ภาสกร เงินเจริญกุล แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับปรุงข้อบังคับการประชุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และเสนอให้พัฒนาห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐสภาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเอกสารได้ง่ายขึ้น พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของการประชุมแบบไฮบริด โดยเสนอให้พิจารณาความเหมาะสมของอุปกรณ์และข้อจำกัดของสมาชิก รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาการไม่เชื่อมต่อของระบบลงมติระหว่างการประชุมออนไลน์กับในสถานที่ ขณะเดียวกันสนับสนุนร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประชามติและเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนการปฏิรูปข้อบังคับเพื่อความเป็นธรรมในการลงคะแนน โดยย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับหลักนิติศาสตร์และเหตุผลวิทยาศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม เพราะว่าสมาชิกทุกท่านที่เสนอก็มีความหวังดีที่จะให้สภาเราทันสมัย แก้ไขสิ่งที่ไม่ทันสมัย แก้ไขสิ่งที่อาจจะไม่สะดวกในการประชุมสภา ก็เห็นด้วยในหลาย ๆ ร่าง แล้วก็บางร่างอาจจะ ต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติม หรือมีข้อมูลเพิ่มเติมก็แล้วแต่ แต่อยากเสนอเป็นข้อคิด แนวคิด ความคิดเห็นอย่างนี้ท่านประธานครับ มีหลายร่างที่เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับการใช้ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทั้งหลาย อันนี้เรียนตรง ๆ ว่า ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยนะครับ แต่ก็มีข้อแม้อยู่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น การใช้จดหมายส่ง ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเก็บเอกสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันนี้ลองสังเกตว่า ในสภาเราเอกสารที่เราส่งกัน หรือที่วางกันแบบนี้ก็ไม่ได้วางทุกท่านแล้ว ก็แสดงว่าวางกัน บางจุด แสดงว่าต้องการประหยัดงบประมาณเหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งที่จะประหยัดงบประมาณ ได้เราก็ทำเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครับท่านประธาน เอกสารอิเล็กทรอนิกส์มันไม่ได้แค่ว่า เราสามารถใช้กันในสภาได้นะครับ ในสภานี่ก็อาจจะทำเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ครับ เอกสารที่เราใช้กันแบบนี้ก็เก็บในห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐสภาให้ประชาชนหรือใคร ที่สนใจเข้ามาใช้ได้ มันอยู่นาน ยาวนานจนเราก็ลืมไป แต่สิ่งที่เราลืมคิดกันไปก็คือว่า เราจะใช้ มือถือของสมาชิกทุกคนไม่ได้เพราะแต่ละคนจอก็ไม่ได้ใหญ่มาก บางคนก็อายุพอสมควร เหมือนกันจะให้มานั่งถ่าง ๆ ให้มันดูใหญ่ผมก็ว่าไม่สะดวก ก็ต้องมีอุปกรณ์พวกนี้อำนวย ความสะดวกให้
อีกอันหนึ่งที่เป็นข้อกังวลสำหรับผมค่อนข้างมากก็คือ การประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ (Online) ที่เขาพูดกัน ลองสังเกตวันนี้กรรมาธิการเราประชุมกัน แล้วถ้าเกิดประชุมใหญ่ของเราในสภาแห่งนี้บอกว่า ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ (Online) แล้วเปิดช่องว่างทิ้งไว้ ผมว่ามันอันตรายมาก อันตรายอย่างไรครับ ผมอยากจะ ชี้ให้เห็นวันนี้ในกรรมาธิการเราประชุมกันก็สัก ๒๐ ๓๐ หรือ ๔๐ ท่านวิธีการก็คือ เราส่ง พวกมีตติง ไอดี (Meeting ID) ไปให้กับผู้ประชุม แล้วก็คัดกรองโดยเจ้าหน้าที่ของ กรรมาธิการ ท่านไหนใช่เราก็อนุญาตให้เข้าไปประชุมได้ หรือบางคณะอาจจะไม่ได้ทำเลย ทุกคนรู้ไอดี (ID) รู้พาสเวิร์ด (Password) เราก็เข้าไปได้เลย ๒๐ กว่าคน เจ้าหน้าที่ก็ค่อยมาดู แล้วก็มานั่งแก้ชื่อกัน ถามว่าถ้าเราประชุมในสภา ๔๐๐-๕๐๐ คน เราจะไหวไหมครับ นี่คือ เจ้าหน้าที่สภาอย่างเดียวนะครับ ในการประชุมจริงมันอาจจะเกิดทั้งประชุมในสภา แล้วก็อยู่ที่บ้านด้วย ไม่ว่ามันจะเป็นเหตุ สุดวิสัยอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ มันก็จะเกิดไฮบริด (Hybrid) แบบนี้ครับ แต่ระบบของเรา ณ วันนี้ไม่รองรับเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าการประชุมออนไลน์ (Online) นี่เราทำไม่ได้ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันทำได้ทุกอย่างที่เราอยากได้หมดครับ ทำได้หมด ยกตัวอย่างเช่น การพิสูจน์ตัวตน ผมเรียนแบบนี้ว่า ถ้าการประชุมในสภาเราบอกว่าให้ประชุมออนไลน์ (Online) ได้ ผมขอเสนอในกรรมาธิการว่า ต้องรอพิจารณาว่าจะให้ใช้โทรศัพท์ที่เรามีอยู่ แล้วก็บางทีมายังไม่ทันก็ล็อกอิน (Login) ผ่านโทรศัพท์แล้วเข้ามาอย่างนี้ อันนี้ไม่ผ่าน ใช้ไม่ได้เลยนะครับ เราต้องแจกอุปกรณ์ อย่างน้อยก็เป็นโน้ตบุ๊ก (Notebook) แล้วล็อก (Lock) ตัวครับ ไม่ใช่โน้ตบุ๊ก (Notebook) ตัวนี้ก็เข้ามาไม่ได้ ทำได้ครับ แล้วเราก็ต้องอยู่ ต่อหน้ากล้องด้วย ต้องเปิดกล้องนะครับ แล้วก็ไม่ใช่หมายความว่า เราจะใช้แค่นี้ได้ เราอาจจะมีวิธีการพิสูจน์ตัวตนทางเทคนิคเขาเรียกว่าเอดี (AD) จริง ๆ มันมีหลายตัว ใครไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลแบบนี้ ได้รหัสมีตติง ไอดี (Meeting ID) ได้โคด (Code) ไปก็เข้า ไม่ได้ เพื่อเป็นความปลอดภัยเชื่อมั่นว่า สิ่งที่จะเข้ามาประชุมในออนไลน์ (Online) คือ ส.ส. หรือสมาชิกจริง เหมือนกันครับไม่ต่างกันว่า เราจะมาประชุมที่สภาแห่งนี้ เราก็ต้องเอาตัวเรา มาเซ็นชื่อถูกไหมครับ แต่ถ้าอยู่ที่บ้านเราจะมั่นใจได้อย่างไร เขาอาจจะให้ใครก็ได้มาแทน ถ้าเกิดเราไม่ล็อก (Lock) บางอย่าง ถ้าจะให้แน่นกว่านี้พอเราล็อกอิน (Login) ผ่านโน้ตบุ๊ก (Notebook) เราให้มันเด้งมาที่มือถือ แล้วก็กดอีกทีหนึ่งเพื่อพิสูจน์ตัวตนก็ทำได้ครับ ท่านประธาน มันทำได้เยอะแยะมากมาย แต่ว่าท่านสมาชิกต้องเข้าใจ เราได้บางอย่าง เราก็ต้องเสียบางอย่างนะครับ การประชุมออนไลน์ (Online) อาจจะสะดวก เพราะว่า เราอาจจะไม่ต้องเดินทาง เพราะว่ามันอาจจะเกิดโควิด (COVID) เกิดการระบาดอะไร แต่สิ่งที่เราสะดวกไม่ต้องเดินทาง แต่มันอาจจะต้องแลกกับความไม่ได้คุ้นเคยในการที่จะเข้า ระบบเพื่อให้แสดงยืนยันตัวตนต่าง ๆ
อีกอย่างหนึ่งต้องแยกกัน การประชุมออนไลน์ (Online) กับการลงมติ วันนี้การลงมติเราลองสังเกตครับเราลงแบบนี้ครับ ระบบเรากับระบบที่อยู่ที่บ้าน หรือจะ ลงมติไม่ได้ซิงค์ (Sync) กันเลย คือไม่ได้เชื่อมต่อกันเลย เราจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะฉะนั้นระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ ณ วันนี้ต้องแก้ก่อนครับ แต่ผมกลัวอย่างเดียวว่าพอเรา สผ ท่านประธานครับ ในรายละเอียดของแต่ละร่างนั้น ผมเองคงมีเวลาไม่มากพอที่จะนำเสนอ ทั้งหมด แต่ผมอยากจะมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอยู่สัก ๒ ร่างด้วยกันครับ
ร่างแรกก็คือ ร่างการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทย ร่างนี้มีความสำคัญครับ ถึงแม้ร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย และท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ก็จะมีรายละเอียด ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำประชามติเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่บอกว่าร่างของคุณหมอชลน่าน มีความสำคัญ เพราะว่าวันนี้เรามีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี ๒๕๖๔ มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ในการออกเสียงประชามตินั้นมีอยู่ทั้งหมด ๕ แบบด้วยกันครับ ในแบบที่ ๑ ก็คือเพื่อนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แบบที่ ๒ ก็คือเพื่อนำไปสู่ การออกกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ ที่มีกฎหมายระบุรองรับให้ดำเนินการว่า ต้องทำ การออกเสียงประชามติ แบบที่ ๓ ก็คือกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นเป็นการสมควร แบบที่ ๔ ก็คือกรณีของพี่น้องประชาชนเข้าชื่อกันและมีการส่งให้คณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องมีการ ออกกฎหมายลำดับรองรองรับ แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการออกกฎหมายลำดับรองรองรับ การเข้าชื่อของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด แล้วก็แบบที่ ๕ ก็คือกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาแล้ว เห็นควรส่งให้คณะรัฐมนตรีทำการออกเสียงประชามติ แต่คำนี้ที่เป็นปัญหาที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้พยายามจะแก้ไขในร่างข้อบังคับ เพราะว่าคำว่า รัฐสภา เมื่อเราไปดูในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๖ พูดถึงว่ากรณีรัฐสภาสามารถประชุม ร่วมกันนั้นต้องอยู่ในเงื่อนไขแบบใด ประการใด ซึ่งมีทั้งหมด ๑๖ กรณีด้วยกันครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้รัฐธรรมนูญที่ยังใช้บังคับอยู่ไม่มีข้อความการรองรับประชามติ แน่นอนครับ ถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ในอนาคต ข้อความให้การประชุมร่วมรัฐสภา ถ้ายังมีนะครับ ถ้าเป็นสภาเดี่ยวก็ไม่ต้องระบุว่าต้องทำประชามตินั้น ต้องมีอยู่ในการประชุม ก็เป็นสิ่งที่ดีครับแต่เมื่อข้อบังคับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้ระบุไว้ครับ แต่กฎหมาย ประชามติระบุไว้เช่นนั้น การทำประชามติในวันนี้จึงต้องแยกมีการประชุมระหว่าง สภาผู้แทนราษฎรสภาหนึ่งกับวุฒิสภาสภาหนึ่ง หากทั้งสองสภาเห็นแตกต่างว่าเรื่องใด ไม่ควรทำ ก็ไม่สามารถนำไปสู่การส่งให้ ครม. ได้ ฉะนั้นสิ่งที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอคือการแก้ไขเรื่องนี้ครับ ที่จะนำไปสู่การให้ สภาผู้แทนราษฎร มีเงื่อนไขมีวิธีการ มีกระบวนการมีการส่งการดำเนินการเมื่อมีการลงมติ ของสภาผู้แทนราษฎรไปยังวุฒิสภา และเมื่อวุฒิสภามีการลงความเห็นอย่างไรก็ส่งกลับมาให้ สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการต่อไปซึ่งอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๔๘/๑ ข้อ ๔๘/๒ และข้อ ๔๘/๓ ที่จะมีการแก้ไข อันนี้พรรคก้าวไกลสนับสนุนเต็มที่ครับ
ร่างที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดถึงครับ ก็คือร่างการแก้ไขข้อบังคับการประชุม ของท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ที่มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมในข้อ ๘๓ และข้อ ๘๕ ก็ต้องขอบพระคุณนะครับ ท่านวีระกร คำประกอบ ที่ท่านเอ่ยชื่อผม ความจริงผมไม่ได้ เป็นผู้ยื่นร่างของพรรคก้าวไกลใด ๆ แต่ท่านเอ่ยว่าเรื่องนี้มันเป็นเทคนิคของพรรคการเมือง แล้วมันเป็นธรรมเนียมปฏิบัตินี่ได้ยินจากเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งว่า สภาแห่งนี้เคยทำ เข้าข่ายอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕ ซึ่งเขาก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณท่านอาจารย์ใหญ่วีระกรที่ให้ข้อคิดเห็นว่านี่เป็นเทคนิค ของฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่ใช่ครับ ถ้าท่านอ้างว่านี่คือธรรมเนียมปฏิบัติในรัฐธรรมนูญเราก็ย้อน ไปดูเลย ตั้งแต่ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๗๖ ไม่มีข้อความใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลง หรือการนับคะแนนใหม่แต่เมื่อมาถึงข้อบังคับ การประชุมและการปรึกษาของวุฒิสภา ปี ๒๔๙๑ มีการระบุว่าการนับคะแนนครั้งใด ๆ ถ้าสมาชิกผู้ใดเชื่อว่ามีการนับผิด ย้ำนะครับ มีการนับผิดไม่ได้บอกว่า มาไม่ทันนะครับ นับผิดเท่านั้น และขอให้มีการนับคะแนนใหม่ถึงสามารถดำเนินการได้ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๙๔ วัยก็น่าจะใกล้เคียงกับท่านวีระกร ก็เขียน แบบเดียวกันในข้อ ๘๙ เชื่อว่ามีการนับผิดเท่านั้น ฉะนั้นไล่เลียงประวัติศาสตร์การเมืองไทยมาเลยครับ การที่มีการระบุว่า มีการนับคะแนนใหม่ ที่มิได้มีข้อความคำว่านับคะแนนผิด เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานเองครับ เกิดในยุคเจเนอเรชัน (Generation) ของผมในปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา แต่นั้นเลยท่านประธานครับ ในเมื่อเรื่องนี้ เรารู้กันแต่ใจว่า ไม่ว่าจะเป็นทางภาษาศาสตร์ที่ท่านคุณหมอวาโย อัศวรุ่งเรือง ท่านพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นทางนิติศาสตร์ที่หลายท่านยืนยันว่า กฎหมายลายลักษณ์อักษร คำสำคัญที่สุด ต้องไม่ถูกให้มีการตีความ วันนี้สภาแห่งนี้ ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ต้องขอ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านพูดชัดว่า ท่านตีความไม่เหมือนกับท่านประธานสภาขณะนั้น ในเมื่อเราเห็นว่าเรื่องแบบนี้จะนำไปสู่การตีความ ซึ่งไม่ควรจะเป็นในทางนิติศาสตร์ในทาง วิทยาศาสตร์ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ครับ คนกดลงคะแนนไปแล้ว แล้วจะเอาคนใหม่เข้ามาเติม แล้วบอกว่านี่คือคะแนนใหม่ นี่วิทยาศาสตร์ กลศาสตร์ใด ๆ ครับ ด้วยความเคารพนะครับ ในทางไสยศาสตร์ ท่านอาจจะต้องจุดธูปเรียกเพื่อนสมาชิกที่ยังมาไม่ถึงให้มาลงคะแนนใหม่ หรือส่งโทรจิตไปถึงเพื่อนสมาชิกบอกนี่ถึงเวลาลงคะแนนแล้ว ฉะนั้นมันจะไปต่อไม่ได้ ด้วยประการทั้งปวง ด้วยเหตุดังกล่าวท่านประธานครับสิ่งที่ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ขอแก้ไข ในข้อ ๘๕ จึงบอกว่า หากเชื่อได้ว่าการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองครับ โอกาสเกิดขึ้นได้ในทุก ๆ ฝ่าย สมาชิก อาจร้องขอได้ด้วยวิธีการเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับหมายเลขประจำตัวที่ปรากฏใน ใบประมวลผล ก็ท่านบอกอย่างไรว่าจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใบประมวลผลมันก็แสดงโชว์ อยู่แล้ว แสดงได้เร็ว ได้ง่ายกว่าเวลาที่เราไปกดนับว่าใครลงคะแนนกันทีละคน แบบนี้ ต่างหากที่ไม่ใช่การประวิง แล้วอ้างว่านี่เป็นเทคนิคในการประวิงเวลาทำให้สภาล่าช้า แบบที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ในเมื่อเราต้องการทำให้ดีที่ฝากให้กับลูกหลานในอนาคต แล้วเรามีโอกาส วันนี้ทำไมเราถึงไม่ควรที่จะรับหลักการของร่างท่านธีรัจชัย ผมไม่ใช่เป็นผู้ตอบคำถามนี้ครับ แต่คงเป็นท่านที่ลงมติไม่รับหลักการร่างของท่านธีรัจชัย ที่ต้องตอบคำถามนี้กับพี่น้อง ประชาชน กับลูกหลานของท่านในอนาคตสำหรับพวกผมพรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่า เรารับหลักการร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๗ ร่างครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ