พิพัฒน์ รัชกิจประการ หารือเรื่องการพัฒนาพื้นที่พิเศษในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยเรียกร้องให้ท้องถิ่น 142 องค์กรท้องถิ่นให้ความร่วมมือในการพัฒนา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ต้องขอเอ่ยนามนะครับ ก็เพราะเป็นคนคุ้นเคย กันอยู่แล้ว การที่ว่าทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำกับดูแล อพท. ซึ่งขณะนี้ อย่างที่ท่านนริศได้กล่าวมาเบื้องต้น ผมก็ไม่ได้คัดค้านนะครับ ในขณะที่เดือนสิงหาคม ผมคงจะเข้ามารับหน้าที่รับตำแหน่งเพียง ๑ เดือนหรือเดือนแรกนี้นะครับ การที่ผมจะตอบ อะไรไปหรือกระทรวงตอบอะไรไปก็อาจจะครอบคลุมไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ขอแจ้งให้ทราบนะครับ การที่ผมหรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ อพท. จะเข้าไปประกาศเป็นพื้นที่ พิเศษต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไข เดี๋ยวผมจะขึ้นรายละเอียดบนจอบนสไลด์ (Slide) นะครับ และผมจะไม่กล่าวถึงว่ารายละเอียดและเงื่อนไขที่ อพท. จะต้องทำก่อนที่จะประกาศ เป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษได้อย่างไร ซึ่งผมขอพูดในเชิงของการสรุป ซึ่งขณะนั้นก็ต้องบอกว่า ความเป็นคนใหม่ ความที่ไม่เคยเป็นนักการเมือง เราก็ได้เข้ามารับตำแหน่ง ก็คงจะเริ่มศึกษาอะไรมา หลังจากนั้นครับ ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ ก็มีพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงได้ยื่นข้อเสนอมาที่ อพท. และในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๓ เช่นกันนะครับ ก็มีพี่น้องชาวจังหวัดสงขลายื่นเข้ามาว่า ทำอย่างไรให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา โดย อพท. ช่วยศึกษาและประกาศลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นพื้นที่ พิเศษในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจริง ๆ แล้วทะเลสาบสงขลาประกอบด้วย ๓ จังหวัด ก็คือจังหวัดพัทลุงติดเขต ๕ อำเภอ สงขลา ๕ อำเภอและนครศรีธรรมราช ๒ อำเภอ ประกอบด้วยทั้งหมด ๑๒ อำเภอ ซึ่งแน่นอนครับ ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทั้ง ๓ จังหวัดมีวัฒนธรรม มีประเพณีและมีสิ่งที่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย ซึ่งแน่นอนคนไทยทุกคนหรืออย่างน้อยที่สุดประชากรหรือคนในจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด ต้องช่วยกันอนุรักษ์และสนับสนุนและคงไว้ถึงความยั่งยืนของพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ขณะนี้ทาง อพท. ได้ทำการศึกษาและว่าจ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาอย่างละเอียดและได้ทำ การตรวจสอบและประเมินคะแนน ซึ่งเกณฑ์ของการที่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ๗๕ คะแนน แต่ปรากฏว่าลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาซึ่งประกอบด้วย ๓ จังหวัด คือพัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ได้คะแนนเฉลี่ยที่ ๗๗.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้นะครับ ซึ่งตรงนี้ทาง อพท. ก็จะต้องลงไปดำเนินการ แต่ก่อนหน้านี้ ก็ติดเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ใน ๓ จังหวัดนี้ เรามีการติดเชื้อ โควิด (COVID) มากพอสมควรนะครับ ก็เลยมีการชะลอโครงการ แต่ในขณะนี้สิ่งที่สำคัญ ที่ผมจะต้องกราบเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติรับทราบว่า ใน ๓ จังหวัดนี้ มีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ๑๔๒ ท้องถิ่น ซึ่งการที่เราจะพัฒนาพื้นที่ตรงไหน อะไร หรือผ่านตำบลไหนหรือไม่ผ่านตำบลไหน ใน ๑๔๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราจะต้อง ได้รับการยินยอมจากท่านนายก ไม่ว่าจะเป็นนายกเทศบาล นายก อบต. หรือนายก อบจ. เราต้องได้รับความยินยอม หากว่าพื้นที่ไหนไม่ให้ความยินยอมเราก็คงจะต้องเว้นพื้นที่ตรงนั้น แล้วไปพัฒนา มันก็อาจจะเป็นส่วนที่เว้า ๆ แหว่ง ๆ คงไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุด ในขอบชายทะเลสาบสงขลาทั้ง ๑๔๒ องค์กรท้องถิ่น เราคงจะต้องพยายามทำความเข้าใจ และขอให้มีความร่วมมือในการพัฒนาลุ่มน้ำ ซึ่งเมื่อเราพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งประเพณีวัฒนธรรมและในเชิงประวัติศาสตร์ และสำคัญที่สุดในลุ่มน้ำ ทะเลสาบยังมีอีก ๑ อัตลักษณ์ที่คนทั้งประเทศต้องไปชิม ก็คืออัตลักษณ์ของอาหารพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา หรือจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง ในขอบทะเลสาบ เพราะฉะนั้นอัตลักษณ์ของอาหารใน ๓ จังหวัดก็คงจะใกล้เคียงกันทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ตัวผมเองก็คงจะต้องลงพื้นที่ในบางโอกาสสำหรับการที่จะไปเจรจากับท้องถิ่นไหน ที่ชาวบ้านอาจจะไม่ค่อยยินยอม ตัวผมเองก็อาสาที่จะลงไปทำการเจรจาด้วยตนเอง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คืออย่างที่ผมพูดไปแล้วนะครับว่า เราได้ประกาศที่จะให้มีการพัฒนา ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้เป็นองค์การที่เป็นพื้นที่พิเศษในการพัฒนาเรื่องแหล่งท่องเที่ยว ก็ขอตอบคำถามที่ ๑ ของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติไว้เพียงเท่านี้ครับ