เบญจา เปิดรายงานเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชี้ปัญหาผูกขาด-เหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

เบญจา แสงจันทร์ อภิปรายผลการศึกษาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยชี้ปัญหาการผูกขาดผลประโยชน์ของกลุ่มทุน ความเหลื่อมล้ำ และผลกระทบต่อประชาชนจากนโยบายพัฒนาที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐนำข้อเสนอและเสียงสะท้อนในรายงานฉบับสมบูรณ์ไปใช้แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ให้ถูกเพิกเฉยหรือยุติเพียงขั้นตอนเท่านั้น

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันจะขอ อภิปรายในส่วนผลของการพิจารณารายงานการศึกษาปัญหาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ เอสอีซี (SEC) โครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ และโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) ของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่พิจารณาเสร็จแล้วค่ะ โดยจะพูดถึงผลจากการพิจารณาศึกษาว่าเราได้เห็นอะไร จากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้บ้าง เราได้เห็นกลุ่มนายทุนแค่บางกลุ่มค่ะ ท่านประธานที่ได้รับคัดเลือกมาร่วมทุนและได้ประโยชน์จากโครงการนี้ และเราได้เห็น กลุ่มนายทุนที่ได้รับสัมปทานจากการระเบิดภูเขาเพื่อนำมาถมทะเล เราได้เห็นกลุ่มนายทุน แค่บางกลุ่มที่ได้สัมปทานจากการขายน้ำจืดเพื่อการอุปโภคและบริโภค และเราได้เห็น กลุ่มนายทุนที่ได้รับสัมปทานจากการขายกระแสไฟฟ้าและผูกขาดพลังงาน เรายังได้เห็น กลุ่มนายทุนแค่บางกลุ่มได้รับงานรับเหมาจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในเขต เศรษฐกิจพิเศษด้วย เราได้เห็นกลุ่มนายทุนและกลุ่มผู้มีอิทธิพลแค่บางกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ จากการปลดล็อกให้นำเข้าขยะอุตสาหกรรม ลักลอบการทิ้งกากของเสีย ของอันตรายจาก อุตสาหกรรม ท่านประธานคะ เรายังได้เห็นกลุ่มทุนบางกลุ่มไล่บีบ ไล่ยึด กว้านซื้อที่ดินจาก ชาวบ้านในราคาถูก แล้วนำไปขายให้กับนายทุนเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ตักตวงหาผลกำไร บนคราบน้ำตาของประชาชนค่ะ และเรายังได้เห็นกลุ่มทุนบางกลุ่มค่ะที่คว้าสัมปทาน รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินที่มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปครอง ท่านประธานคะ ถ้าพิจารณาจากรายงานแล้วเราจะเห็นแค่กลุ่มทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มผลประโยชน์ แค่ไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ที่ได้ผลประโยชน์จากการใช้ประโยชน์ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ และนี่คือความจริง ความจริงที่ว่าประเทศนี้เครือข่าย นายทุนพวกเขาผูกขาดน้ำ ไฟฟ้า ที่ดิน พลังงาน และผูกขาดความมั่นคงทางอาหาร ผูกขาด สาธารณูปโภค ผูกขาดทรัพยากรในประเทศนี้ที่มีมูลค่ามหาศาล และพวกเขากำลังเผาผลาญ ทรัพยากร ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วพาประเทศของเราทวนเข็มนาฬิกา ตกกระบวน ประวัติศาสตร์นำพาประเทศไปสู่ความล้มเหลว ล้าหลัง และเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงที่สุด จากการดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจที่ผิดพลาดนี้ ท่านประธานคะ ในรายงานฉบับนี้ นอกจากจะมีข้อเสนอต่อรัฐบาลแล้ว ดิฉันยังมีคำถามที่สำคัญที่จะส่งไปถึงรัฐบาล คำถามที่ว่า คนข้างล่าง คนตัวเล็กตัวน้อย พี่น้องประชาชนได้อะไรจากโครงการอภิมหาโพรเจกต์ (Project) อย่างโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้ นอกจากมีแต่ละเลยเสียงของประชาชน ละเลยเสียงของคนในพื้นที่ ละเลยเสียงของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวประมง แรงงานและเกษตรกร ที่ไม่ใช่เป้าหมายของการพัฒนานี้ ท่านประธานคะ ประชาชนได้อะไรนอกจากวาทกรรม คำพูดวรรคทองแห่งยุคสมัยอย่างคำว่า การพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ท่านประธาน ทราบไหมคะ วาทกรรมขายฝันนี้มีใครบ้างที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง มีพี่น้องประชาชนที่อยู่แนว ริมทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ตั้งแต่กรุงเทพฯ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ไปจนถึง อู่ตะเภา พวกเขาถูกฟ้องขับไล่ ถูกไล่รื้อเพราะนำที่ดินมาให้นายทุนพัฒนา พวกเขาถูกทิ้งไว้ ข้างหลัง ท่านประธานคะ มีชาวประมงมากกว่า ๒,๐๐๐ คนในแหลมฉบัง ชลบุรี ในมาบตาพุด ระยอง ที่อาชีพของพวกเราเขาถูกทำลายให้ล่มสลายจากนโยบายเรื่องการถมทะเลในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ และโมเดล (Model) การทำลายอาชีพแบบนี้ รัฐบาลกำลังจะย้ายมัน ไปไว้ที่นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ท่านประธานคะ ชาวประมงเหล่านี้พวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ยังมีประชาชนรอบแนวเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ถูกเวนคืนพื้นที่ที่ดินหลายแสนคนทั่วประเทศ พวกเขากำลังจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย ไร้ที่ทำกิน พวกเขาถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ จากผังเมืองที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม จากนโยบายทวงคืนผืนป่า แล้วเอาไปทำเขตเศรษฐกิจ พิเศษให้กับนายทุน แล้วพวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ชาวชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา พวกเขาต้องทนทุกข์อยู่กับผลกระทบของบ่อขยะพิษ ขยะกากอุตสาหกรรม มานานนับปี โดยที่รัฐไม่เคยเหลียวแลพวกเขาเลย ชาวบ้านสำนักท้อน ใกล้ ๆ เมืองมหานคร แห่งการบินในเขตชลบุรี ระยอง รัฐประกาศเป็นเขตหวงห้าม ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ ประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อนเกือบ ๒๐,๐๐๐ คน และพวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ท่านประธานคะ ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่ถูกสร้างภาพขายฝันว่า เป็นมหานครแห่งอนาคต มีระบบ สาธารณูปโภคที่ทันสมัย ถนนหนทางสะดวกสบาย แต่พื้นที่ที่แสมสาร ชลบุรี สัตหีบ ใจกลาง อีอีซี (EEC) เป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่ชาวบ้านต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากกิจการไฟฟ้า สวัสดิการทหารเรือ และคนแสมสารมากกว่า ๗,๐๐๐ คน ที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มายาวนาน มากกว่า ๑๐๐ ปี พวกเขาถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ที่นี้จึงเป็นเมืองมหานครแห่งอนาคต ที่ไม่มีอนาคตของพี่น้องประชาชนรวมอยู่ด้วย ท่านประธานคะ นี่คือนโยบายที่บอกว่า เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งเป็นเหรียญอีกด้านของการพัฒนาที่รัฐบาล ไม่เคยพูดถึงเลย ท่านประธานคะ จากการศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการเอสอีซี (SEC) โครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ และโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ทำให้เห็นว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแบบที่คุณประยุทธ์กำลังพยายาม ผลักดันอยู่มันไม่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และยังคงทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ ไว้ข้างหลัง แต่มีคนส่วนน้อยที่เป็นกลุ่มทุนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ โดยไม่ได้กระจาย ความมั่นคง ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพี่น้อง ประชาชนเลย ไม่ได้กระจายความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ความมั่นคงทางระบบนิเวศให้กับพวก เขาอย่างเท่าเทียมเสมอภาคและเป็นธรรมเลย

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ที่จะส่งถึง คณะรัฐมนตรีค่ะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นรายงานที่ถูกนำไปดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงค่ะ และขออย่าให้รายงานฉบับนี้จบแค่ ที่สภาแห่งนี้ค่ะ หรือรัฐบาลอย่านำไปกองไว้แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่อยากให้รายงานฉบับนี้ ที่เสนอต่อสภาและกรรมาธิการหลายคน สมาชิกหลายท่านได้นำเสนอปัญหาและข้อคิดเห็น ไปแล้ว ดิฉันอยากจะนำเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเหล่านี้เป็นข้อสังเกตที่ส่งไปให้กับ ทางคณะรัฐมนตรีเพื่อรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน เพื่อนำเสนอเสียงสะท้อนของพวกเขา ให้กับรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีพิจารณา และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการ แก้ไขปัญหาตามข้อสังเกตและข้อเสนอนี้ต่อไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน