สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เห็นด้วยกับการปรับปรุงข้อบังคับการประชุมสภาให้ชัดเจนและทันสมัย โดยเสนอให้ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ที่การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 120 และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความไม่เป็นมาตรฐานในการใช้เทคโนโลยีของ ส.ส. โดยเสนอให้มีการปรับปรุงข้อบังคับเพื่อรองรับการประชุมทางไกลอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับหลักการรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านด้วยกันที่เสนอร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะของท่านเพื่อนสมาชิก ท่านวิรัช พันธุมะผล ที่เสนอแก้แล้วก็ในเรื่องของหมวดคำจำกัดความในเรื่องของสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งท่านให้ความหมายว่า เป็นสื่อบันทึกข้อมูลหรือสารสนเทศใด ๆ ที่ใช้วิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์โดยการประยุกต์ใช้วิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางอิเล็กตรอนไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึง การประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการ ประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้นที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำขึ้น แล้วก็ ยกตัวอย่างเช่นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็ผมมองไปว่าข้อบังคับ ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นเราควรจะทำให้มีความชัดเจน ผมเห็นว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาอันทรงเกียรติ ลงทุนสร้าง ๒๒,๙๘๗ ล้านบาท ผมคิดว่า เราควรจะใช้สภาอันทรงเกียรตินี้ให้มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นการมาประชุมก็ถือว่า เป็นความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็พี่น้องประชาชนทุกครั้งก็ติดตามการดำเนินการของสมาชิก ทั้ง ๒ สภา สังเกตเห็นได้ว่าการใช้สภานั้น ผมคิดว่าในการออกกฎหมายหรือกระบวนการ ต่าง ๆ ผมมองไปในเรื่องของกระบวนการ ขั้นตอนในการปฏิบัติหน้าที่โดยการออกแบบ โดยใช้เครื่องมือของกฎหมาย แล้วก็ข้อบังคับของสภาที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เราต้องการ ที่จะให้การออกกฎหมายนี่ให้มีจำนวนมากขึ้น หมายความว่ากระบวนการการออกกฎหมาย ก็ควรจะทำให้มันสั้นลง ไม่ยืดเยื้อ แล้วก็ให้มีประสิทธิภาพ บางอย่างเรานำเสนอไป ผมยกตัวอย่างท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างกระทู้นี่ครับมีหลายกระทู้ด้วยกัน มีทั้งกระทู้ ทั่วไป มีทั้งกระทู้ถามเฉพาะ มีทั้งกระทู้ตอบในพระราชกิจจานุเบกษา ผมไปดูแล้วก็พยายาม ติดตามดูว่า เพื่อนสมาชิกถามกระทู้ให้ตอบในพระราชกิจจานุเบกษามากน้อยแค่ไหน ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า กระทู้ที่ตอบในพระราชกิจจานุเบกษาเป็นกระทู้ที่ไม่ค่อย นิยมถามของเพื่อนสมาชิกเลย อันเนื่องมากจากว่าพอถามเสร็จแล้วไปตอบ ในราชกิจจานุเบกษา เพราะฉะนั้นก็ไม่มีใครไปอ่าน ไม่มีใครไปสนใจ เพราะฉะนั้น เพื่อนสมาชิกในการถามกระทู้นี้หมายความว่า ๑. ประชาชนได้รับทราบข่าวสารข้อมูล ครบถ้วน นำมาซึ่งในเรื่องของการได้คะแนนเสียง การที่ประชาชนเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรคนนี้ทำหน้าที่ตามที่ฝากปัญหามาโดยการใช้สภา แต่ถ้าหากว่าเรานำเอา สื่ออิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากไปประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาอย่างเดียวมาประกาศ ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยนี่ครับ ก็จะทำให้เพื่อนสมาชิกนี่ครับผมว่า หันไปนิยมในเรื่องของ การตั้งกระทู้ถามเพื่อที่จะตอบในราชกิจจานุเบกษาและเผยแพร่ในส่วนของสื่อต่าง ๆ ให้มีความกว้างขวางขึ้น อันนี้สืบเนื่องมีผลทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกช่องทางอันนี้ แล้วก็เป็นการประหยัดเวลาในเรื่องของการตั้งกระทู้ถามทั่วไป ตั้งกระทู้ถามเฉพาะ ซึ่งก็จะต้องรบกวนท่านรองประธานสภาที่จะต้องแยกออกไป เพื่อที่จะไปจัดในห้องเล็ก แล้วก็ทำให้เรื่องค้างการพิจารณามากต่อมาก อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและผมเห็นด้วย กับท่านวิรัช พันธุมะผล ขออนุญาตเอ่ยนาม
ประการต่อมานนั้นของเพื่อนสมาชิกนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ร่างของท่านในข้อ ๓ ที่มีข้อจำกัดความ ที่ประชุม หมายความว่า ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร และให้หมายความรวมถึงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์และห้องกระทู้ถามด้วย ในคำจำกัดความที่ประชุมในข้อ ๓ นี้ ในร่างของท่าน ชินวรณ์ บุณยเกียรติ อันนี้ท่านประธานผมมีความเป็นห่วงแล้วก็ผมไม่แน่ใจว่าลักษณะ ในเรื่องของการให้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างนี้จะขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๒๐ หรือไม่ ผมขออนุญาตอ่านในวรรคแรก ในมาตรา ๑๒๐ แห่งรัฐธรรมนูญ การประชุม สภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภา ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาที่จะเป็นองค์ประชุม ผมอ่านแค่ ๒ บรรทัดนะครับ แต่ผมจะมาโฟกัส (Focus) ให้ท่านประธานนิดหนึ่งว่า คำว่า ต้องมีสมาชิกมาประชุม โดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๒๐ ผมเข้าใจว่า โดยหลัก ๆ แล้วเขาก็ต้องการให้สมาชิกแสดงตัวตนมาด้วยตัวเป็น ๆ นะครับ ที่ห้องประชุม อันทรงเกียรติที่ลงทุนตั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ผมคิดว่าผมไม่แน่ใจว่าในส่วนของ การยกร่างใหม่นั้นจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ประเด็นสุดท้าย ผมขอยกเป็นตัวอย่างว่า ความเป็นมาตรฐานในส่วนของ การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในวันนี้เราต้องยอมรับในตัวของเราเอง แล้วก็ในองค์กรในภาพรวม ของประเทศด้วย ระดับมาตรฐาน เช่น ในส่วนของเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ ส.ส. ใช้ แล้วก็ที่องค์กรใช้ วันนี้เราจะเห็นว่าเพื่อน ส.ส. เราใช้ทั้งระบบแอนดรอยด์ (Android) เราใช้ทั้งระบบไอโอเอส (IOS) หรือไอโฟน (iPhone) ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทุกท่าน ก็คงรู้ว่าความสามารถในเรื่องของการเข้าถึงสื่อมันแตกต่างกันอย่างไร ผมขอยกตัวอย่าง ในการที่เราใช้ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมขออนุญาตต่อเวลาอีกสักนิดนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพจะจบแล้วครับ เพื่อที่จะต่อเนื่องแล้วก็ยกตัวอย่างให้เห็นในภาพจริงว่า เพื่อนสมาชิก หลายท่านที่เราประชุมกันในคณะกรรมาธิการแล้วก็ในช่วงโควิด (COVID) เราก็ใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์โดยการประชุมผ่านซูม (Zoom) ท่านประธานก็คงเข้าใจว่า การผ่านซูม (Zoom) จะต้องมีระเบียบข้อบังคับเพื่อที่จะออกข้อบังคับว่า เราจะประชุมอย่างไร เพื่อที่จะให้เป็นความลับ แล้วก็ยินยอมให้บันทึกตลอดการประชุม แล้วก็ไม่มีใครล่วงรู้ แล้วก็รู้ถึงในส่วนของข้อมูลอะไรอย่างนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราก็นั่งอยู่ในรถ เพื่อนก็นั่งอยู่ เต็มคันรถแล้วจะไม่รู้อย่างไร เรานั่งอยู่ในกิจกรรมที่บ้าน ทุกคนก็ได้ยินก็ได้ฟังกันทั้งหมด ในขณะเดียวกันบางครั้งสื่อก็ขาดหายบ้าง โทรศัพท์เข้าสื่อก็ถูกตัดไปสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของ มาตรฐานในส่วนของการใช้อุปกรณ์ แล้วก็ประกอบด้วยคนที่ใช้สื่อในส่วนของ อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ส่วนที่ ๓ ก็คือในเรื่องของผู้จัดการที่บริหารจัดการสื่อซึ่ง ๓ องค์ประกอบ อันนี้ผมคิดว่า ความพร้อมในส่วนขององค์กร ซึ่งในระดับของสภาของเรานั้นถือว่าเป็นองค์กร ค่อนข้างสมบูรณ์ และค่อนข้างที่จะมีคุณภาพ ยังมีอุปสรรคปัญหาอยู่เลย เพราะฉะนั้น ในการที่จะเสนอร่างแก้ไขในส่วนของข้อบังคับของสภานั้น ผมคิดว่าผมมีความจำเป็นที่จะฝาก คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนั้น ขอให้ท่านได้คิดให้เป็นระบบก็ถึงจุดอ่อนจุดด้อยในส่วนของ สภาพปัญหาที่เราประสบปัญหากันอยู่ในปัจจุบันนะครับก็ต้องกราบขอขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ