สมศักดิ์ เทพสุทิน ชี้แจงกรณีการลบหมายจับและประวัติผู้ต้องหา โดยอธิบายขั้นตอนการถอนหมายจับในระบบตำรวจและหลักเกณฑ์ 19 ประการที่ใช้พิจารณาการลบหรือระงับข้อมูล พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการเก็บข้อมูลไว้เพื่อประโยชน์ของราชการแม้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตตอบ กระทู้ถามของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ซึ่งกระผม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ดังกล่าวนี้ เท่าที่ได้รับฟังจาก ท่าน ส.ส. อาดิลัน ก็ดูเหมือนจะเป็นแนวปฏิบัติของข้าราชการที่ไม่สามารถทำให้แนวปฏิบัติ ที่ระบุไว้ในขั้นตอนของ ตร. ไม่ได้ทำให้ครบถ้วน มันอาจจะมีพลั้งเผลอในเรื่องของการแจ้ง ลบหมายจับดังกล่าว การออกหมายจับเริ่มจากตำรวจในพื้นที่หรือท้องที่ต่าง ๆ เหล่านั้น ได้ขอออกหมายจากศาล เมื่อศาลออกหมายจับ เมื่อได้หมายจับแล้วท้องที่ก็จะลงบันทึก ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ ตร. ที่เรียกว่า ระบบไครมส์ (CRIMES) เมื่อระบบไครมส์ (CRIMES) ได้รับข้อมูลดังกล่าวนั้นก็ส่งไปยังระบบของ ตร. ที่เชื่อมโยงอื่น ๆ อีกหลายระบบ เช่น โพลิซ (Police) หรือในระบบของทาง ตม. ก็ไปเป็นทั่วประเทศ แต่ข้อเท็จจริงในหมายจับก็จะเป็น ดั่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดว่ามันเหมือนกระดาษแผ่นเดียว หมายจับนี้ก็จะถูกระงับ หรือลบออกจากระบบไปก็ต่อเมื่อตำรวจหรือผู้กำกับในพื้นที่ได้ส่งเรื่องของการส่งฟ้องผ่าน อัยการ เมื่ออัยการรับฟ้อง อัยการก็จะถอนหมายจับตรงนี้ในขณะที่เรามีทำการพิมพ์นิ้วมือ เมื่อพิมพ์นิ้วมือจากหมายจับตรงนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นประวัติ ลงทะเบียนประวัติอาชญากร ที่เกี่ยวข้องต่อ เมื่อพิมพ์นิ้วมือจากหมายจับตรงนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นประวัติ ลงทะเบียนประวัติ อาชญากรที่เกี่ยวข้องต่อ แล้วหมายจับก็ต้องถูกถอนโดยผู้กำกับในแต่ละ สน. นั้นก็จะลง เข้าในระบบของไครมส์ (CRIMES) คือทางผู้กำกับนั้นก็จะต้องดำเนินการถอนใน ๒๔ ชั่วโมง แต่ในกรณีที่ยังไม่ได้ถอนหมายจับออกนั้น ผมเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของความพลั้งเผลอ หรือว่าเออร์เรอร์ (Error) ของระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ ในประเด็นดังกล่าวนี้ ถ้าหากว่าเป็นกรณีที่จังหวัดไหน อย่างไร สน. ไหน ผมคิดว่าท่านอาดิลันได้กรุณาแจ้ง และวันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ของกองทะเบียนตำรวจได้มารับฟังและรับทราบในข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้น จะได้นำเอาไปปรับปรุงแก้ไขในส่วนดังกล่าว เรื่องของหมายจับก็เป็นดังที่ท่านอาดิลันได้พูด เป็นข้อเท็จจริง แต่ในกรณีที่จะลบประวัติของแต่ละผู้คนดังกล่าวนั้น ผมได้ศึกษาและ ทำความเข้าใจซึ่งมี ๑๙ กลุ่มหลักเกณฑ์ของผู้ที่เคยกระทำความผิดหรือไม่ผิดในกรณีที่ศาล มีคำสั่ง มีคดีความนั้นก็มี ๑๙ หลักเกณฑ์ดังนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อช่วยส่ง อันนี้สู่ท่านอาดิลัน เช่น หลักเกณฑ์ที่ ๑ คือมีความแน่ชัดว่าบุคคลผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว หรือตายแล้ว ๒. ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง ๓. คดีที่พนักงานอัยการสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้อง ๔. ศาลสั่งยกฟ้องหรือไม่ประทับรับฟ้อง ๕. ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง ๖. พนักงานอัยการถอนฟ้องในชั้นศาล ๗. เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำ ความผิด ยกเลิกความผิดนั้น ๘. เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ ๙. เมื่อมีคำพิพากษาของศาล รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ว่าบุคคลนั้นมิได้เป็นผู้กระทำความผิด ๑๐. คดีอาญาเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในมาตรา ๓๗ ๑๑. คดีอาญาที่มีข้อหาว่า เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด ๑๒. คดีตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด ๑๓. คดีความผิดทุกประเภทซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษปรับ สถานเดียว ๑๔. คดีที่เป็นไปตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๕. คดีที่เกี่ยวกับมาตรการพิเศษแทนการดำเนินการ คดีอาญาตามมาตรา ๘๖ ๑๖. คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่า ข้อกล่าวหาใดไม่มีมูลก็ให้ข้อกล่าวหานั้นเป็นอันตกไป ๑๗. คดีความผิดทุกประเภทที่ศาล มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยึดทรัพย์สถานเดียวหรือให้บำเพ็ญประโยชน์หรือให้ภาคทัณฑ์ ๑๘. แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาที่จัดเก็บไว้ในระบบซึ่งภายหลังมีเอกสารหลักฐาน จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา ๑๙. แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ ผู้ขออนุญาตและผู้ขอสมัครเข้ารับราชการหรือเข้าทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้จัดเก็บ ข้อมูลแผ่นลายนิ้วมือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ใน ๑๙ หลักการดังกล่าวนี้มี ๒ หลักการ ที่ลบประวัติได้ทันทีเลย คือ ๑. ตาย และในหลักการที่ ๑๘ เป็นแพะ คือเป็นพวกแพะนะครับ ในหลักการ ส่วนใน ๑๗ หลักการดังกล่าวนั้น ข้อมูลไม่ได้ถูกลบ แต่เป็นข้อมูลที่จะต้องเก็บไว้ ใช้ประโยชน์ของทางราชการ แต่ไม่ได้เปิดเผยนะครับ ถึงแม้ว่าภาคเอกชนจะขอเข้ามาก็ไม่ได้ เปิดเผย คือแนวทางปฏิบัติซึ่งเป็นดังนี้ แต่ในขั้นตอนของการดำเนินการบันทึกประวัติ หรือในการลงประวัติในระบบของทะเบียนของ ตร. ดังกล่าวนั้นจะปฏิบัติหรือทำงานกัน ในช่วงของวันที่ ๕ ของทุกเดือน วันที่ ๕ ก็จะรับข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็มาโพรเสส (Process) ในเรื่องของการประชุม เว้นแต่คดีความหรือสำนวนมีมากน้อยขนาดไหน ถ้ามากก็อาจจะ บันทึกเข้าไปได้ล่าช้าอีกนิดใช้เวลาบ้างเล็กน้อย แต่ว่าถ้าเดือนไหนมีข้อมูลไม่มาก ก็จะสามารถบันทึกได้อย่างรวดเร็ว ผมก็ขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานในคำตอบแรก ดังต่อไปนี้ ขอบคุณครับ