จะนำความคิดเห็นพวกนี้ไป วันนี้จะตอบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ ผม นายคณิศ แสงสุพรรณ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และวันนี้มีผู้บริหารมาร่วมด้วย ขออนุญาตนำเสนอผลงานที่ผ่านมา
ก่อนหน้าจะไปถึงผลงาน ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องนอกอีอีซี (EEC) นิดหนึ่ง นะครับ มีหลายท่านพูดถึงแล้วก็เป็นเรื่องสำคัญที่อาจจะต้องสำคัญในอนาคต มีท่านสุชาติ พูดถึงว่าฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออกมันไม่เท่าเทียมกัน เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระนอง ไม่เท่าเทียมกับฝั่งตะวันออกที่กำลังทำอยู่ ผมขอเรียนว่าตอนนี้รัฐบาลทำโครงการ ที่เรียกว่า เซาท์เทิร์น อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (Southern Economic Corridor) ก็ครอบคลุม พื้นที่ท่านว่า เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าเขาทำแลนด์ บริดจ์ (Land Bridge) ตรงนั้นได้ มันจะออกไปทางทะเลอันดามันได้ ออกไปทางมหาสมุทรอินเดียได้นะครับ ในที่สุดแล้ว ตามแผนมันก็จะมีจุดที่เจริญเติบโตรอบอ่าวไทย คือมีกรุงเทพฯ มีอีอีซี (EEC) มีเอสซีซี (SCC) ต้องขอเรียนว่าตอนนี้เรื่องเอสซีซี (SCC) กำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลด้วย และอยู่ในแผน ๑๓ ด้วย เรียนว่าตัวทวายทำได้ยากครับ เพราะว่าตอนนี้พม่าไม่ค่อยมั่นคง เราก็เลือกทำเอสอีซี (SEC) ตรงที่เป็นชุมพร ระนองแทน
ส่วนของท่านอันวาร์เป็นเรื่องทางภาคใต้นิดหนึ่ง ที่บอกว่าชายแดนภาคใต้ ควรจะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับอีอีซี (EEC) ที่จริงแล้วทาง ศอ.บต. ติดต่อเรามาและเราก็ช่วย ศอ.บต. เอาโมเดล (Model) ที่ทำอีอีซี (EEC) ไปทำที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเราก็เร็กคอมเมนด์ (Recommend) ว่าควรจะเป็น ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องการจ้างงานที่มีอยู่จะมีผู้ที่มีผลประโยชน์เยอะ ผมต้องเรียนว่าเรื่องอาหารฮาลาล เรื่องอะไรถ้าท่านอันวาร์ สาและ จำได้สมัยหนึ่งท่านนายกฯ ชวนอยู่ท่านทำโครงการ ที่เรียกว่า สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ร่วมกับทางอินโดนีเซียแล้วก็ทางมาเลเซีย อันนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ และตอนที่เราทำแผน ๑๓ เราก็เร็กคอมเมนด์ (Recommend) แผน ๑๓ ให้เอาเรื่องนี้ เข้าไปใส่ด้วยนะครับ นั่นเป็นเรื่องแรก ผมคิดว่าในอนาคตมันจะมีการขยายการทำงานพวกนี้ ออกไป ผมขออนุญาตรายงานแบบนี้ครับ ตอนนี้ระยะแรกของอีอีซี (EEC) ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นนิดหนึ่งนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ระยะแรกอีอีซี (EEC) ได้ทำการพัฒนาเรื่องที่เกี่ยวกับการทำแผน อันนี้ ทำไปหมดแล้วนะครับโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้โครงสร้างพื้นฐานหลักก็ทำเสร็จหมดแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในเฟส (Phase) ที่ ๓ กับ ๔ คือชักชวนการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย แล้วก็ทำเรื่องวิถีชีวิตใหม่ ก็จะลงพื้นที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นการก้าวสู่อันนี้มันทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงผมขออนุญาตเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาดังนี้นะครับ ช่วงที่โควิด (COVID) เข้ามาจีดีพี (GDP) ของประเทศไทยลบไปประมาณ ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๓ อันนี้คงทราบกันอยู่นะครับ ในอีอีซี (EEC) ลบลึกกว่าประเทศ ลบไปประมาณ ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุเพราะว่าเรามีพัทยาอยู่ พัทยาโดนหนักมาก ในปี ๒๕๖๔ ปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวประมาณสัก ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ตามที่ประมาณการ ของสภาพัฒน์ อีอีซี (EEC) เราประเมินไว้ว่าน่าขยายตัวได้มากกว่าประเทศ อยู่ที่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๕ ปีหน้าที่ทุกซอร์ซ (Source) ที่พูดถึงการประมาณการประเทศไทย อยู่ที่ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจว่าอีอีซี (EEC) น่าจะขยายตัวได้มากกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ น่าจะอยู่ที่ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ภาคที่เราประมาณไว้ว่าเกษตรน่าจะขยายตัวสัก ๖ เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมประมาณสัก ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ และบริการนักท่องเที่ยวกลับมาก็ขยายตัว ประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากจะเรียนว่าถ้าเห็นตัวเลขแบบนี้ผลประโยชน์ที่ลงไปถึง ประชาชนเรื่องการดูแลการขยายตัว ผมคิดว่าเราพอทำได้นะครับ ข้อสำคัญที่เกิดขึ้นก็คือ ตอนที่มีโควิด (COVID) เราไม่ได้หยุดนะครับ
ผมขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ ภารกิจอันนี้ท่านพูดถึงอยู่แล้ว มันอยู่ในหนังสือขออีกสไลด์หนึ่งครับ จะได้เร็วนิดหนึ่งครับ ณ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เราดูแล้ว ได้มีการอนุมัติมูลค่าการลงทุนในพื้นที่อีอีซี (EEC) ไป ๑.๖ ล้านล้านบาท เทียบกับเป้าหมาย ๑.๗ ล้านล้านบาท ๙๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ทำไปแล้ว แล้วก็จะเริ่มลงทุนในช่วงต่อไป เดี๋ยวจะมีกราฟว่าจะลงไปในอะไรบ้าง ตอนนี้ที่ไปทำก็เป็นการร่วมทุนภาครัฐ ๔ โครงการหลัก โครงการพื้นฐาน ๖๕๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้เริ่มออกข่าวมาเพราะว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งเสร็จ เรื่องแหลมฉบังไป แล้วก็มีบัตรส่งเสริมการลงทุนประมาณสัก ๘๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ และมีงบบูรณาการของเราประมาณสัก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมานะครับ การลงทุน ๑.๖ ล้านล้านบาทหรือ ๑.๗ ล้านล้านบาท มันจะขึ้นทยอยลงทุนในช่วง ๓-๔ ปี ข้างหน้า ขอสไลด์ (Slide) ต่อนะครับ
ที่จริงแล้วภาพเป็นอย่างนี้ครับ เราเองเราทำงบบูรณาการของอีอีซี (EEC) ในช่วง ๓ ปีนี้เราใช้ไปประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นงบประมาณนะครับ แต่มันเป็น การดึงลงทุนประมาณ ๑.๖๖ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นตัวงบประมาณที่เราใช้ค่อนข้างน้อย คิดแล้วก็ประมาณสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนที่ได้นะครับ อันนี้เป็นเงินลงทุนจาก ภาคเอกชนโดยตรง ทางท่านทวีก็พูดถึงว่ามันไม่ได้นับรวมเรื่องเดี๋ยวมีเรื่องอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) เดี๋ยวจะนับรวมอย่างไร เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ แต่อย่างไรก็ตามพอปีนี้ เราทำได้เร็วกว่าเป้าหมายปีหนึ่ง แทนที่จะเป็น ๒๕๖๕ ก็เป็น ๒๕๖๔ เราได้แล้ว ๑.๗๗ ล้านล้านบาท ประมาณนี้นะครับ ทางท่านนายกรัฐมนตรี ทางคณะกรรมการนโยบาย อีอีซี (EEC) ก็เลยขอให้เราปรับเป้าหมาย ขอสไลด์ (Slide) ต่อเลยครับ ขอปรับเป้าหมาย ๑.๗ ก็คงรอให้มันลงทุนไปช่วง ๓-๔ ปีข้างหน้า ก็ขอปรับเป้าหมายว่าในช่วง ๒๕๖๕-๒๕๖๙ จะต้องมีการลงทุนอีกประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เพราะว่าในช่วงที่ โควิด (COVID) เข้ามาหลายท่านพูดถึงแล้วนะครับ ในระดับประเทศจีดีพี (GDP) -๖.๑ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าประเทศไทยรายได้หายไปประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท ในอีอีซี (EEC) ท่องเที่ยวอย่างเดียวหายไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราต้องการที่จะบูสต์ (Boost) เรื่องรายได้ให้กับประเทศก็เลยปรับเป้าหมายเพื่อที่จะให้รองรับกับสิ่งที่เราถูกกระทบ จากโควิด (COVID) ในระยะ ๕ ปีข้างหน้าก็คงจะผลักดันเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ฐานใหม่ก็คือ ประมาณสัก ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราลงทุนได้ขนาดนี้นะครับ ผมขออนุญาตไม่ไปรายละเอียด ขอไปเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่มีหลายท่านถามถึงนะครับ ขอสไลด์ต่อเลยครับ ปรากฏว่า โครงสร้างพื้นฐานนี้แรปอัป (Wrap up) หมดแล้วนะครับ เป็นเงินลงทุนประมาณสัก ๖๕๔,๙๒๑ ล้านบาท เป็นเงินเอกชนร่วมทุน ๔๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ท่านสมาชิกได้พูดถึงนะครับ แต่ว่าตอนที่ทำบังเอิญตัวสนามบินนี่ได้ผลตอบแทนมาค่อนข้างเยอะ และโครงการอื่น เป็นผลตอบแทนที่ภาครัฐตอบมานะครับ เพราะเมื่อหักลบกับที่รัฐบาลจะต้องเอาเงิน ไปลงแล้วในรัฐบาลได้ผลสุทธิประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ทีนี้ก็ขอตอบท่านทวี สอดส่อง ตรง ๆ นะครับ โครงการแบบนี้การประเมินว่าทรัพย์แผ่นดินที่เอามาทำนี่เป็นเท่าไรตอบยากมาก แต่ที่เราพยายามทำนี่ครับ ในช่วงตอนที่เราวางแผนเราเห็นว่าทรัพย์สินพวกนี้เป็นทรัพย์สิน ที่ภาครัฐใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ยกตัวอย่าง เช่น สนามบินอู่ตะเภามันมีมา ๓๐ ปีแล้ว แต่ว่ามีเครื่องบินไปบินลงตอนที่เราไปดูประมาณไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ลำต่อปี น้อยมาก เพราะสนามบินขนาดนี้ต้อง ๓๐ ล้าน ขอโทษ รับผู้โดยสารได้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนนะครับ สนามบินนี้ควรจะรับได้ประมาณสัก ๓๐-๖๐ ล้าน มันมี ๒ รันเวย์ (Runway)
- ๘ ๖ /๑ เราก็เลยถือว่าพวกนี้เป็นแอ็กเซส (Access) ที่รัฐมีอยู่จริง แต่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่นะครับ ที่ท่านถามเรื่องเกี่ยวกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) กับมักกะสันก็อย่างเดียวกัน ตัวมักกะสันเป็นตัวที่ทางการรถไฟเขามีแผนอยู่แล้วว่าเขาจะเอาทรัพย์สินตัวนี้ออกมาให้ เอกชนดำเนินการเพื่อจะเอาไปลดหนี้อย่างที่ว่า ต้องขอเรียนว่าตอนที่เราไปดูแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ถึงแม้จะลงทุนไป ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างที่ท่านทวีพูดจริงครับ ผมเห็นด้วย แต่ว่าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ขาดทุนทุกปี ตอนที่เราเข้าไป ๓-๔ ปีที่แล้ว ๓๐๐ ล้านบาทปีที่แล้ว รีจิสเตอร์ (Register) มาว่าขาดทุนก่อนเอกชนเข้าไป ๖๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น สถานการณ์แบบนี้เราก็เลยคิดว่าให้เอกชนไปทำดีกว่าที่รัฐบาลจะต้องจ่ายขาดทุนไปทุกปี ทีนี้มาเรื่องแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ที่มีคนถามเยอะนะครับ ขออนุญาตตอบ ตรง ๆ เลยคือ ๑. มันเป็นเงื่อนไขที่ว่ามันไม่ใช่เหตุสุดวิสัยโดยธรรมชาติ คือกรณีแบบนี้ตอนที่ เราทำสัญญาแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) มีผู้โดยสารอยู่ประมาณ ๗๙,๐๐๐ คน ต่อวัน เมื่อตอนที่ก่อนส่งมอบให้เอกชนเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากโควิด (COVID) เข้ามา นักท่องเที่ยวไม่มี ผู้โดยสารตกเหลือ ๙,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นก็เลยมีกระบวนการขึ้นมา กระบวนการนี้ยังไม่ได้ตัดสินนะครับ กระบวนการนี้บอกว่ารับฟังเอกชน ได้ว่าเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่เข้ามาให้มีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ยังไม่ได้ มีการบอกว่าจะไปเลื่อนสัญญา จะไปทำโน่นทำนี่เขาก็ประชุมกันทุกวัน ผมก็ยังไม่ทราบว่า ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่เพื่อให้แน่ใจว่ามีคอมมิตเมนต์ (Commitment) คือ ๑. เอกชน ก่อนที่จะรับงานไปเขาลงทุนไปประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้าน เพื่อดูวิธีการโอนและโอนไปเมื่อ ๒๕ ตุลาคม การโอนก็เรียบร้อยดีวันนี้ก็ไม่มีเสียงบ่นจากประชาชนผู้โดยสาร อันนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากคือคณะกรรมการของเราบอกว่าต้องไม่ให้ผู้โดยสารเดือดร้อน อันนี้ก็ไม่เดือดร้อน ในขณะเดียวกันเราก็บอกว่าถ้าเป็นแบบนั้นยังไม่จ่ายตอนนี้ แต่เมื่อครบสัญญาแล้วต้องจ่ายมา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ตอนนี้จ่ายมาแล้ว ที่เหลือจะให้เวลา พิจารณา ๓ เดือนว่าจะทำกันอย่างไรต่อ อันนี้ก็เรียนตรง ๆ ว่ามันเป็นผลกระทบที่ไม่ได้ คาดการณ์ไว้ก่อน ที่ท่านถามว่าบริษัทเอกชนมีกำไร ๗๐,๐๐๐ บริษัทเอราวัณที่ทำเรื่องนี้ ยังไม่มีนะครับ ยังไม่มีกำไรอาจจะเป็นบริษัทที่เป็นบริษัทแม่ อันนี้ก็คงไม่เกี่ยวข้องอะไรนะครับ ขอเรียนตรงนี้ก่อน ทีนี้ในช่วงที่ผ่านมาเราก็คิดว่ากรณีแบบนี้โครงสร้างพื้นฐานหลักที่เราทำ ผมก็อยากจะก้าวไปนิดหนึ่ง คือมีคนพูดถึงประเทศไทยกับเวียดนามเยอะ ขอเรียนตรง ๆ ว่า ประเทศไทยกับเวียดนามไม่เหมือนกัน จีดีพี เพอร์ แคปพิตา (GDP Per Capita) รายได้ ต่อประชากรของเราตก ๗,๐๐๐ กว่า เวียดนามประมาณสัก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ยังเป็นคนละอัน เสร็จแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อไปเช็ก (Check) เอฟดีไอ (FDI) ที่เวียดนามที่เข้าไปเยอะ มันเป็นแบบนี้ คือ ๑. เข้าไปเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประมาณสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเงิน ที่ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอาโครงการนี้มาขายให้นักลงทุนต่างประเทศบ้าง ส่วนที่เหลือ เป็นเลเบอร์ อินเทนซีฟ (Labour-intensive) ประมาณอีกสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีไฮเทค (High-tech) อยู่ประมาณ ๑๐ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง อันนี้คือโครงสร้างของ การลงทุนต่างชาติที่เข้าไปในประเทศเวียดนาม แต่ว่ากรณีของเรา กรณีตัวนี้เป็นตัวอย่างคือ โครงสร้างพื้นฐานที่ทำในอีอีซี (EEC) เราไม่ได้ใช้เงินต่างประเทศ เราใช้เงินของไทยมันก็เลย ไม่มีตัวเลขเอฟดีไอ (FDI) จากต่างประเทศเข้ามา ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราไม่ได้เป็นหนี้ใคร และไม่ได้ไปกู้เงินใคร อันที่ ๑ อันที่ ๒ เงินบีโอไอ (BOI) เขาเปลี่ยนวิธีทำงานไปเยอะแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเอฟดีไอ (FDI) ที่เข้ามาทำธุรกิจที่มีแรงงานมากเลเบอร์ เอนเทนซีฟ (Labour-intensive) เหลือแค่เปอร์เซ็นต์เดียว ที่เหลือเป็นเรื่องของไฮเทค (High-tech) ที่เราพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเอสเคิร์ฟ (S-curve) แรก หรือเอสเคิร์ฟ (S-curve) กลุ่มที่ ๒ และลักษณะเป็นอย่างนั้นต้องเรียนตรง ๆ ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งคือ เรื่องผลประโยชน์ที่ทำให้กับประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าตอนที่ เราทำงานเราทำงานให้กับประชาชนเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลา ทำอะไรบ้าง ผมต้องเรียนแบบนี้ครับ ที่เล่าให้ท่านฟังว่าเรื่องโควิดเข้ามามันมีปัญหามาก เราก็เลยทำเรื่องจิตอาสา ลงไปทำเรื่องจัดเตียงผู้ป่วยในพื้นที่ที่บ้านฉางซึ่งอยู่ใกล้กับ มาบตาพุดมาก เพราะว่าถ้าปิโตรเคมีคอลปิด ประเทศไทยมีปัญหา ไปจัดเตียงผู้ป่วยที่เป็น เขียว เหลือง แดง จัดการพวกนี้โดยระดมเงินเอกชนไปช่วยทำด้วย อันที่ ๒ ตอนนี้เราจัด สินเชื่ออันหนึ่งที่เป็นสินเชื่อร่วมกับธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินใช้อีอีซี (EEC) เป็นแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) บอกว่าใครก็ตามพ่อค้าแม่ขายที่ไม่มีเงินจะเริ่มธุรกิจใหม่ หลังโควิด (COVID) เขาจะให้กู้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อันนี้เป็นส่วนที่เราทำในช่วงระยะกระชั้นชิดที่มีอยู่ แต่ในขณะเดียวกันในภาพใหญ่การขยาย เศรษฐกิจทำให้เขามีรายได้มากขึ้น ที่อยากจะเรียนก็คือว่าการพูดถึงเรื่องจ้างงาน เราทำเรื่อง การจ้างงานในพื้นที่ที่เตรียมไว้ ๔๗๕,๐๐๐ ตำแหน่ง เราเริ่มฟิล (Fill) ไป ตอนนี้ทำไป ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ประมาณการทุกอันเป็นดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) หมด แล้วก็พยายามที่จะเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับการอบรม คือเอกชนเข้ามาช่วยทำ เพราะฉะนั้น เมื่อจบไปแล้วตามดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) เขาจะรับจ้าง เขาจะได้งานทันที อีอีซีโมเดล (EEC Model) ที่ว่านี้มีคนพูดถึงสัตหีบอันนี้ถูกต้องนะครับ เรากำลังเดินไปในทางนี้ มีเรื่องน้ำ เรื่องสาธารณสุข แล้วก็เรื่องอื่น ๆ เรื่องน้ำต้องขอบคุณทาง สทนช. เขาได้ทำ แผนน้ำให้เรา แล้วก็ทำกันอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา ชัดเจนถึงขนาดว่าตอนนี้เราเชื่อว่า ปริมาณความต้องการน้ำกับแหล่งน้ำพอ ในขณะเดียวกันที่เราเตรียมไว้ก็คือเตรียมเรื่อง ทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดอยู่ กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษา ซึ่งอันนี้น่าจะเพียงพอ เรื่องสาธารณสุข เราดูแลค่อนข้างเยอะมาก เราทำไว้ ๓ เรื่อง เรื่องหนึ่งคือดูสาธารณสุขพื้นฐานให้เท่าเทียมกัน อันนี้ก็เลยมาถึงโครงการหนึ่ง ขออนุญาตสไลด์ (Slide) เรื่องปลวกแดง ๒
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ขออนุญาตเล่าเรื่องปลวกแดง ๒ ให้ฟังนิดหนึ่งว่าเป็นโครงการที่เรา เข้าไปช่วยกระทรวงสาธารณสุขทำ คำว่าปลวกแดง ๒ คือแบบนี้ครับ ประชากรที่อยู่ในพื้นที่ ปลวกแดงมีอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน แต่มีคนที่รีจิสเตอร์ (Register) จริง ๆ ที่ลงทะเบียน เป็นประชากรประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น โรงพยาบาลที่ปลวกแดง ณ วันนี้ เขาเรียกว่าระดับเอฟ ๑ (F1) มี ๖๐ เตียง ทั้งหมดจำเป็นจะต้องเข้าไปที่ ไม่ไประยอง ก็ต้องไปชลบุรี ส่วนใหญ่ไปชลบุรีเมื่อมีปัญหา ตอนที่โควิด (COVID) มีปัญหามากเราก็เลย ติดต่อไปทางกระทรวงสาธารณสุขว่าขอเงินไปทำโรงพยาบาลที่ปลวกแดงได้ไหม เขาบอกว่า ๑๐ ปีนี้ยังไม่มีงบประมาณ เราก็เลยเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เอารัฐกับเอกชนไปร่วมทุนกัน มีที่ของรัฐที่กระทรวงสาธารณสุขอยู่ เราก็กำลังระดมทำโครงการเพื่อจะเอาเอกชนไปร่วมทุน ผมคิดว่าใน ๒-๓ ปีเราอาจจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ จุดที่สำคัญที่สุดคือที่ปลวกแดง มันก็เลยทำให้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ก็เลยวิ่งไปทั่วไป แล้วทำให้โรงพยาบาลทั่วพื้นที่เต็ม อันที่ ๒ คือเราทำร่วมกับเอกชน ดึงเอกชนเข้ามาในระบบ อันที่ ๓ ที่มีคนถามถึงว่าทำอะไร เราทำเรื่องเทคโนโลยีเยอะ เรื่องเทคโนโลยี เรื่องการรักษาพยาบาล เราทำเรื่อง กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นดิจิทัล ฮอสพิทัล (Digital Hospital) ที่ท่านพูดถึงทั้งหมดนี้ ในที่สุดแล้วจะมีเทคโนโลยีด้านนี้ ถามว่าเราทำอะไรที่เป็นเทคโนโลยี เราทำเทคโนโลยี ที่ไปปฏิบัติได้จริง ดิจิทัล ฮอสพิทั ล (Digital Hospital) กำลังจะเกิด แล้วตอนนี้เราจัด ระบบแล้วว่าโรงพยาบาลไหน ควรจะเชี่ยวชาญประเภทไหน อย่างเช่นที่ท่านพูดถึงโรคอะไร ทั้งหลายเราจัดระบบแล้ว แล้วงบประมาณก็จะไม่ซ้ำซ้อนกัน
สุดท้ายเราเพิ่งทำเรื่องจีโนมิกส์ (Genomics) อันนี้เป็นอนาคตนะครับ การทำเรื่องจีโนมิกส์ (Genomics) จะทำให้เราสามารถรักษาพยาบาลที่เป็นการแพทย์ แม่นยำได้เป็นครั้งแรก ประเทศที่ทำอยู่ตอนนี้ในอาเซียน (ASEAN) มีประเทศเดียว คือมีสิงคโปร์ทำอยู่ เราเป็นประเทศที่ ๒ ที่ทำประมาณ ๕๐,๐๐๐ ราย ในอนาคตเราจะเอา ข้อมูลเรื่องนี้ไปทำเป็นข้อมูลจีโนมิกส์ (Genomics) แล้วก็อยู่ที่ธนาคารข้อมูลไบโอ (Bio) แห่งชาติ แล้วเราก็จะทำเรื่องเครือข่าย การรักษาพยาบาลที่เป็นจีโนมิกส์ (Genomics) แล้วก็เครือข่ายการให้บริการ แล้วก็จะมี การลงทุนเรื่องงานวิจัย โรงพยาบาล เรื่องอุตสาหกรรม เครื่องมือแพทย์ เรื่องอุตสาหกรรมยา ตามมา เราหวังว่าภายใน ๕ ปี เราจะสามารถถอดความรู้เรื่องพรีซิชัน เมดิซีน (Precision medicine) เอาลงไปอยู่ใน ๓๐ บาท เพื่อคนทั้งประเทศจะได้ประโยชน์ด้วยกัน
ของท่านทวี สอดส่อง เรื่องคณะกรรมการวิสามัญการใช้พื้นที่ ผมรับปากท่าน กับที่นี่นะครับ เราจะศึกษาแล้วก็สรุปเรื่องนี้เอาไปแจ้งให้คณะกรรมการนโยบายอีอีซี (EEC) ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้ทราบ
กลับมาที่ท่านวิรัตน์ ท่านช่วยคอมเมนต์ (Comment) ครั้งแรกเลยนะครับ ก็ขอบคุณครับที่เราต่อยอดอันนี้ ถามว่าปัจจัยทางการเมืองมีผลไหม มีนะครับ แต่วันนี้ การเมืองในพื้นที่น้อยกว่าสมัยท่านเสรี เตมียเวส ลงไปพื้นที่เมื่อก่อนนี้มาก ตอนที่ ท่านเสรีอยู่มีกรณีแรง ๆ เยอะ ตอนนี้ไม่ค่อยมีนะครับ ท่านถามว่าเมื่อโลกเปลี่ยนไปแล้ว การลงทุนจะมาประเทศไทยไหม อย่างที่เรียนครับ การย้ายฐานจากประเทศไทยเท่าที่เราเช็ก (Check) อยู่แล้วก็ยืนยันทางบีโอไอ (BOI) ด้วย ก็คือการย้ายฐานส่วนใหญ่เป็น เลเบอร์ อินเทนซีฟ (Labor Intensive) ที่ไป เราสะสมทางด้านเทคโนโลยีมากกว่า เรากำลังก้าวไป ๑๐ อุตสาหกรรมเป้าหมาย ๑๒ อุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างที่เรียน
ประเด็นอันหนึ่งที่มีการพูดถึงเยอะก็คือเรื่องเกี่ยวกับเอฟทีเอ (FTA) เรื่องเกี่ยวกับทีพีพี (TPP) อันนี้อยู่นอกเหนือความสามารถของอีอีซี (EEC) ต้องเรียนตามตรง ถามว่าเราสนับสนุนไหมว่าควรจะมีข้อตกลงการค้าเยอะ ๆ ใช่ครับ เราสนับสนุนครับ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจครับ
มาของท่านวิสารครับ จำนวนนักวิจัยน้อย จริงครับ เริ่มต้นมาตอนทำ อีอีซี (EEC) ตกใจมากเรื่องการศึกษา คนที่ผลิตออกมาตกงานเยอะ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นักวิจัย ก็ต่ำกว่ามาตรฐานเยอะ อย่างที่ว่านี่ถูกต้องเลย แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะยอมรับโดยไม่ต่อสู้อะไร เราได้ทำโครงการร่วมกับทาง สวทช. ตั้งแต่ปีแรกส่งนักวิจัยไป เอาผู้เชี่ยวชาญมาเทรน (Train) นักวิจัยไทยทำได้มากที่สุด อันที่ ๒ คือเราทำดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) อย่างที่เรียนท่าน คือไปร่วมมือกับโรงงานที่เขารู้ว่าจะต้องทำอะไร เอานักวิจัยไปร่วมมือ เอาคน สวทช. ไป อันนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาเท่าที่จะทำได้ แต่คิดว่าก็เริ่มต้นละครับ
ที่อีอีซีไอ (EECI) ที่เขาวังจันทร์มีวิสเทค (VISTEC) อยู่นะครับ วิสเทค (VISTEC) เน้นทางด้านวิจัย และตอนนี้อันดับแรงก์ (Range) ในงานวิจัยของโลกกำลังขึ้น เป็นนิมิตหมายที่ดี สีหนุวิลล์ที่ท่านวิสารพูดเขาทำคาสิโน (Casino) ครับ เราไม่ได้ลงทุน คาสิโน (Casino) เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นคนละเรื่องกัน
เรื่องพุน้ำร้อน พุน้ำร้อนอยู่ที่เมืองกาญจน์นะครับ โครงการก็เนื่องจาก พุน้ำร้อนมันเชื่อมกับทวาย เมื่อทวายไม่เกิดพุน้ำร้อนก็เป็นปัญหา ก็ไม่ได้อยู่ในอีอีซี (EEC) ครับ ต้องขอเรียนแบบนั้น
กรณีของท่านนิติพลพูดเรื่องถึงขยะว่าเป็นอย่างไร ต้องเรียนตรง ๆ ว่า ขยะในอีอีซี (EEC) เป็นปัญหาเยอะ มีขยะที่สะสมอยู่ประมาณ ๕.๖ ล้านตัน ฝังอยู่ แล้วการฝังกลบไม่ค่อยมีระบบที่ดีเวลาฝนตกก็มีปัญหา เราก็เลยวางแผนไว้ว่าเราจะขยาย เรื่องการทำขยะ แต่ขยะที่ท่านพูดถึงที่ชลบุรี ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน ๒,๐๐๐ ตันนี่เป็นขยะเปียก นะครับ ไม่ใช่อาร์ดีเอฟ (RDF) วิธีทำตอนนี้ก็คือเอาขยะเปียกมา แล้วมาตีขยะเปียกออก ขยะเปียกที่ว่านี่เอาไปทำปุ๋ย แล้วขยะที่เป็นพลาสติกถึงจะไปทำไฟ ทั้งหมดนี่ ๒,๐๐๐ ตัน มีลักษณะนั้น โมเดล (Model) ตัวอย่างอยู่ที่ระยอง ๕๐๐ ตัน เราจะขยายเรื่องนี้ออกไป ทั้งหมดนะครับ คิดว่าถ้าทำได้ทั้งหมด ๖ โรง ที่ว่าตามแผนที่ว่าไว้นี้เราจะทำปัญหาขยะให้จบ ให้หมดนะครับ
ของท่านวีระกร ขอบพระคุณมากครับ ท่านวีระกรพูดถึงเรื่องโชติช่วงชัชวาล ท่านก็เปรียบเทียบว่าเรากับเวียดนามจะเทียบได้ไหม ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เราเข้าใจ ดีว่าเรากำลังจะทำอะไร แล้วเราก็ไม่ได้มองเวียดนามเป็นคู่แข่งในธุรกิจที่เวียดนามอยากจะ ทำนะครับ เคยมีกรณีหนึ่งที่มีบริษัทมือถือใหญ่ของเกาหลีมาติดต่อว่าอยากจะประกอบมือถือ ในเมืองไทยไหม เขาก็บอกว่าเขาขอคนประมาณแสนหนึ่งครับ เราก็บอกว่าแสนหนึ่ง ไม่มีหรอก แต่ถ้าไปอยู่เวียดนามเราเห็นด้วยนะครับ กรณีแบบนี้ สถานการณ์ไม่เหมือนกัน นะครับ ก็มีเอฟทีเอ (FTA)
เรื่องการเกษตรเราทำเยอะครับ ในช่วงปีนี้ เราทำเรื่องแผนการเกษตรไว้ แล้วก็เป็นดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) อย่างเดียวกัน เราทำเรื่องอีสเทิร์น ฟรุ๊ต คอร์ริดอร์ (Eastern Fruit Corridor) ซึ่งจะเก็บรักษาทุเรียนไปเพื่อจะทำงานในอนาคต
มีท่านเบญจาไม่ได้ระบุว่าจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร ต้องเรียน คือมี ๒ เรื่องที่ต้องเรียนว่าเวลาที่เราทำเรื่องโครงการขนาดใหญ่นี่เราทำตามกฎหมาย ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นผังเมือง อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ทำหมดนะครับ แล้วเราก็ลง ไปคุยกันในพื้นที่ เพราะฉะนั้นเรากับพื้นที่ค่อนข้างทำงานด้วยกันนะครับ
เรื่องไฮสปีด เทรน (High Speed Train) เวลามีการขับไล่ มันมีอยู่ ๒ กลุ่มครับ กลุ่มหนึ่งคือผู้บุกรุก ผู้บุกรุกนี่คือบุกรุกจริง ๆ นะครับ บุกรุกอยู่ตามเส้นทางรถไฟเดิมนะครับ อันนี้เราทำโครงการร่วมกับการเคหะ คือไม่ได้เอาเขาออก ไม่ได้จ่ายค่าชดเชยแล้วเอาไปออก เฉย ๆ ให้เขานี่สามารถมีทางเลือกไปอยู่ที่ลาดกระบัง ไปสร้างเคหะที่ลาดกระบัง มีตลาด มีอะไรเพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ได้ครับ
อู่ตะเภามีปัญหาการส่งมอบพื้นที่ยังไม่มีนะครับ อู่ตะเภาไม่มีปัญหาอะไร มีเรื่องน้ำมีเรื่องที่ดิน มีเรื่องที่ดินก็อย่างที่เรียนนี่ครับ ที่ดินราคาขึ้นไปเยอะ ทำให้เรา ต้องประกาศเขตนิคมอุตสาหกรรมมากขึ้น ตอนที่เราเข้าไปนี่สถานการณ์มันแปลกดี คือตอนที่เราเข้าไปนี่ที่นิคมอุตสาหกรรมขายไม่ค่อยออก ตอนหลังพอขยายมากขึ้นนี่ ราคามันขึ้น เราก็เลยขยายพื้นที่สีม่วงเพิ่มเติมให้ตามผังเมืองใหม่ ผลประโยชน์กลับมาจาก คนส่วนใหญ่ อันนี้เราพยายามนะครับ ผมคิดว่าผลประโยชน์ตอนนี้ในพื้นที่นี่เรากำลัง ลงไปทำงานกับชุมชนเอง ยกตัวอย่างเช่น เราไปทำงานกับกลุ่มสตรีที่พูดถึงอีอีซี สแควร์ (EEC Square) ที่ไปทำงานกับเด็กเรื่องเด็กมัธยม เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อันนี้คือ สร้างอะแวร์เนส (Awareness) ถ่ายโอนเทคโนโลยี เราอยากจะเห็นมีการถ่ายโอนเทคโนโลยี แน่นอนครับ ผมคิดว่าเทคโนโลยีนี่เป็นเรื่องแปลกครับ ที่เราขอมานี่เป็นเทคโนโลยีที่เราไม่มี เทคโนโลยีที่มีแล้ว เราไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์อะไรนะครับ ก็เป็นการสร้างมากกว่าการแลก
เรื่องกรรมาธิการที่ดินครับ ผมรับปากว่าจะเอาเรื่องนี้เข้าไปในที่ประชุมครับ
มีท่านสะถิระ มีเรื่องการศึกษา ถามว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร เรื่องการศึกษามีการย้ายถิ่นไหม ตอนนี้ที่เราลงไปทำนี่ครับ ยกตัวอย่างเช่น ที่เทศบาล แหลมฉบัง สิ่งที่นายกเทศบาลแหลมฉบังอยากได้ ก็คืออยากให้เด็กของแหลมฉบัง เรียนที่แหลมฉบัง แล้วก็มีงานทำรายได้ดีที่แหลมฉบัง อันนี้เป็นความพยายามที่เราทำนะครับ ผมคิดว่าตอนที่เราเข้ามาตอนแรกนี่เด็กในภาคตะวันออกส่วนใหญ่ย้ายเข้ากรุงเทพฯ หางาน ตอนนี้ส่วนใหญ่จะอยู่กับพื้นที่นะครับ เราเริ่มมีงานมากขึ้น เราเริ่มมีอะไร
เรื่องภาษาครับ เรื่องภาษานี่เราทำ ๒ อัน อันหนึ่งคือภาษาที่สอนกับวิทยาลัยช่าง เราทำแล้วนะครับ เป็นการสอนภาษาอังกฤษโดยวิชาช่าง อันนี้ทำเป็นโครงการใหญ่ อันที่ ๒ นี้ภาษาที่ลงไป เราทำโครงการตัวอย่างนะครับ ดึงแม่ฟ้าหลวงกับดึงมหาวิทยาลัย บูรพามาสอนภาษาอังกฤษระดับประถมกับมัธยมอยู่นะครับ ก็คิดว่าอาชีวะ ๒ ภาษา ไม่ได้มีปัญหานะครับ ตอนที่มีโควิด (COVID) นี้ครับ เราทำโครงการเข้าไปช่วย คือไปเอาคน ที่ทำงานอยู่ในโรงงานนี้ออกมาเทรน (Train) กับเรา ตามความต้องการของโรงงานนี้ครับ เขาทำงาน ๕ วัน ก็ไปดึงเข้ามา ๒ วัน แล้วก็ให้เขาเทรน (Train) ๒ วัน อันนี้กลับเข้าไปก็พอ ช่วยได้ครับ
ระบบขนส่งสาธารณะที่พูดถึงโมโนเรล (Monorail) ทันทีที่รถไฟความเร็วสูง เริ่มต้นไปได้ถึงระดับหนึ่งนะครับ เรารู้แน่ว่าทำอยู่ตรงไหน แล้วก็สถานีหลักจะเป็นอย่างไร คำนวณแล้วเราจะทำโมโนเรล (Monorail) นะครับ โมโนเรล (Monorail) ที่ว่านี้มีอยู่ ๔-๕ จุด ที่เราคิดอยู่นะครับ คิดว่าต้องทำแน่ อันแรกก็คือชลบุรี อันที่ ๒ คือศรีราชา อันที่ ๓ คือพัทยา อันที่ ๔ คือเข้าระยองนะครับ
เรื่องอีวี (EV) ตอนนี้มีข้อคิดที่ดีครับ เพราะว่าที่เมืองระยองเขาเอา ๒ แถวไป เปลี่ยนเป็นอีวี (EV) แล้วก็ให้เด็กใช้ รับเด็กทุกเย็น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ
เรื่องจีโนมิกส์ (Genomics) อันนี้ท่านพูดแล้วนะครับ ที่จริงจีโนมิกส์ (Genomics) นี้ไม่ใช่ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ว่านะครับ โครงการจีโนมิกส์ (Genomics) ๕๐,๐๐๐ เคส (Case) นี้เราใช้เงินไป ๕๕๐ ล้านบาทแค่นั้นเองนะครับ ที่เหลือนี้จะเป็นเรื่องของนักลงทุน นะครับ จำเป็นครับต้องทำบุคลากรเยอะ เราทำเรื่องบุคลากรเรื่องนี้ เรื่องการรักษาพยาบาล มีทั้งอาสาสมัครด้วย มีทั้งจิตอาสาด้วยนะครับ ขอบคุณครับที่แนะนำ
มีเรื่องโอเอสเอส (OSS) เรื่องการท่องเที่ยวครับ เราทำเรื่องบุคลากร ทางท่องเที่ยวกับมหาวิทยาลัยบูรพาอยู่นะครับ เป็นดีมานด์ ดริฟเวน (Demand driven) อย่างเดียวกันนะครับ ก็คือมีคนรับงานไปแน่นอน รับไปทำงานแน่นอนครับ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ว่านี้นะครับ
ก็ต้องเรียนว่าเราก็เลยทำโครงการ ขอสไลด์ (Slide) เรื่องสินเชื่อนิดหนึ่งได้ หรือไม่ครับ โครงการนี้ที่เล่าให้ฟังก็มีเรื่องของออมสิน ออมสินที่ทำข้อ ๑ นี้ธุรกิจประชาชน อันนี้คือออมสินนะครับ แต่เราจับมือกับออมสิน กับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) กับ บสย. ทำสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูหลังโควิด (COVID) ร่วมกันนะครับ ระหว่างอีอีซี (EEC) กับออมสิน เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) และ บสย. อันแรกนี้ก็คือให้เป็นสมูท บิต (Smooth bit) นะครับ ทำธุรกิจด้วยนะครับ อันที่ ๒ นี้ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ใน อุตสาหกรรมนะครับ แล้วก็ให้ยาวถึง ๑๐ ปีนะครับ บสย. เป็นคนค้ำ อันสุดท้ายคือสินเชื่อ เพื่อการส่งออก-นำเข้านะครับ อันนี้เพื่อปรับโครงสร้าง ใครก็ตามที่ทำออโตเมชัน (Automation) ไปขอแอปพลาย (Apply) ที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้นะครับ อันนี้ก็ทำเตรียมไว้ครับ ขยะชลบุรีตอบแล้วนะครับ พื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว