สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงถึงความพร้อมของระบบสาธารณสุขในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 โดยย้ำถึงแผนการจัดเตรียมบุคลากร เตียง และยา รวมถึงการบริหารจัดการยาแพ็กซ์โลวิด ตลอดจนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดจากสายพันธุ์โอไมครอน ทั้งการตรวจคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยง การกักตัว และการตรวจเข้มช่องทางธรรมชาติและทางน้ำเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ แล้วก็ได้เข้าใจระบบที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการแก้ไขมาในช่วงเวลา ที่ผ่านมา ท่านถามถึงความพร้อม ๒ เรื่อง เรื่องแผนระบบการรักษาการส่งต่อในทุกเครือข่าย ผมย้ำว่าในขณะนี้ทั้งโรงพยาบาลสนาม ทั้งซีไอ (CI) ที่เราเปิดดำเนินการในช่วงที่มีผู้ติดเชื้อ จำนวนมาก เรามียุทธศาสตร์ในการถอยแบบสแตนด์บาย (Standby) เราพร้อมที่จะรองรับ ผู้ติดเชื้อถ้ากลับมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเราเชิญนักคณิตศาสตร์มาประเมินจากอัตราการฉีดวัคซีนตามคัฟเวอเรจ (Coverage) ขนาดนี้ ถ้ากลับมาระบาดใหม่ในเชื้อเดลต้า (Delta) จะมีอัตราติดเชื้อสูงสุดวันละเท่าไร เราคำนวณฉากทัศน์ และเราเตรียมความพร้อม ผมประชุมทุกวันศุกร์ ถ้าท่านวิโรจน์อยากไป ร่วมก็ยินดี เพราะว่าเราเปิดออนไลน์ (Online) ที่เราจะเตรียมการเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด เรามียุทธศาสตร์เราปรับนิดหน่อยนะครับในช่วงที่สถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากในการ ที่จะรวมศักยภาพ เตียง คน ของ แต่โชคดีครับในช่วงสถานการณ์ที่เกิดในระลอกที่ ๔ ระลอกที่ ๕ ระลอกที่ ๔ นี่มันมีบางพื้นที่ เช่น เราเจอที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเจอ ที่นครศรีธรรมราช แล้วเราเจอที่เชียงใหม่ที่มีอัตราผู้ติดเชื้อสูง เมื่อมีอัตราผู้ติดเชื้อสูงก็มีคน ที่มีอาการหนัก ศักยภาพของเตียงในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ปัญหามีความแตกต่าง กันคณะกรรมการชุดนี้ก็ได้ขับเคลื่อนโดยการส่งแพทย์พยาบาล มีทั้งพยาบาลในยูฮอสเน็ต (UHosNet) ของโรงเรียนแพทย์หรือของกรมการแพทย์เอง ได้ไปช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ เราจึงมีประสบการณ์ว่า การถอย ถอยแบบไม่เตรียมเลยก็จะเป็นปัญหานะครับ แต่ถ้าเรา ถอยแบบสแตนด์บาย (Standby) และพร้อมที่จะกลับไปจัดการตามตัวเลขและตามศักยภาพ ผู้ติดเชื้อที่จะเกิดขึ้น อันนี้เราได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างพูดง่าย ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ
สำหรับเรื่องยา ท่านทราบดีโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) เราสั่งซื้อแล้ว แพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) ซึ่งเป็นของไฟเซอร์ (Pfizer) ซึ่งถ้าเทียบประสิทธิภาพแล้วอาจจะมี ประสิทธิภาพดีกว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทางสมาคมผู้ประกอบการทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมทั้งไฟเซอร์ (Pfizer) รวมทั้งผู้ผลิตยาได้มาพบท่านนายกรัฐมนตรี เรามีการพูดคุยกันว่า การขึ้นทะเบียนรับรองในยาของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) นั้นกำลังรอการรับรองจาก เอฟดีเอ (FDA) สหรัฐอเมริกา แล้วเราก็ขึ้นทะเบียนอยู่ที่ อย. ผมในฐานะที่กำกับดูแล อย. ด้วย ผมก็สั่งการไปว่า ถ้าเขามีข้อมูลจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มากพอและส่งข้อมูล ฉบับเดียวกันกับที่ส่งให้สหรัฐอเมริกาแล้วก็มาทำใน อย. ก็ต้องเร่งรีบที่จะอนุมัติเพื่อที่จะ มีการขอมติ ครม. ในการสั่งซื้อ เพราะฉะนั้นแผนในเรื่องของการเตรียมการเรื่องยาเรามี ความพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเตรียมเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ หรืองบกลางถ้ามีความพร้อมเมื่อไรก็จะจัดซื้อลงนามในสัญญา แต่อาจจะมีปัญหาในแง่ของ เวลาเราสั่งซื้อยาหรือเราสั่งซื้อวัคซีน มันมีช่วงเวลานิดเดียวถ้าสมมุติ อย. รับรองแล้ว เขาจำเป็นที่จะต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ตรวจสัญญา อาจจะเดินทางไปกลับ แต่ผมว่าในช่วงเวลาที่เราต้องการความรวดเร็วสำนักงานอัยการสูงสุดก็จะพร้อมทำงานกับ เราแบบ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้การตัดสินใจและการสั่งซื้อการเตรียมความพร้อมเรารองรับ สถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ผมย้ำว่าเรามีความพร้อมทั้ง ๒ ด้านที่ท่านเรียนมา ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่ท่านกังวลก็คือประเทศที่ไม่ใช่ ๓๒ ประเทศที่พบ หรือประเทศที่ไม่ใช่ ๘-๙ ประเทศในแอฟริกาเรากังวลเช่นกันครับ และเรากังวลว่ามีการพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน (Omicron) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ถ้าผมจำไม่ผิด ที่ไประบาดกับคนในประเทศนั้น พูดง่าย ๆ ก่อนที่จะตรวจเจอนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วมาพร้อมกับข้อมูล การระบาดของโอไมครอน (Omicron) ที่ระบาด มีอาการรุนแรงนำไปสู่การเสียชีวิต อันนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการที่เราจะปฏิบัติต่อประเทศ ที่มีความเสี่ยง ซึ่งขณะนี้เรากำลังติดตามข้อมูลอยู่นะครับ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ให้คำแนะนำเราว่า ให้ติดตามสถานการณ์ แล้วก็มีการกักตัวในจำนวน ๑๔ วันเท่าเดิม ถ้าเป็นประเทศที่เสี่ยง เพราะฉะนั้นในประเทศที่มีความเสี่ยงหลังจากนี้จะต้องมอนิเตอร์ (Monitor) อย่างชัดเจนว่ามันมีความเสี่ยงอย่างไร จะปรับมาตรการอย่างไร แต่ขณะนี้เราให้ คงไว้สำหรับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงก็คือปิดไปแล้วนะครับ งดลงทะเบียน วันที่ ๖ วันสุดท้าย ๖ ธันวาคม ส่วนคนที่ลงทะเบียนมาแล้วก็เป็นไปตามนั้น ส่วนหลักเกณฑ์กติกา ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ได้ทำหนังสือไปถึง จังหวัดทุกจังหวัด อะเลิร์ต (Alert) ให้มีการเตรียมความพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในการที่จะ สอบสวนโรค ควบคุมโรคให้เข้มข้น และศูนย์วิทยาศาสตร์ของกรมวิทย์ทั่วประเทศได้ มีการตรวจสอบผู้ติดเชื้อทุกกรณีในประเทศ แล้วรายงานมายังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบว่า มันมีมันพบในประเทศไทยหรือยัง ก็ทำ ๒ ส่วนนะครับป้องกันให้ดีที่สุด ในส่วนของช่องทางธรรมชาติ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด ท่านนายกฯ ก็ได้สั่งการไปยัง ฝ่ายความมั่นคงแล้วนะครับว่า ถ้ามีผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ ปล่อยปละละเลยจะดำเนินการเด็ดขาดสำหรับผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผมก็ย้ำไปเสมอ นะครับว่า ทำไมเวลาจับแรงงานต่างด้าวที่เข้าประเทศได้ ทำไมจับได้แต่คนหนีเข้าประเทศ ทำไมจับคนนำพาไม่ได้ ทำไมจับผู้ให้ที่พักพิงไม่ได้ ซึ่งท่านนายกฯ ท่านก็สั่งทันทีในการ ประชุม ครม. ว่าจะต้องจัดการให้เด็ดขาด ส่วนเรื่องของช่องทางอื่น ๆ เช่น ทางน้ำ อันนี้ ฝ่ายความมั่นคงก็รับไปเพื่อจะจัดการ และเรากังวลอย่างมากอยู่แล้วว่าในช่องทาง ๒ ช่องทางนี้จะมีความละเอียดอ่อนในการที่จะหลุดเข้ามาของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ โอไมครอน (Omicron) มากกว่าในช่องทางอากาศ ในช่องทางอากาศเรายังสามารถที่จะ ติดตามตรวจสอบได้ ก็ขอเรียนเบื้องต้นว่า เราเตรียมความพร้อมตามที่ท่านเป็นห่วง ทุกประการครับ