เบญจา แสงจันทร์ ตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณเกือบ 114 ล้านบาทในการประชาสัมพันธ์โครงการอีอีซีที่เน้นภาพลักษณ์มากกว่าเนื้อหา พร้อมวิพากษ์วิจารณ์โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษที่ก่อให้เกิดการขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่โดยไม่มีเยียวยาที่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายด้านผังเมือง สิ่งแวดล้อม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างโปร่งใส เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังเสียงประชาชนและรวมพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนได้รับความมั่นคงและโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการ อาชีพ และสังคมอย่างเป็นธรรม
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัด ชลบุรีค่ะ ท่านประธานคะ ภายใต้รายงานประจำปีฉบับขายฝันของสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ดิฉันเปิดอ่านจำนวน ๑๐๗ หน้า ดิฉันจะขอพูดถึงในรายงานฉบับนี้ที่ท่านใช้เงินไปเกือบ ๑๑๔ ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างภาพขายฝันผ่านสื่อต่าง ๆ ไปจำนวนประมาณ ๙๐๐ กว่าครั้งนี้นะคะ ซึ่งดิฉันจะพูดถึงการลงทุนโครงการอีอีซี (EEC) ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ส่งผลกระทบ อย่างร้ายแรงต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) และพื้นที่ ใกล้เคียง แต่ท่านไม่ได้ระบุในรายงานฉบับนี้ว่าท่านจะแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือกับ พี่น้องประชาชนและนับรวมพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานี้ได้อย่างไร ดิฉันจะพูดถึง โครงการที่เป็นโครงการหลักอย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินค่ะ ที่ในรายงานมีระบุว่ามีการโอนย้าย มีการไล่ฟ้อง มีการไล่ยึด และมีการขับไล่ประชาชน ออกจากที่ดินแล้ว แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รับการเยียวยา ไม่ได้รับการชดเชย เขาต้องถูกขับ ออกจากที่ดินที่พวกเขาอยู่อาศัยมาเกือบตลอดชีวิต แต่ว่าทาง สกพอ. ก็ไม่ได้มีรายงานว่า จะมีการดำเนินการ แล้วก็ชดเชย แล้วก็เยียวยาให้กับคนกลุ่มนี้อย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น โครงการยักษ์อย่างโครงการถมทะเลมาบตาพุด ๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็น ๑ ในโครงการเรือธงของ อีอีซี (EEC) ค่ะ โครงการนี้เป็นโครงการ ๒ ยักษ์ใหญ่ที่วงการพลังงานได้เซ็นสัญญาร่วมลงทุน ไปแล้วนะคะ ท่ามกลางข้อสงสัยค่ะท่านประธานว่าโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่ได้ ทำตามกฎหมายผังเมืองนะคะ แล้วก็มีข้อสงสัยอย่างมากว่าโครงการขนาดใหญ่อย่างนี้ ทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถมทะเล แล้วก็กฎหมายผังเมือง หรือว่าทำตามอีไอเอ (EIA) ทำตามขั้นตอนกฎหมายปกติหรือไม่ เพราะโครงการนี้ถือเป็น โครงการที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของผู้คน แย่งชิงฐานทรัพยากรทางทะเล สูญเสีย ทรัพยากรทางธรรมชาติมากมายมหาศาล เช่นนี้แล้วท่านประธานก็ต้องมีคำถามดัง ๆ ไปยัง สกพอ. ว่าชาวประมงและคนระยองที่ไม่ใช่เป้าหมายของการพัฒนานี้พวกเขาได้อะไรจาก โครงการนี้ หรือไม่ว่าจะเป็นโครงการสำคัญ อย่างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจาก สนามบินทหารสู่มหานครเมืองการบินภาคตะวันออกที่เซ็นสัญญาไปแล้ว ซึ่งก็ถือว่าโครงการ นี้เป็นโครงการที่มีข้อกังขาในการประมูล แล้วก็มีปัญหาในการส่งมอบพื้นที่ รวมไปถึง การออกแบบการใช้ผังในการใช้ประโยชน์ในที่ดินด้วย ท่านประธานปัญหาของโครงการเขต เศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) มีมากมายจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านน้ำ การแย่งชิง ทรัพยากรน้ำ การแย่งชิงทรัพยากรที่ดิน การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ หรือแม้แต่ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศต่าง ๆ โจทย์สำคัญที่ดิฉันอยากจะฝากไปยัง สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากเขต การพัฒนาเศรษฐกิจและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกนี้กระจายมายังคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่กระจุกอยู่เพียงแค่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ แล้วดอกผลของการพัฒนาในโครงการนี้ ควรจะต้องตกถึงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงจริง ๆ ค่ะ หรือว่าเราจะทำอย่างไรที่ไม่ปล่อยให้ รายได้จากเม็ดเงินที่เกิดจากการลงทุนในพื้นที่กลายเป็นเพียงเงินทุนที่ส่งกลับไปยังประเทศ ต้นทางของบริษัทที่เข้ามาลงทุน แล้วก็ส่งต่อไปให้แค่ทุนผูกขาดเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้น ดิฉัน ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง สกพอ. ว่าเราจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจน แล้วก็มีการเตรียม ถ่ายโอนเรื่องของเทคโนโลยีและกระบวนการฝึกอบรมทักษะแรงงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ ในอนาคตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่เราผลิตได้ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือในพื้นที่ของ อีอีซี (EEC) เองต้องเป็นสินค้าที่ไทยผลิตเองและสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้ และขายให้กับคนไทยได้ เราต้องตระหนักว่าเราไม่ควรที่จะแลกการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไปกับการลงทุนและทุนผูกขาดเพียงอย่างเดียว หรือแลกกับความเสื่อมโทรมของ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม หรือแลกทรัพยากรเศรษฐกิจทั้งหมดที่เรามีไปให้กับกองทัพ เพียงเท่านั้น และเราไม่ควรจะมอบเศรษฐกิจทั้งหมดในภาคตะวันออกเอาไปเผาผลาญแล้ว เอามาแลกกับคุณภาพชีวิตของผู้คน หรือแม้แต่เราจะยอมอยู่เป็นเบี้ยล่างทางเศรษฐกิจ ในสภาพกึ่งอาณานิคมทางเศรษฐกิจของนายทุนขุนศึกในภาคตะวันออกด้วยซ้ำไป แต่ว่าเราจะเห็นว่าการลงทุนในครั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ดอกผลของการพัฒนาก็ไม่ได้กระจายไปยังประชาชน ส่วนใหญ่อย่างแท้จริง แต่กลับกระจุกอยู่กับกลุ่มนายทุนใหญ่แล้วก็กองทัพเพียงเท่านั้น และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีรายงานฉบับหนึ่งที่เป็นรายงานการศึกษาปัญหาจากโครงการ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) ของคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้ถูกพิจารณาในสภาและนำเสนอแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าได้มีการแจ้งไปยัง สกพอ. ด้วยดิฉันขอให้ท่านอย่านำไปกองไว้เฉย ๆ อยากให้มันได้ใช้ประโยชน์ และขอให้ท่านได้รบกวนแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ตามข้อเสนอและข้อสังเกตที่ทางคณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตส่งถึง สกพอ. ด้วย
และสุดท้าย ท่านประธาน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่กำกับดูแล โครงการอีอีซี (EEC) อย่าง สกพอ. จะฟังเสียงของประชาชน ฟังเสียงของผู้แทนของ ประชาชน ประชาชนเพียงแค่ต้องการความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เขาต้องการความมั่นคง ทางอาหาร ต้องการความมั่นคงในระบบนิเวศ และเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาที่เท่าเทียม เข้าถึงโอกาสทางสังคมที่เท่าเทียม และเขาต้องการโอกาสในการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ โอกาสในสวัสดิการสังคมที่เท่าเทียมด้วย และสำคัญที่สุดค่ะท่านประธาน ต้องนับรวม พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในฐานะเจ้าของประเทศนี้ร่วมกัน และดิฉันหวังเป็น อย่างยิ่งว่าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) จะนับรวมประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศนี้ด้วยกันค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะท่านประธาน