พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แสดงความห่วงใยต่อรายงานของคณะกรรมการอีอีซีที่เน้นแต่ด้านบวก โดยเรียกร้องให้ชี้แจงผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมขอให้นำข้อเสนอแนะจากการอภิปรายในสภามาพิจารณาประกอบ รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสและความล่าช้าในการชำระค่าสิทธิ์แอร์พอร์ตเรลลิงก์ของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลและทบทวนเงื่อนไขการร่วมทุน ขณะเดียวกันยังตั้งคำถามถึงทิศทางการลงทุนในโครงการอีอีซีภายใต้ความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกหลังโควิด-19 โดยเฉพาะโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่อู่ตะเภาว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นก็ต้องขอ กล่าวสวัสดีท่านคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอีอีซี (EEC) และคณะ ขอต้อนรับสู่สภา สำหรับรายงานฉบับนี้ประจำปี ๒๕๖๓ ผมดูแล้วก็มีความเป็นห่วงครับ ท่านประธาน
ประการแรก ผมเห็นแต่เรื่องดี ๆ ความสวยงามผ่านรายงานฉบับนี้ ซึ่งผมเป็นห่วงเหลือเกินครับว่า ผลกระทบด้านลบที่มีเกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผังเมือง เรื่องของทรัพยากรน้ำจะไม่ได้ถูก ระบุอยู่ในรายงานฉบับนี้เพื่อให้พวกเราได้รับทราบ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านคณะผู้ชี้แจงว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณารับทราบ รายงานการศึกษาผลกระทบต่อพื้นที่ภาคตะวันออกของโครงการอีอีซี (EEC) จากกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่าน ได้อภิปรายให้ความเห็นไว้มากมาย ก็อยากจะฝากเรียนให้ท่านได้กรุณาได้ศึกษาพิจารณา ตัวรายงานแล้วก็ย้อนไปรับฟังการอภิปรายของสมาชิกที่ได้ให้ความเห็นไว้
ประการที่ ๒ ที่ผมมีความเป็นห่วงครับ ท่านประธานครับเราต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบันภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เรากำลังเผชิญ กับความท้าทายรูปแบบใหม่ เรากำลังเผชิญกับความปกติใหม่ของโลกและเศรษฐกิจโลก ทุกประเทศกำลังหันกลับไปที่จะสร้างความเข้มแข็งจากภายในของตัวเอง ทุกประเทศกำลัง หันกลับไปที่จะดึงเอาห่วงโซ่การผลิตที่มีมูลค่าสูงกลับไปอยู่ในประเทศของตัวเอง แต่ในบทบาทในการพัฒนาที่เราลงทุนเม็ดเงินมหาศาลให้กับอีอีซี (EEC) เราต้องการให้เกิด การลงทุนในประเทศ และไม่ใช่แค่การลงทุนธรรมดาครับท่านประธาน แต่ต้องเป็นการลงทุน ที่เป็นห่วงโซ่การผลิตที่มีมูลค่าสูง เพราะเราไม่สามารถที่จะแข่งในแง่ของการลงทุนจาก ต่างประเทศกับประเทศข้างเคียงที่เขามีขีดความสามารถในเรื่องของแรงงานที่ต่ำได้ ทีนี้เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ผมก็เลยอยากจะเรียนถามต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะผู้ชี้แจงว่า เมื่อเรากำลังเผชิญอยู่กับความท้าทายรูปแบบใหม่แบบนี้ ซึ่งแน่นอนนะครับในรายงาน ในปี ๒๕๖๓ ยังไม่ใช่สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ท่านได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อความท้าทายนี้ อย่างไร ท่านมีแผนที่จะทบทวนการลงทุนหรือไม่ ผมเจาะจงลงไปที่รายโครงการ ที่แน่นอน ตอนนี้สะท้อนแล้วว่ามีปัญหา ยกตัวอย่างนะครับคือโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน อู่ตะเภาหรือเอ็มอาร์โอ (MRO) มีมูลค่าการลงทุนประมาณหมื่นล้านครับ ขณะนี้ก็มีปัญหา แน่นอนครับ เพราะว่าการบินไทยเองก็ยังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟู ดังนั้นทิศทางต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไรถ้าทางท่านผู้ชี้แจงจะกรุณาผมอยากจะรับทราบเป็นข้อมูล
ประการถัดไปคือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน โครงการนี้ แม้ว่าจะมีการลงนามเซ็นสัญญาไปแล้ว มีเอกชนคู่สัญญาไปแล้ว แต่ก็เริ่มมีสัญญาณของ ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นแล้ว ล่าสุดนะครับ วันที่ ๒๔ ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นวันที่เอกชนคู่สัญญา จะต้องชำระค่าสิทธิในการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของรถไฟความเร็วสูง ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท แต่ไม่ได้ชำระตามเงื่อนไขสัญญา ซึ่งทางสำนักงาน คณะกรรมการอีอีซี (EEC) เองก็ทำอะไรไม่ได้ อย่าว่าแต่ท่านทำอะไรไม่ได้เลยครับ นายกรัฐมนตรีก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ที่ทำอะไรไม่ได้นี้ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ ไม่ใช่ว่า สุดความสามารถที่จะทำได้ แต่ไม่ทำครับ และผมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเอื้อผลประโยชน์ ให้กับเอกชนคู่สัญญาหรือไม่ ผมเคยได้พูดเรื่องนี้ไปแล้วมากกว่า ๒ ครั้ง แล้วก็ต้องพูดอีกครับ อย่างกรณีของค่าปรับ ๓ ล้านบาทต่อวัน ซึ่งค่าปรับนี้เคยระบุอยู่ในร่างสัญญาก่อนที่จะมี การลงนามในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน แต่ก็ถูกตัดออกไป เป็นไปได้ว่า เดี๋ยวทางท่านเลขาธิการอาจจะลุกขึ้นมาชี้แจงว่า ๓ ล้านบาทนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชำระ ค่าสิทธิในแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) แต่ผมยืนยันว่าถ้าเราดูตามลายลักษณ์ อักษรของร่างสัญญา ตีความได้ครับ สามารถตีความได้ว่าการไม่ชำระ ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท ภายใน ๒๔ ตุลาคม เอกชนคู่สัญญาต้องเสียเงินค่าปรับวันละ ๓ ล้านบาท แต่อย่างที่ผมเรียน ค่าปรับตรงนี้ถูกตัดออกไปในสัญญาฉบับจริง นอกจากนั้นนะครับ ผมต้องเรียนว่า มีความพยายามที่จะปกปิดการต่อรองเพื่อที่จะเลื่อนการชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) นี้หรือไม่ เพราะอะไรครับท่านประธาน คณะกรรมการนโยบายอีอีซี (EEC) ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน มีการประชุมครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคมที่ผ่านมานี้นะครับ การเผยแพร่การประชุมที่ปรากฏบนเว็บไซต์ (Website) หรือแม้แต่ต้องขออนุญาตว่าที่ท่านเลขาธิการออกมาให้ข่าวเองก็ดี ไม่ได้มี การระบุว่าในที่ประชุมมีการพูดคุยถึงเรื่องการเลื่อนจ่ายค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) เลย ไม่ปรากฏตามหน้าสื่อเลย เรามาพบเห็นกันอีกทีหนึ่งในเอกสารที่ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม จากสำนักงานคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ที่ชงให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยอ้างอิงจาก ผลการประชุม ณ วันที่ ๔ ว่าจะต้องพิจารณาที่จะเลื่อนการชำระ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ออกไป ดังนั้นข้อสังเกตของผมคือ ท่านพยายามที่จะปกปิดเรื่องนี้ จากสื่อมวลชนหรือไม่ บนเว็บไซต์ (Website) ของสำนักงานคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ที่เผยแพร่รายงานการประชุมก็ไม่มีหัวข้อนี้อยู่ในนั้น ท่านประธานครับ ดังนั้นผมก็จะขออนุญาต ที่จะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจง ถึงความคืบหน้าว่าตกลงแล้วตอนนี้ ที่คณะกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมาที่มีตัวแทนจากอีอีซี (EEC) ก็ดี จากการรถไฟก็ดี จากคณะกรรมการที่กำกับดูแลโครงการก็ดี ตอนนี้เราพิจารณากันไปถึงไหนแล้วครับ ตกลงแล้วจะมีการเลื่อนจ่ายค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) หรือไม่ แต่ผมเป็นห่วงมากครับท่านประธาน เพราะตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาด อย่างที่รับทราบกัน ตอนนี้มันมีเชื้อกลายพันธุ์เพิ่มขึ้น มีโอไมครอน (Omicron) เข้ามา ผมกลัวเหลือเกินครับท่านประธาน ว่าไม่ใช่แค่การเลื่อนจ่ายค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) จะเกิดขึ้น แต่เงื่อนไขการชำระ การร่วมทุนของรัฐบาลจะปรับเปลี่ยน หรือเปล่า ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปลี่ยนวิธีการจ่ายหรือไม่ ระยะเวลาของโครงการ ๕๐ ปี จะขยายออกไปอีกหรือไม่ ถ้าทางคณะผู้ชี้แจงจะกรุณาให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ผมก็จะขอบพระคุณ แต่สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามผมและพรรคก้าวไกล ก็จะขอติดตามโครงการนี้อย่างใกล้ชิดครับ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ