กัญจน์พงศ์ ท้วงติงนิคมจะนะ ชี้รับฟังประชาชนไม่โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี หารือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดจากโครงการถมทะเลและสิ่งปลูกสร้างริมชายฝั่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งกับโครงการของรัฐที่มีอยู่เดิม และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังท้วงติงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะว่าขาดความโปร่งใส ไม่รวมประชาชนในกระบวนการตัดสินใจ และเรียกร้องให้มีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน พร้อมผลักดันกลไกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิชุมชน

นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรค ก้าวไกลครับ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มีการจัดทำรายงานที่ค่อนข้างจะหนา แล้วก็ รายละเอียดเนื้อความค่อนข้างจะเยอะ เป็นรายงานไม่กี่ฉบับที่ผมมีโอกาสได้ศึกษาแล้ว ถ้าท่านใช้สติดี ๆ ท่านจะได้ยินเสียงของพี่น้องประชาชนอยู่ในเล่มนี้ค่อนข้างจะเยอะ ซึ่งถือว่า เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างจะชื่นชม ในส่วนที่ผมอยากจะมาแสดงความคิดเห็นอภิปรายในส่วนที่ เกี่ยวข้อง เนื่องจากที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของกัดเซาะ ชายฝั่งค่อนข้างมาก เนื่องจากผมเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ ทำให้ ขอบเขตของรายงานเล่มนี้ที่มีหลาย ๆ เรื่อง ด้วยเวลาที่จำกัดผมอาจจะสรุปอยู่เพียงแค่ ๒-๓ ประเด็น ที่มันเกี่ยวข้องกับการกัดเซาะชายฝั่ง อย่างเช่นเรื่องของการถมทะเล มีให้เห็นอยู่ทั้งหมด ๒ โครงการ โครงการหนึ่งก็เพื่อการ ขยายท่าเรือ อีกโครงการหนึ่งอันนี้ฟังชื่อโครงการแล้วผมตกใจมากเลย ถมทะเล ๓,๐๐๐ ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการปิโตรเคมีคอลขั้นสูงของบริษัท มีระบุชื่อบริษัทด้วยนะครับ เอ็กซอน โมบิล คอร์เปอร์เรชัน ผมทราบครับว่าโครงการตรงนี้อาจจะมีการชะลอโครงการหรือมีการ ยอมอะไรกันไปแล้ว แต่ว่าประเด็นคือจากการศึกษาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งครับท่านประธาน เราดูโครงการที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์เป็นหลัก เพราะว่ามีผลการวิจัยออกมาชัดเจนว่า สิ่งปลูกสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์นี่ละครับที่เป็นสาเหตุสำคัญของการกัดเซาะชายฝั่ง คณะกรรมาธิการที่ผมสังกัดอยู่ได้เห็นข้อมูลว่าการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหรือการสร้าง สิ่งปลูกสร้างที่นอกชายฝั่งส่งผลกระทบให้พื้นที่ข้างเคียงเกิดการกัดเซาะ เรื่องนี้ผมเอามาดูกับ โครงการขนาดใหญ่ อย่างเช่นแหลมฉบัง ท่านเห็นชัดเจนครับ ชายหาดที่มันหายไปปริมาณ หลายกิโลเมตร รูปลักษณ์ของชายหาดแปลกพิกลพิการ เรียกว่าเป็นวง ๆ ที่ชายหาดแสงจันทร์ ผมยังอยากจะถามกรรมาธิการชุดนี้ว่าจริง ๆ แล้วการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบเรื่องของการ กัดเซาะชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมด้านทางทะเลมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน และคำนึงถึงอนาคตเอาไว้มากน้อยแค่ไหน เพราะโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้กำแพงกันคลื่น เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรหรือ ๑ กิโลเมตร สามารถทำความเสียหายให้กับชายฝั่งถัดไป หลายร้อยเมตรจนถึงหลายกิโลเมตร แต่ถ้าโครงการที่เป็นท่าเรือยื่นเข้าไปในทะเลอีกกว่าเป็น กิโลเมตร ผมยังนึกไม่ออกเลยครับว่ามันจะกระทบขนาดไหนแล้วที่สำคัญครับมีโครงการ มีความพยายามของภาครัฐที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ท่องเที่ยว สำคัญ อย่างเช่น พัทยา ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่าดำเนินการไปแล้วนะครับ โดยใช้โครงการ เติมทรายที่ชายหาด ไม่ว่าจะเป็นชายหาดจอมเทียนหรือตัวชายหาดพัทยาเอง ซึ่งดำเนินการ แล้วเสร็จไปแล้วที่ชายหาดพัทยา โครงการนี้จะส่งผลกระทบถึงโครงการที่ภาครัฐหน่วยงาน อื่นทำเพื่อแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งไปแล้วหรือไม่ เพราะว่าเงินงบประมาณที่เราลงไป ค่อนข้างจะมากนะครับ ถ้าตัวเลขผมไม่ผิดกิโลเมตรละ ๑๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน สำหรับการเติมทราย แต่ว่าเรากลับมาเรื่องของชายหาดที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการท่องเที่ยว ไม่ทราบว่าถ้าเราสนับสนุนโครงการนี้โดยที่ไม่ได้เอาเงื่อนไขตรงนี้มาคิดให้รอบคอบจะมี ผลกระทบกับโครงการรัฐด้วยกันเองในโครงการอื่น ๆ หรือไม่

ถัดมาครับท่านประธาน คือโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่จะนะนี่ครับ ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่ไปไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง เรื่องของการเปิดเวทีรับฟังปัญหาที่จัดโดย ศอ.บต. ก็จะบอกเลยว่ากระบวนการในความคิดเห็นผมคือ กระบวนการมีปัญหา มีการคัดกรอง ผู้เข้าร่วม ตัวผมเองจะไปเข้าร่วมมีการตรวจบัตรไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง มีเจ้าหน้าที่ถือปืนในที่รับฟัง ความคิดเห็น มีรถแรงดันน้ำกั้นพื้นที่เป็นระยะทางเป็นกิโล ๆ มันทำให้พี่น้องประชาชน เขาสะดวกต่อการเข้าไปร่วมเวทีนี้อย่างไร ตกลงแล้วท่านเอาความมั่นคงมาอ้างหรือเปล่า แต่ว่ากันคนที่เห็นต่างออกไปจากโครงการนี้ ถ้าท่านเปิดใจรับฟังชาวบ้าน ชาวบ้านเขาไม่ได้ ต่อต้านการพัฒนาขนาดนั้น แต่เพียงแต่ว่าผลประโยชน์ที่มันจะเกิดขึ้นกับชาวบ้านเอง มันไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมอะไรที่มันชัดเจนว่าชาวบ้านได้อะไร มีแต่ตัวเลขการจ้างงานอย่างที่ เพื่อนสมาชิกเคยบอกไปแล้วว่าที่จะนะ ที่ ๓ จังหวัดมีคนอยู่เท่านั้น แล้วประสบการณ์ การทำงานหรือความรู้ความสามารถพร้อมไหมกับอุตสาหกรรมที่ท่านจะเปิดไว้ ปิโตรเคมี พลังงานสะอาด พลังงานทดแทนเยอะแยะมากมาย มันต้องการวิศวกรไม่ใช่หรือครับ แล้วท่านจะให้ชาวบ้านในที่ตรงนั้นไปทำอะไร ทำไมนิคมอุตสาหกรรมถ้าจะเกิดทำไมไม่เป็น อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสีเขียว แปรรูปอาหาร เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารฮาลาล ให้เหมาะสมกับบริบทของคนที่เป็นมุสลิมในพื้นที่ตรงนั้นแล้วส่งขายตะวันออกกลาง ถ้าเป็น อย่างนี้ผมว่าชาวบ้านก็คงไม่ว่าอะไร ชาวบ้านเขาถอดบทเรียนครับ โครงการอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่อย่างที่มาบตาพุด ชาวบ้านแถวนั้นเผชิญกรรมเก่าที่เกิดมาหลายสิบปี แล้วกำลัง จะเจอกรรมใหม่ที่รัฐกำลังจะยัดเยียดให้เขา ทั้งเรื่องมลพิษที่ผ่านมา ขยะเยอะแยะไปหมด มากมายพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) การรองรับในพื้นที่รับมลพิษ นี่เรากำลังอยู่ในสังคมที่คนที่มีอำนาจไม่ได้ฟังเสียงพี่น้อง ประชาชนเลย โครงการจะนะกำลังจะไปเส้นทางนั้น ถ้ามีการยืนยันที่จะทำโครงการ ไม่ว่าจะเป็นตัวเอกชนทำเองก็ตาม ผมอยากจะบอกตัวคนที่เสนอโครงการอย่าง ศอ.บต. เอง ว่าโครงการจะนะมันไม่ได้เจ๋งอย่างที่ท่านว่า ถ้าท่านไม่ฟังเสียงประชาชนโครงการมันจะเจ๊ง มันจะไม่เจ๋ง เพราะว่าอะไรครับ มันไม่ขาดการยึดโยงกับพี่น้องประชาชนอย่างที่สุด ที่สำคัญ ผมได้รับรายงานจากประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของการติดตามข่าวว่าน้องไครียะห์ ระหมันยะ หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนามของลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ได้มาติดตามทวงถามสัญญาจาก รัฐบาล เพราะในปัจจุบันบริษัทเอกชนที่มีการจ้องจะมาลงทุนในพื้นที่ได้มีการประกาศ ที่จะจัดเวทีศึกษาการทำอีไอเอ (EIA) ในโครงการย่อย ๔ โครงการรวดครับ ในช่วงระหว่าง ต้นเดือนหน้านี้เอง คือวันที่ ๓ ถึงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ในโครงการจะนะเมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ผมจะถามว่าอนาคตใครครับ อนาคต ศอ.บต. หรืออนาคต นายทุน เพราะมันไม่ใช่อนาคตของพี่น้องประชาชนจะนะแน่นอน รวมถึงการเปลี่ยนสี ผังเมืองเป็นสีม่วงเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมและการดำเนินงานอื่น ๆ ของศูนย์อำนวยการ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต. ท่านประธานครับ ผมฟังรายงานที่ได้มานี้ ผมสะท้อนใจมากว่าภาครัฐไม่มีความจริงใจต่อพี่น้องประชาชนเลย เราจำได้ว่ามีการที่จะส่ง รัฐมนตรีท่านหนึ่งไปหยุดโครงการ ไปเอาใจผู้ชุมนุม แต่ตอนนี้ปรากฏว่ามีการดันที่จะทำ รายงานอีไอเอ (EIA) ๔ โครงการรวด ผมเลยอยากจะมีคำถามถามทางกรรมาธิการว่า ถ้าเป็น อย่างนี้แล้วเราจะมีกระบวนการทางกฎหมายอย่างไรที่จะสามารถช่วยชาวบ้านที่เขาออกมา เรียกร้องอย่างนี้ได้บ้าง เบื้องต้นผมฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ