สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการประชุมสภาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเสนอให้กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าสามารถทำได้เฉพาะในกรณีฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติหรือโรคระบาด พร้อมเน้นความจำเป็นต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญและต้องมีการประสานความเห็นระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลก่อนดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้สภาเราได้ พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานของเราโดยตรง นั่นคือเรื่องของร่างข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งวันนี้ความจริงนั้นมีหลายร่างแล้วก็หลายเรื่องด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขียน ให้ข้อบังคับของสภานี่ไปรับกับร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ ซึ่งในส่วนนี้ผมเห็นด้วย เนื่องจากว่าในชั้นการลงมติพระราชบัญญัติออกเสียงประชามตินั้น สภาของเราก็ได้ร่วมกัน ผลักดันให้สภาหรือรัฐสภาสามารถที่จะส่งเรื่องที่เห็นว่าสำคัญ และสมควรที่จะต้องมีการ ออกเสียงประชามติไปให้รัฐบาลได้รับการพิจารณาได้ นอกจากนั้นยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่เพื่อน สมาชิกเสนอก็เป็นประเด็นที่มีการอภิปรายกันไป แต่ผมคิดว่าเรื่องใหญ่สุดและเป็น เรื่องใหม่สุดก็คือ เรื่องของการประชุมสภาที่เพื่อนสมาชิกบางท่านเรียกว่า ประชุมสภา ออนไลน์ (Online) บ้าง หรือเรียกว่า การประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์บ้าง ความจริงแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ต้องยอมรับว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณาก็เนื่องจากว่าเรามีการระบาดของไวรัสโควิด (COVID) อย่างที่เรารู้จักกันในภาษา ชาวบ้าน พอมีโควิด (COVID) ระบาดก็ทำให้สภาต้องหยุดไปในขณะนั้น สภาเองก็ไปออก ระเบียบรองรับการประชุมเฉพาะในส่วนของกรรมาธิการ ซึ่งในระเบียบที่ออกนั้นก็ยกเว้น เรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเอาไว้ แต่เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรรมาธิการกิจการสภาก็เห็นว่าในอนาคต ในวันข้างหน้าเมื่อเกิดการระบาดของโควิด (COVID) ขึ้นมาในรูปแบบเช่นนี้ ถ้าในวันข้างหน้า มีการระบาดขึ้นอีก สภาจะดำเนินการหรือจะทำอย่างไร แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ ผมยอมรับว่าในร่างเพื่อนสมาชิกที่เขียนมา รวมถึงในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมว่าก็ยังไม่ถือว่าสมบูรณ์เสียทีเดียว เพียงแต่เราเขียนเปิดประตูเอาไว้ว่า สามารถที่จะไป ประชุมได้ แต่ผมคิดว่าประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณา ซึ่งในกรรมาธิการจะต้องมีการถกถึง อันดับแรกสุดก็คือว่า การประชุมสภาหรือในอนาคตอาจจะไปถึงข้อบังคับการประชุม รัฐสภานั้น มีรัฐธรรมนูญกำกับอยู่ มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอประเด็นที่น่าสนใจยิ่งก็คือ การประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น จะมีโอกาสที่จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ซึ่งท่าน ยกตัวอย่างของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมวุฒิสภา ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา คำสำคัญคือคำว่า มาประชุม ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการถกกัน อย่างค่อนข้างมากในคณะกรรมาธิการว่า การประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น จะถือว่า มาประชุมหรือไม่ ในอดีตนั้นเคยมีประเด็นครับท่านประธาน ที่เข้าใจกันว่าการประชุมสภา ต้องกระทำในอาคารรัฐสภาเท่านั้น มีอยู่ยุคหนึ่งเท่าที่ผมจำได้ก็คือยุคที่มีการจะต้อง แถลงนโยบายของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประทานโทษเอ่ยนามท่านในขณะนั้น มีการปิดล้อมรัฐสภา อาคารรัฐสภาเข้าไม่ได้ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ประชุมไปใช้สถานที่ ประชุมที่ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีเพื่อนสมาชิกในสภาขณะนั้นโต้แย้งว่า เมื่อไม่ประชุมในอาคารรัฐสภา ถือว่าเป็นการประชุมสภาหรือไม่ มีการถกกันในที่สุด ก็ตกผลึกกันว่า การประชุมรัฐสภานั้นควรจะนับที่ตัวบุคคล ก็คือตัวสมาชิกที่มาประชุม เป็นหลัก หมายความว่าเมื่อมีสมาชิกมาประชุมครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับ การประชุมกำหนดไว้ ที่ตรงนั้นก็ถือว่าเป็นการประชุมของสภาเช่นเดียวกันนี่คือแนวปฏิบัติ ที่เคยเกิดขึ้น แต่เงื่อนไขสำคัญที่ผมคิดว่าจะต้องมีการผูกโยงกันต่อไปในการแก้ข้อบังคับ เรื่องการประชุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมเห็นว่ามีความจำเป็น แต่จะต้องไม่ใช่เป็นการประชุม ในกรณีทั่วไปคือกรณีไหนก็ได้ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการประชุมสภาได้แล้วเพื่อน สมาชิกที่มาไม่ได้ สามารถจะขอประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะผมคิดว่าการประชุม ตรงนี้มีความสำคัญเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย แต่เงื่อนไขที่จะต้อง เขียนในข้อบังคับว่า กรณีใดที่ไม่ใช่กรณีทั่วไปที่จะต้องประชุมโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมคิดว่าตรงนี้จำเป็น ร่างเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งเขียนเอาไว้ว่ากรณีเกิดภัยพิบัติ กรณีเกิด โรคระบาดร้ายแรงหรือในอนาคตอาจจะเกิดกรณีทีอยู่ในภาวะสงครามก็เป็นได้ ผมคิดว่า เงื่อนไขนี้ต้องเขียนให้ชัด เพราะฉะนั้นเป็นการกำกับดุลยพินิจประธานว่า ไม่สามารถ นัดประชุมเป็นกรณีทั่วไปได้ แต่ต้องเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และจะเกี่ยวพันกับเรื่องที่ ๒ ก็คือว่า ถ้าประธานสภาเห็นว่าจำเป็นแล้วจะต้องประชุม ควรจะต้องมีการหารือคณะกรรมการประสานงานร่วมทั้งพรรคฝ่ายค้าน และพรรครัฐบาล ให้เห็นตรงกันจึงจะประชุม แต่เรื่องใหญ่สุดคือวิธีประชุมท่านประธานครับปัจจุบันนี้ ในกรรมาธิการเรามักจะใช้ระบบซูม (Zoom) หรือบางทีก็ใช้ระบบกูเกิล มีตติง (Google meeting) ซึ่งผมยังเห็นว่าระบบเช่นว่านั้น ทำไม่ได้ ถ้าจะทำจริงรัฐสภาจะต้องพัฒนาระบบ การประชุมที่เป็นของรัฐสภาเอง เพราะการยืนยันตัวตนจะเป็นเรื่องใหญ่ความจริง เรามีพระราชบัญญัติลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ปี ๒๕๔๔ กำกับอยู่ในเรื่องของการระบุตัวตน ซึ่งอาจจะอนุโลมปรับใช้กันได้ แต่ระบบของการแสดงตนก็ดี ระบบของการประชุมก็ดี ก็จะเป็นเรื่องที่จะต้องพัฒนาระบบของสภาให้สามารถที่จะดำเนินการจัดการประชุมได้ โดยที่สภาสามารถจะควบคุมการประชุมเช่นที่ว่านั้น ไม่ให้เกิดการแทรกแซง หรือกระทำการ อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายได้ เพราะเรื่องที่ประชุมนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ สำคัญถึงขั้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับประเทศชาติก็ว่าได้ นอกจากเงื่อนไขจัดประชุมไม่ใช่ทั่วไปแล้ว วิธีการจัดประชุมซึ่งจะต้องพูดคุยกันผ่าน กรรมการ การจัดวางระบบของตนเองขึ้นมาแล้ว เรื่องซึ่งจะต้องประชุม บางเรื่องจะต้อง ถกกันอีกว่าลงมติได้หรือไม่ ถ้าลงมติจะใช้วิธีการอย่างไร ซึ่งร่างของเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ก็เขียนว่า ใช้วิธีขานชื่อ ซึ่งน่าสนใจ ก็เป็นประเด็นที่จำเป็นที่จะต้องนำไปสู่การถกเถียงกัน ในชั้นกรรมาธิการกันอีกครั้งหนึ่ง ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องของการประชุมรัฐสภาผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์นั้น ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่จะต้องขบคิด พิจารณาด้วยความรอบคอบ และไม่ควรจะเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการประชุมที่ลักลั่น ๒ แบบ คือประชุมในสภาส่วนหนึ่ง และขอเข้าประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ส่วนหนึ่ง ทำเช่นนั้น คงไม่ได้จะต้องผูกเงื่อนไขให้ชัดเจน และไม่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงจะต้องเป็น กรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องขับเคลื่อนโดยสภาอย่างแท้จริง เป็นประเด็นที่ผมจะฝากเอาไว้ สำหรับคณะกรรมาธิการที่จะต้องไปทำแล้วอย่ารีบนะครับ เรื่องนี้จะต้องทำให้เกิด ความรอบคอบอย่างถึงที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ