ศักดินัย สนับสนุนร่างกฎหมายสหกรณ์ เน้นส่งเสริมความเข้มแข็งภาคประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

ศักดินัย นุ่มหนู หารือถึงความจำเป็นในการส่งเสริมและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์อย่างแท้จริง โดยเน้นให้รัฐสนับสนุนการร่วมคิด ร่วมผลิต ร่วมจำหน่าย และพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคประชาชนได้อย่างยั่งยืน

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาต ที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องของสหกรณ์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง แล้วเราก็พูดกันมายาวนานว่า สหกรณ์นั้นมีความสำคัญต่อภาคเกษตร ภาคประชาชน ของพี่น้องชาวไทยอย่างยิ่งเหลือเกินนะครับ เวลาเราพูดถึงความสำคัญเรื่องนี้เรากลับคิดว่า สหกรณ์เมื่อร้อยกว่าปีมาแล้วจนถึงบัดนี้ ถึงที่สุดแล้วรัฐเราให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ อย่างจริงจังแค่ไหน ผมคิดว่าในร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ พลโท วีระ และภาคประชาชน จำนวนหมื่นกว่ารายชื่อที่เสนอเข้ามานั้น อันนี้ผมยินดีที่จะให้การสนับสนุนสำหรับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าด้วยความที่เคยเป็นกรรมการสหกรณ์อยู่ในชุมนุม สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน แล้วก็มีความใกล้ชิดกับสหกรณ์การเกษตร ใกล้ชิดกับคณะกรรมการ สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดตราดมากพอสมควรแล้วก็ได้เห็นปัญหา ผมไม่ได้ติดใจเกี่ยวกับ ในเรื่องของมาตราใด ๆ นะครับ เพราะว่าแค่เพียงอยากเห็นว่าโดยมาตราต่าง ๆ ที่ออกมานั้น เราจะเห็น ๒ คำใหญ่ ๆ ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องก็คือคำว่า กำกับดูแลและส่งเสริม เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราอยากเห็นในเรื่องของความสำคัญ ณ วันนี้ก็คือเรื่องของการส่งเสริมที่จะให้สหกรณ์นั้น เข้มแข็งหรือไม่ เวลาเราบอกว่าร้อยกว่าปีแล้วสหกรณ์ไม่เห็นมีความเข้มแข็งเลย เพราะฉะนั้นคำถามที่ต้องถามกลับไปว่า ภาครัฐได้ดูแลส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของภาค ประชาชนได้หรือไม่ นำไปสู่ของการที่จะให้มีเวทีของการร่วมคิด ร่วมผลิต ร่วมขายให้เขา ได้เกิดเวทีอย่างนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้พี่น้องสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ แล้วไปเป็นสมาชิกสหกรณ์ไปเรื่องของการที่จะขอสินเชื่อ แล้วก็เป็นหนี้สหกรณ์ เป็นหนี้ สถาบันการเงิน เป็นหนี้ท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ นี้มากมายนะครับ สิ่งที่เราอยากเห็นก็คือว่า สหกรณ์นั้นต้องช่วยที่เขามีอำนาจมีศักยภาพในการที่จะฟื้น และมีอำนาจของการต่อรองได้ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการแปรรูปและส่งออกที่จังหวัดตราด จำกัด เป็นสหกรณ์ที่นำผลผลิต มาสู่การแปรรูป เพราะว่าในอนาคตข้างหน้านั้นผลไม้ที่ออกมากเกินล้นตลาด อุตสาหกรรม การแปรรูปมีความสำคัญ ผมได้มีการพูดคุยกับท่านประธานสหกรณ์ ท่านวุฒิพงศ์ รัตนมณฑ์ ซึ่งเป็นประธานสหกรณ์ เป็นประธานสมาคมชาวสวน แล้วก็เป็นประธานหอการค้าที่จังหวัด ตราดด้วย ก็พูดคุยกันตรงนี้มาเยอะท่านก็หนักใจว่าในฐานะที่บริหารสหกรณ์รัฐไม่ได้ ส่งเสริมให้การเตรียมตัวสำหรับอุตสาหกรรมห้องเย็นที่จะต้องรองรับภาคเกษตรที่มีอยู่ ในอนาคตว่า หากมันล้นเกินตลาดออกไปแล้วจริง ๆ มันจะไปได้อย่างไร ก็อยากเห็น พ.ร.บ. ที่จะต้องมาส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของภาคประชาชนนี้ให้ได้ เราพูดถึงปัญหาของ สหกรณ์ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการมีส่วนร่วมก็ดี ปัญหาด้านการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหา การขาดความเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์ หรือปัญหาด้านการผลิตที่จะมีการรวมกลุ่มกัน ในการที่จะใช้เทคโนโลยีร่วมกัน การวางแผนเรื่องการใช้ปุ๋ยหรือการใช้สารเคมีเพื่อที่จะลด ต้นทุน ปัญหาเรื่องของการแปรรูป บางทีถ้ารัฐไม่ได้ส่งเสริมให้สหกรณ์การแปรรูปวันนี้ เขาจะอยู่ไม่ได้ แต่มันจะมีความสำคัญในอนาคตมาก เพราะฉะนั้นผมมองว่าภาครัฐเอง ต้องให้ความสำคัญในการที่จะมองในอนาคต ไม่ใช่วันนี้ทุเรียนเราขายได้ และในวันที่มันขาย ไม่ได้ สหกรณ์การแปรรูปเหล่านี้วันนี้ถ้าเกิดเขาอยู่ไม่ได้ วันหน้าจะมีอะไรรองรับกับภาค ประชาชน นี่ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แล้วส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่เราพูดถึงเหล่านี้ ผมยังคิดว่า พ.ร.บ. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เรากำลังพูดถึงกัน มันจะนำไปสู่การแก้ไข ปัญหาที่ว่านี้ได้หรือไม่ ปัญหาที่ว่าก็เกิดมายาวนาน กี่ปี ๑๐ ปีที่แล้ว ๓๐ ปีที่แล้ว หรือในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าเรายังพูดถึงปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เราถึงอยากเห็นว่าเครื่องมือที่จะเป็น เครื่องมือทางกฎหมายก็ดีที่จะทำให้ภาคประชาชนนั้น สามารถที่จะมีอำนาจของการต่อรอง สร้างความเข้มแข็งได้ เพราะฉะนั้นสหกรณ์นั้นจึงไม่ใช่เป็นแหล่งที่จะให้แค่สินเชื่อ แล้วพี่น้อง ภาคประชาชนนั้นไม่มีพลัง ไม่ได้มีศักยภาพก็เป็นหนี้สถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง เท่านั้นเอง วันนี้จึงอยากเห็นว่าทุกภาคส่วนโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐเองต้องให้ ความสำคัญกับระบบสหกรณ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่จะหาแค่สินเชื่อ แต่ต้อง สร้างเวทีของการร่วมคิด คิดให้ภาคประชาชนเขาอยากร่วมคิดอยู่แล้ว แต่รัฐจะให้พื้นที่ กับเขาหรือไม่นะครับ ร่วมคิด ร่วมผลิต แล้วก็ร่วมจำหน่าย ผมว่าเรื่องนี้เป็นศักยภาพ ของภาคประชาชนสามารถที่จะทำให้มีอำนาจต่อการต่อรอง มีอำนาจทางการตลาดได้ เพราะฉะนั้นถ้าภาคประชาชนไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริง แล้วภาครัฐเองยังมี ยุทธศาสตร์ที่ไม่ชัดเจนต่อระบบสหกรณ์ที่ไม่มองในส่วนของภาคประชาชนของพี่น้อง ประชาชนที่จะต่อรองกับกลุ่มทุนหรือกลุ่มผู้มีอำนาจได้ ก็หวังว่าเราจะได้มีการพูดคุย ถกเถียงกันเพื่อจะให้ระบบสหกรณ์ของไทยนั้น ได้พัฒนาไปได้มากกว่านี้และตอบโจทย์ ให้กับภาคเกษตรของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ