นริศ ขำนุรักษ์ หารือการพัฒนาทะเลสาบพัทลุงให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษอย่างยั่งยืน ชี้ถึงศักยภาพของพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมหลากหลาย พร้อมเรียกร้องให้ อพท. เข้ามาบริหารจัดการแทนหน่วยงานอื่น และผลักดันการพัฒนาภายใต้แนวคิดสโลว์ทาวน์อย่างเร่งด่วน โดยขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวมีบทบาทสนับสนุนเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาบรรจุระเบียบวาระกระทู้ของผมให้มีการพิจารณาในวันนี้ และกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาที่ได้กรุณามาตอบ กระทู้ของผมด้วยในวันนี้ สำหรับรายละเอียดของกระทู้นั้นปรากฏตามเอกสารที่สภาได้กรุณา แจกจ่ายกับเพื่อนสมาชิกไปแล้ว แต่ว่ากระผมขออนุญาตได้อภิปรายก่อน ถามรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ว่า สำหรับกระทู้ เรื่องการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวและการประกาศให้พื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงบริเวณ ทะเลสาบพัทลุงเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้น ผมได้พยายามผลักดันให้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหรือองค์การมหาชนเข้ามา รับผิดชอบ การพัฒนาท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงหลายครั้งหลายเวที โดยเฉพาะ ในสภาผู้แทนราษฎรผมได้ใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายต่อปัญหานี้มากกว่า ๔ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ผมได้หารือในวาระหารือของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เรื่องแรกที่หารือ ก็คือเรื่องการขอให้รัฐบาล ได้ก่อสร้างสนามบินที่จังหวัดพัทลุง และเรื่องแรก ๆ ที่ถัดมาก็คือการขอให้องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ได้รับผิดชอบพัฒนา การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพัทลุงในบริเวณทะเลสาบพัทลุงเป็นเรื่องแรก ๆ เช่นเดียวกัน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่โทษรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าหนังสือของกระทรวง ที่ตอบผมมาในวันนั้น หนังสือกระทรวงลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม รัฐมนตรีก็เข้าไปเป็นรัฐมนตรี ใหม่ ๆ ตอบว่า ทะเลสาบเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่อยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว และสรุป หนังสือตอบมาว่า ทั้งนี้ หากประสงค์จะพัฒนาทะเลสาบสงขลาในรูปแบบของ อพท. ขอให้ จังหวัดสงขลาแจ้งความจำนงไปยัง อพท. เพื่อ อพท. จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ต่อไป ลงชื่อรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมถามในวันนั้นในฐานะ ส.ส. พัทลุง ผมถามในวันนั้นเพื่อการพิจารณาการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง แต่หนังสือ ให้ไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผมเลยไปไม่ถูกเลยวันนั้น ก็เลยมาตั้งหลักใหม่ มาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในญัตติการจัดการท่องเที่ยวในภาคใต้ และอภิปรายในวาระ งบประมาณว่าผมอยากพัฒนาในพื้นที่พัทลุง แล้วก็ถามโดย ส.ส. พัทลุง ไม่ต้องไปถาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาว่าเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ แล้วก็นอกจากนั้นผมได้ตั้งกระทู้ ถามทั่วไปและกระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องเดียวกันนี้ แต่ว่าเมื่อสมัยประชุมที่ผ่านมาคิวไม่ทัน นะครับ จึงทำให้ไม่สามารถถามได้ ผมจึงยกมาถามในวันนี้ และจึงขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้กรุณามาตอบในวันนี้ เหตุที่ผมพยายามผลักดันใช้ความพยายาม ก็เพราะผมเชื่อมั่นว่า อพท. ทำงานได้ดีและยังทำงานได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ๒. ผมเชื่อมั่นว่า อพท. ตอบโจทย์ การท่องเที่ยวแนวใหม่ได้ดีกว่าหลายหน่วยงาน ผมจึงเรียกร้องให้หน่วยงานนี้เข้ามาเป็น ผู้บริหารจัดการการท่องเที่ยวในทะเลสาบ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าประเทศไทย เราเติบโตด้านการท่องเที่ยวมาโดยลำดับ แต่ว่าอาจสะดุดหยุดลงบ้างมันแล้วแต่ ช่วงสถานการณ์ ช่วงนโยบายของรัฐบาล หรือเป็นไปตามการดำเนินงานของผู้บริหาร การท่องเที่ยว แต่โดยภาพรวมเติบโตมาโดยลำดับ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก โดยเฉพาะนโยบายการท่องเที่ยวเมืองรอง เพราะจังหวัดพัทลุงทุกวันก็เป็นจังหวัดเล็ก ๆ เดิมคนรู้จักจังหวัดพัทลุงน้อยมาก เดิมคนไม่ได้ ไปเที่ยวจังหวัดพัทลุง เพราะว่าจังหวัดพัทลุงผมเป็นจังหวัดเมืองผ่าน แต่เมื่อช่วงหนึ่ง รัฐบาลหนึ่งได้มีนโยบายเที่ยวเมืองรองขึ้นมา พัทลุงจากจังหวัดเล็ก ๆ จึงประสบความสำเร็จ ในการท่องเที่ยว เพราะเมืองรองท้าทาย น่าค้นหา และนักท่องเที่ยวเชื่อตามโฆษณาว่า พื้นที่ที่คุณไปคุณอาจจะไปเป็นคนแรก ที่ที่คุณถ่ายรูปคุณอาจจะเป็นคนแรกที่ได้ถ่าย เพราะเป็นเมืองรองที่ยังไม่มีใครเข้าไป เพราะถ้าท่านไปเที่ยวในเมืองหลักที่ท่านไปยืนถ่ายรูป อาจจะมีคนเป็นแสน อาจจะมีคนเป็นล้านไปยืนถ่ายรูปมาแล้ว
๒. ที่พัทลุงมีความเติบโตทางการท่องเที่ยว เพราะเรามีทรัพยากรธรรมชาติ ที่สมบูรณ์มาก ท่านประธานครับ ทิศตะวันตกเป็นภูเขา วิวเมฆวิวหมอกแบบภาคเหนือ แบบดอยในภาคเหนือ ตอนนี้ก็มีรีสอร์ต (Resort) เกิดขึ้นบนยอดดอยต่าง ๆ เหล่านี้ เต็มไปหมดครับ มีวิวหมอกเมฆแบบภาคเหนือ ตอนกลางของจังหวัดมีวิวนาแบบภาคกลาง จังหวัดพัทลุงมีนามากที่สุดในภาคใต้เทียบกับพื้นที่แล้วนะครับ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ มีวิวนา ที่สวยงามแบบภาคกลาง และตอนตะวันออกของจังหวัดมีทะเลสาบที่มีความสวยงาม พัทลุง มีโบราณสถานร่วมสมัยกับสุโขทัยหลายที่ ร่วมสมัยกับอยุธยาก็หลายที่ แล้วก็มีศิลปวัฒนธรรม ก่อกำเนิดหนังตะลุง มโนราห์ โดยสรุปพัทลุงเป็นอู่อารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของคาบสมุทร มาลายู แต่ที่สำคัญกว่าทรัพยากร จังหวัดพัทลุงเรามีความชัดเจนในทิศทาง เราเป็นจังหวัด ที่เป็นสโลว์ทาวน์ (Slow Town) เรากำหนดร่วมกันว่าเราจะเป็นจังหวัดสโลว์ทาวน์ (Slow Town) เราจะเป็นเกษตรแบบอินทรีย์ เราจะเป็นประมงแบบพื้นบ้าน เราจะใช้ชีวิต แบบสโลว์ไลฟ์ (Slow life) เราจึงเป็นคล้ายหลวงพระบางของลาว เราคล้ายซาปา ของเวียดนาม เราคล้ายบาหลีของอินโดนีเซีย และเราก็เป็นพัทลุงของประเทศไทย ความสำเร็จของจังหวัดพัทลุงเกิดจากหลายหน่วยงานมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ในยุคที่ท่านก็ทำให้จังหวัดพัทลุงได้ประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ นอกเหนือจากกระทรวงวัฒนธรรม แต่วันนี้พัทลุงเราต้องการ การท่องเที่ยวที่ทันสมัยกว่านี้เพราะเราอยู่บนโลกเทคโนโลยี เราต้องการความยั่งยืนกว่านี้ เราต้องการการเข้ามามีบทบาทของกระทรวงการท่องเที่ยวมากกว่าเดิม ผมจึงอยากเห็นว่า กระทรวงโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเข้าไปเป็น ผู้รับผิดชอบ
คำถามที่ ๑ ผมจึงขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า เห็นด้วยกับแนวทาง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานและกราบเรียนไปยังท่านหรือไม่ อย่างไร ข้อเรียกร้อง ของกระผมท่านเห็นเป็นอย่างไรและท่านจะดำเนินการโดยเร็วที่สุดเมื่อใดครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ