พิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้ถึงความจำเป็นในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาค โดยเน้นกรณีพิเศษที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีศักยภาพด้านน้ำพุร้อนเค็มระดับโลก พร้อมเร่งผลักดันการพัฒนาภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ และผลักดันการอบรมชุมชนเพื่อยกระดับการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ
ขอบคุณมากครับท่านประธาน จากคำถามที่ ๒ จากที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้ถามว่า การที่จะไปพัฒนาถึงแม้นว่าการจะพัฒนาตรงนั้นไม่ใช่เป็นการพัฒนาตามประกาศในพื้นที่ พิเศษ ทาง อพท. ก็ยังสามารถเข้าไปพัฒนาใน ๑๕ เขตพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งเป็น ลักษณะคลัสเตอร์ (Cluster) กลุ่มจังหวัด ซึ่งกระทรวงสามารถลงไปพัฒนาได้ ซึ่งขณะนี้ ผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะเรื่องของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งประกอบด้วย ๓ จังหวัด ผมก็คง จะต้องพัฒนาในภาพรวมในหลาย ๆ จังหวัดที่เป็นแหล่งวัฒนธรรม แหล่งประเพณี แล้วก็เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ทุก ๆ จังหวัดในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ผมได้ให้ กรมการท่องเที่ยวและ อพท. ทำการศึกษาว่าเราจะเริ่มพัฒนาที่ไหน อย่างไร ในจังหวัด อะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็มีทยอยส่งขึ้นมา แต่ที่สำคัญที่สุดการที่เราจะไปพัฒนาในแหล่งต่าง ๆ ที่เราทำไปสู่สำนักงบประมาณในปี ๒๕๖๕ งบประมาณที่เราได้รับก็ต้องบอกไม่เพียงพอ ที่เราจะไปทำการพัฒนาในทุก ๆ พื้นที่จากการที่กรมการท่องเที่ยวก็ดี อพท. เสนอเข้ามาก็ดี เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องร่วมกันตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะพัฒนาที่ไหนบ้าง และที่ไหนก่อน แน่นอนครับ ในฐานะที่ผมเป็นคนจังหวัดสงขลา ภรรยาผมก็เป็นคนบ้านเดียวกับท่าน ส.ส.นริศ นะครับ สิ่งที่ผมจะต้องทำการพัฒนา อันนี้ผมต้องขออภัยสมาชิกในจังหวัดอื่น ๆ นะครับ ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เราเสียโอกาสมามากแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้มีโอกาสที่จะพัฒนาพื้นที่ และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดภาคใต้ ผมคิดว่าถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องหันมา เหลียวมองการทำแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในภาคใต้ทั้งหมด แต่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ได้รับการดูแล ได้รับการพัฒนาไปล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ตัวผมเองก็พร้อมสำหรับการที่จะพัฒนาแหล่งต่าง ๆ โดยเฉพาะตอนนี้สิ่งที่ผมพยายามเน้น และอยากจะไปพัฒนาก็คืออำเภอคลองท่อม ทำไมผมถึงพูดถึงอำเภอคลองท่อมครับ ผมได้นำเสนอ ครม. สัญจรใน ๒ ครั้ง คือครั้งแรกที่จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดกระบี่ ว่าอำเภอคลองท่อมของเรามีดีอะไรบ้าง สิ่งที่ผมอยากจะหยิบยกมาเป็นตัวอย่าง อย่างกรณี น้ำพุร้อนจืด ในประเทศไทยเรามีเป็นร้อยเป็นพันแห่ง แต่ในประเทศไทยเรามีน้ำพุร้อนเค็ม เป็นแห่งที่ ๒ ของโลก แห่งที่ ๑ อยู่ที่ ผมไม่แน่ใจนะครับ อยู่ในยุโรป ส่วนแห่งที่ ๒ ก็คืออยู่ที่ จังหวัดกระบี่ อำเภอคลองท่อม ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนเค็ม ซึ่งได้มีการทำการศึกษาจากชาวญี่ปุ่น ซึ่งมาทำการศึกษาก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็นำน้ำทุกอย่าง ไปเทสต์ (Test) เขาก็บอกว่าคุณภาพน้ำพุร้อนจืดก็ดี น้ำพุร้อนเค็มก็ดี ในอำเภอคลองท่อม มีคุณภาพดีกว่าที่เขาเจอในประเทศญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นโอกาสนี้ก่อนที่ผมจะพูด ไปเยอะก็คงจะใช้เวลาไม่พอ ก็ขอเน้นว่าอำเภอคลองท่อมปัจจุบันนี้ก็เป็นการลงไปศึกษา และทำการพัฒนาเป็นกรณีพิเศษในเรื่องเกี่ยวเนื่องจากการที่ ครม. สัญจร ๒ ครั้งได้อนุมัติ ในเรื่องของคลองท่อม ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ เรื่องของการท่องเที่ยว แน่นอนครับ เป็นหน้าที่ของผมที่ดูแลกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา โดยการมอบหมายของท่านนายกรัฐมนตรีให้ดูสิว่าในประเทศไทยเรา สิ่งที่เราขายอยู่ทุกวันนี้หรือขายในอดีตที่ผ่านมานี้เราขายอะไรไป มันก็เป็นการขาย ในสิ่งที่ซ้ำ ๆ ปัจจุบันท่านนายกได้กำชับมาว่า ขอให้ดูพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสปา (Spa) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ขอให้ค้นหาชุมชนทุกภูมิภาคในประเทศไทย และลงไปทำการอบรมสัมมนาให้กับผู้นำชุมชนให้รู้ว่า ถ้าหากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือชาวไทยแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมหรือมาท่องเที่ยว เราจะให้การต้อนรับอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการทยอยลงไป โดยกรมการท่องเที่ยวและ อพท. ลงไปทำการฝึกอบรม และสัมมนา ขณะที่ไปไม่ได้โดยตัวเป็น ๆ ก็คือเราใช้วิธีออนไลน์ (Online) ในการอบรม สัมมนาและแนะนำว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาก็ดี คนไทยเข้ามาก็ดี ถ้าจะมา เที่ยวในชุมชนของเราที่มีการนำเสนอโดย ททท. นี้ เราควรจะนำเสนออย่างไร ในฐานะ เป็นผู้นำชุมชนหรือเป็นอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาประจำชุมชนต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเราดำเนินการอยู่ ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันนี้ เรามีการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวชุมชนไปแล้วถึงเกือบ ๖๐ ชุมชน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเราก็คงจะต้องสืบเสาะและค้นหาท้องถิ่นที่สวยงาม ท้องถิ่นที่มี อัตลักษณ์ในการนำมาเพื่อประชาสัมพันธ์และนำไปแพร่หลายให้กับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และคนต่างประเทศได้รับทราบครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรในฐานะที่ผมดูแลกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ผมก็จะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นฐานราก ของประเทศไทยให้ได้อยู่ดีกินดีหรือดีกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับ