ธัญวัจน์ ถามความคืบหน้าร่างรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ตั้งกระทู้ถามความคืบหน้าร่างกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ พร้อมเรียกร้องความเท่าเทียมสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มข้ามเพศ หลังพบสัญญาณการชะลอโครงการจากรัฐมนตรีที่เคยประกาศสนับสนุน

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ก็ตั้งกระทู้ถาม ประเด็นเกี่ยวกับความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ หรือร่างพระราชบัญญัติรับรองเพศ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คุณจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีค่ะ ก่อนอื่นก่อนที่จะเข้าสู่คำถาม ต้องขออนุญาตท่านประธาน สักนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ และไม่เคยมีการพูดในรัฐสภามาก่อน เพื่อความเข้าใจของผู้แทนราษฎรทุกท่าน เพื่อความเข้าใจของประชาชนที่กำลังติดตาม การอภิปรายของรัฐสภา การทำงานของรัฐสภาอยู่ จึงต้องขออนุญาตกล่าวอินโทร (Intro) สักครู่หนึ่งก่อนว่ามันเกี่ยวกับอะไร การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศคือทั่วโลกให้ความสำคัญ เรื่องนี้เราเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า เจนเดอร์ รีคอกนิชัน (Gender recognition) เพราะมุมมอง ด้านเพศในปัจจุบันนั้นไม่เป็นแค่เพียงกายภาพหรือไบโอโลจิคัล เซ็กส์ (Biological sex) เท่านั้น ที่มีแค่เพศชาย เพศหญิงค่ะ แต่มันหมายรวมถึงเพศสภาพ เพศวิถีและอัตลักษณ์ ทางเพศค่ะ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษสักนิดหนึ่งว่า จริง ๆ ได้พูดเรื่องนี้ไปตอนที่อภิปราย เกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการบริการบัตรประชาชนได้พูดถึงประเด็นนี้ค่ะ โซจีส์ เอส โอ จี ไอ อี เอส ซี (SOGIESC) นะคะ เป็นมุมมองด้านเพศที่พูดถึงเรื่องเพศ แบบ ๔ ด้านค่ะ แน่นอนพูดถึงเรื่องเพศกำเนิด ไบโอโลจิคัล เซ็กส์ (Biological sex) พูดถึง เพศสภาพ คือการแสดงออกทางเพศ และพูดถึงเพศวิถี พูดถึงรสนิยมทางเพศ และสุดท้าย พูดถึงเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศค่ะท่านประธาน ที่หมายถึงสำนึกหรือการนิยามตัวตนภายในว่า เราเป็นเพศอะไร ขออินโทร (Intro) อีกสักนิดหนึ่งนะคะ หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ โลกของเราได้พูดถึงสิทธิมนุษยชนกันอย่างมาก และพูดถึงความเสมอภาคระหว่างเพศชาย เพศหญิง แน่นอนค่ะ เมื่อโลกดำเนินในเรื่องการพูดคุยในเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้ว ในปี ๒๕๔๙ นักกฎหมายกลุ่มหนึ่งได้พบว่ามีบางอย่างที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ จึงเกิดหลักการยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) ขึ้น เป็นการรวมตัวของนักกฎหมาย เพื่อร่างหลักการสำคัญ ประเด็นของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศเพื่อเป็นแนวทาง ในการพิจารณากฎหมาย เพื่อเป็นแนวทางในการออกกฎหมายทั่วโลกค่ะ ทำไมเราต้อง คำนึงถึงเพศสภาพ เพศวิถี และอัตลักษณ์ทางเพศ ผู้ชาย ผู้หญิงที่อยู่ในสังคมทั่วไปก็อาจจะ มองว่าบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศนี้ก็มีกฎหมายที่คุ้มครองแบบเสมอภาคแล้ว เราก็มีสิทธิเสรีภาพเหมือนกันแล้ว ทำไมบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศยังต้องการอะไรอีก เพราะกฎหมายยังอยู่ในระบบ ๒ เพศ ดังนั้นคนที่มีเพศวิถีที่หลากหลาย หรือเพศสภาพ ที่หลากหลายนั้น อยู่ในกฎหมายระบบ ๒ เพศ จึงเหมือนกับการไม่มีเสรีภาพ หรือมีเสรีภาพ เพียงแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สามารถที่จะสมรสกับคนที่เรามีรสนิยมทางเพศที่เป็นเพศเดียวกัน หรือมีอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกัน นี่ก็คือเป็นที่มาที่ประชาชนตอนนี้ขับเคลื่อน ในเรื่องแฮชแท็ก (Hashtag) สมรสเท่าเทียมค่ะท่านประธาน อยากจะถามคุณจุติว่า สิ่งที่พูดมาวันนี้ว่า ไม่รู้ว่าท่านให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหนค่ะ ขออนุญาตย้อนไป สักนิดหนึ่งนะคะ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ปี ๒๕๖๒ ค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้เชิญธัญ ได้เข้าไปร่วมพูดคุยในการทำงานการเสวนาประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมความเท่าเทียม ระหว่างเพศ การรับรองเพศสภาพของบุคคลข้ามเพศที่จัดโดยท่านเองนะคะ และวันนั้น ท่านก็ไปเปิดงานแล้วก็มีพูดคุยกัน ถ่ายรูปกัน จับมือกัน แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันค่ะ วันนั้นเราพูดถึงประเด็นบุคคลข้ามเพศ ทรานส์เจนเดอร์ (Transgender) บุคคลข้ามเพศ ขออนุญาตขยายความอีกนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจนะคะ เพื่อคนที่เกิดมามีเพศทางกายภาพ เป็นเพศชายและมีภาวะที่ทุกข์ใจกับเพศสภาพหรือ เจนเดอร์ ดีสโพเรีย (Gender Dysphoria) จึงทำให้เขาต้องข้ามเพศมาเป็นเพศหญิงนะคะ และในทางกลับกันคนที่เกิดมา เป็นเพศหญิงในเชิงกายภาพเขามีภาวะเจนเดอร์ ดีสโพเรีย (Gender Dysphoria) เขาจึงต้อง ข้ามเพศมาเป็นเพศชายนะคะ วันนั้นเราได้มีการพูดคุยและธัญก็มั่นใจเหลือเกินว่า ท่านจุติ ไกรฤกษ์ จะนำพาความเสมอภาคของบุคคลข้ามเพศให้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่มันมีข่าวลือออกมานะคะ ปฏิเสธไม่ได้ค่ะ คนทำงานในวงการแอลจีบีที (LGBT) หรือความหลากหลายทางเพศเรารู้จักกันหมดค่ะ ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรี เรามีการพูดคุยกัน ธัญก็คงไม่สามารถบอกแหล่งข่าวได้นะคะ แต่ก็มีข่าวลือออกมาบอกว่า เรื่องนี้ตกลงว่าจัดเป็นเรื่องไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วนนะคะ โอเค (OK) มันเป็นข่าวลือค่ะ ธัญก็พยายามที่จะฟอลโลว์อัป (Follow up) ฟอลโลว์วิง (Following) เรื่องนี้นะคะว่า มันเกิดอะไรขึ้น และทุกอย่างมันก็เงียบหายไปนะคะ เงียบหายไปจนทำให้เรารู้สึกว่า ข่าวลือนั้นจะเป็นจริงหรือเปล่าว่า รัฐไทยไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องเจนเดอร์ รีคอกนิชัน (Gender Recognition) จึงอยากจะถามเข้าสู่คำถามว่า ปัจจุบันนั้นเรื่องนี้มีความคืบหน้า อย่างไร มีอุปสรรคอย่างไร มีข้อห่วงใยและข้อกังวลอะไร และเนื้อหากฎหมายดังกล่าวพัฒนา ไปถึงไหน จึงอยากจะฝากท่านประธานถามคุณจุตินะคะ ท่านรัฐมนตรีให้ตอบคำถามนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ