วราวุธ ศิลปอาชา หารือเรื่องการให้สิทธิแก่ประชาชนทำกินในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ โดยมีเงื่อนไขที่จะช่วยกันดูแลป่าและไม่ทำลายสัตว์ป่า
เรียนท่านประธานสภาครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขออนุญาตตอบประเด็นกระทู้ของท่าน ส.ส.ดะนัย มะหิพันธ์ จากจังหวัดอำนาจเจริญ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ต้องเรียนว่าเป็นปัญหาที่ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจนะครับถ้าหากว่าการทำงานและเกิดการเข้าใจผิด แล้วก็มี การกระทบกระทั่งกันระหว่างพี่น้องประชาชน แล้วก็เจ้าหน้าที่ ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าแนวทางการทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการนั้นเราเน้นเรื่องการทำ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน พี่น้องประชาชนต้อง ไม่เดือดร้อนและในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เองก็จะต้องไม่เดือดร้อนในการที่ไม่โดนฟ้องกรณี ๑๕๗ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทีนี้ในประเด็นที่บางครั้งพี่น้องประชาชนอยู่ในเขตที่ทับซ้อน กับป่าสงวนแห่งชาติหรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ต้องเรียนว่าการที่จะสามารถทำกินได้ในขณะนี้ ทางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เราพูดถึง พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติก่อน เราสามารถยินยอมให้ พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ร่วมกับป่า แล้วก็มีการควบคุมพื้นที่ไม่มีการขยายตัวมากจนเรียกว่า เกินกว่าปริมาณที่จะต้องใช้อยู่อาศัย โดยที่มีแนวทางว่าก่อนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ว่าถ้าหากว่าใครอยู่ก่อนพื้นที่นี้ก็จะได้ติดอยู่ไปแล้วก็จะมีการตรวจสอบ ร่องรอยการทำประโยชน์โดยการใช้ภาพถ่ายทางอากาศปี ๒๕๔๕ ในพื้นที่ดังกล่าวเราจะ จัดการให้พี่น้องประชาชนได้สิทธิ ต้องเรียกว่าได้สิทธิทำกินในพื้นที่ ย้ำว่าเป็นการให้สิทธิทำกิน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์เพราะว่าภายใต้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือคณะกรรมการที่ดินแห่งชาตินั้นคือการจัดสรรที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือป่าสงวน ให้สามารถทำกินได้เมื่อมีสิทธิในการทำกินแล้ว ภายใต้โครงการ คทช. นั้น พี่น้องประชาชนแต่ละท่านจะสามารถมีสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว อย่างเช่นว่าถ้ามีนาอยู่ ๒๐ ไร่ อยู่ในพื้นที่ คทช. แล้วเกิดความเสียหายขึ้นก็มีสิทธิที่จะไปขอ การสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือว่า เอาที่ดินไปค้ำประกันกับทาง ธ.ก.ส. เป็นต้นทุนในการทำมาหากิน แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชน จะไม่ได้ก็คือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเหล่านั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน โฉนดที่ดินแต่ว่าจะมีเอกสารสิทธิที่ทำกินให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งในพื้นที่ คทช. ทั้งหมด ทั่วประเทศเรามีอยู่ประมาณ ๑๒ ล้านไร่ แล้วในปี ๒๕๖๔ นี้ เราจะทำการส่งมอบพื้นที่ ประมาณ ๓.๙ ล้านไร่ทั่วประเทศให้กับ ๗๖ จังหวัดเพื่อมอบให้กับพี่น้องประชาชนได้มีสิทธิ ทำกิน ดังนั้นในส่วนของพื้นที่ป่าสงวนนั้นขอให้ท่าน ส.ส. สบายใจได้ว่าอย่างไรเสียคนจะต้อง อยู่กับป่าได้แล้วก็จะมีภายใต้โครงการ คทช. นั้น อนุญาตให้คนพี่น้องประชาชนทำมาหากิน ได้ไม่เดือดร้อนนะครับ ส่วนในพื้นที่ของป่าอนุรักษ์หรืออุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่จังหวัด อำนาจเจริญนั้นมีอยู่ถึง ๓ อุทยานด้วยกันภายใต้ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ครับ ท่านประธาน มาตรา ๖๔ แล้วก็ภายใต้ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ เช่นกัน ภายใต้มาตรา ๑๒๑ นั้น ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำการ สำรวจเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วว่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ก็คือพื้นที่อุทยาน ๓ แห่งของภายใน จังหวัดอำนาจเจริญนั้น มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่เท่าไร ซึ่งจากการที่สำรวจมาครับ ท่านประธานครับมีอยู่ทั้งหมด ๔,๒๖๕ หมู่บ้านครับท่านประธานครับ แล้วก็มีราษฎรที่แจ้ง ทำการครอบครอง แล้วก็ร่วมสำรวจในการครอบครองที่ดินอยู่ทั้งหมดกว่า ๓๑๖,๐๐๐ ราย ที่ดินทั้งหมด ๔๖๘,๐๐๐ กว่าแปลง หรือประมาณ ๔ ล้านกว่าไร่ ดังนั้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นี้ เมื่อเราสำรวจร่วมกันแล้วพี่น้องประชาชนอยู่แล้วก็จะมีสิทธิทำกินอยู่ในพื้นที่เดิม เพียงแต่ว่า การอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นก็จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมขึ้นมาเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการที่ห้ามล่าสัตว์ ที่เป็นสัตว์อนุรักษ์นะครับหรือว่าพื้นที่ทำกินต้องช่วยกันดูแลป่า นั่นอีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะต้องเรียนว่าการจัดพื้นที่ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนในเขตป่าอนุรักษ์นั้นเป็นเรื่องที่จะ เอียดอ่อน เพราะบางครั้งก็จะมีทางคนหลายกลุ่มเห็นด้วยก็มี ไม่เห็นด้วยก็มี แต่ว่าแนวทาง ของท่านนายกรัฐมนตรีก็คือทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนนั้นสามารถอยู่ร่วมกับป่าแล้วก็ ช่วยกันดูแลได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ คทช. แล้วก็อีกหลาย ๆ โครงการที่จะขอให้พี่น้อง ประชาชนนั้นช่วยทำงานร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาป่าร่วมปลูกต้นไม้ด้วย ฉะนั้น ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่าน ส.ส. ในเบื้องต้นก่อนครับ ขอบคุณครับ