พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สนับสนุนรายงานกรรมาธิการเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินภายใต้ EEC แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการเปิดประมูลที่ผูกโยงกับการพัฒนาพื้นที่ TOD โดยเฉพาะที่มักกะสัน ซึ่งอาจเกินขอบเขตที่กำหนดและส่งผลให้เอกชนได้รับประโยชน์มากเกินไป ทั้งในด้านสัมปทาน ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และการปรับแก้สัญญาแอร์พอร์ตเรลลิงก์โดยไม่มีบทลงโทษ จึงเรียกร้องให้รัฐทบทวนแนวทางเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอ ชื่นชมทางคณะกรรมาธิการที่นำโดยท่านอภิชาติ ศิริสุนทร แล้วก็มีเพื่อนสมาชิก แล้วก็นักวิชาการ อาจารย์หลากหลายท่านนะครับที่ได้ร่วมกันทำรายงานชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะนำไปศึกษา พิจารณาไปปรับใช้อย่างให้เป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์กับประเทศชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนในพื้นที่ภาคตะวันออกครับ ท่านประธานครับ หนึ่งในโครงการภายใต้อีอีซี (EEC) ที่กรรมาธิการชุดนี้ได้หยิบยกขึ้นมา พิจารณานั้น ก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ซึ่งจากการพิจารณานั้น ผมอยากที่จะนำบางประเด็นสำคัญนะครับหยิบยกขึ้นมาอภิปรายเพื่อที่จะเป็นการสนับสนุน รายงานฉบับนี้ อย่างที่เราทราบครับว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้มีการประมูล แล้วก็ลงนาม ไปแล้วโดยเป็นการประมูลโดยนำเอาโครงการรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาที่ดินในเชิง พาณิชย์นั้นมามัดรวมกัน ซึ่งผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ครับว่าผมไม่เห็นด้วยกับรูปแบบ การประมูลแบบนี้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดต่อไปว่าเพราะอะไร แต่ประเด็นสิ่งที่เกิดขึ้น จากการประมูลแบบนี้ครับท่านประธาน มันทำให้จากเอกชน ๓๐ รายที่เข้าซื้อซองประมูล กลับเหลือแค่ ๒ กลุ่มใหญ่ เพราะต้องใช้ความชำนาญถึง ๓ ด้านครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น งานโยธา งานเดินรถ และงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเมื่อผู้ประมูลน้อยรายลงนะครับ ก็จะมีผลทำให้ผลประโยชน์ที่รัฐพึงจะได้รับนั้นก็จะลดลงไปด้วย ทีนี้ถามว่าผลการศึกษา ของกรรมาธิการมันยืนยันเรื่องนี้อย่างไร เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ ฝ่ายโสตผมได้ ขออนุญาตไว้แล้วนะครับท่านประธานครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
จากการวิเคราะห์ผล การตอบแทนทางการเงินซึ่งรายงานฉบับนี้ได้ระบุเอาไว้ เฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง เท่านั้นนะครับ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ จากตารางที่ ๔๖ นะครับในหน้าที่ ๑๙๑ ของรายงานฉบับนี้ ได้ระบุถึงผลตอบแทนทางการเงินของโครงการรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น โดยไม่รวมถึงการพัฒนาที่ดินหรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็ปรากฏอย่างนี้ครับว่า ถ้าระยะเวลาโครงการนั้นยาว ๕๐ ปีจะให้อัตราตอบแทนทางเศรษฐกิจหรืออีไออาร์อาร์ (EIRR) ที่ ๖.๘๕ เปอร์เซ็นต์ หรืออัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนหรือเขาเรียกว่าบีซี เรโช (B/C Ratio) อยู่ที่ ๑.๐๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความเห็นของกรรมาธิการก็ระบุไว้ชัดเจนนะครับ โครงการนี้น่าจะเหมาะสมที่จะลงทุนเฉพาะรถไฟอย่างเดียว แต่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น อย่างที่เราทราบที่ผมเรียนไปแล้วนะครับว่า บางความเห็นเขาก็บอกว่าถ้าเราจะพัฒนารถไฟ มันจำเป็นที่ต้องเอาพื้นที่ที่เขาเรียกว่าทีโอดี (TOD) เข้าไปรวมกันด้วย ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ทีโอดี (TOD) นั้นก็คือทรานสิต ออเรียนเทด ดีเวลอปเมนต์ (Transit Oriented Development) หรือแปลเป็นไทยว่า การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ เขาบอกว่าถ้าจะทำ รถไฟความเร็วสูงแล้วพื้นที่รอบสถานีก็ต้องยกให้ผู้พัฒนาโครงการได้ไปพัฒนาด้วย ทีนี้ตาม นิยามเขาก็พูดง่าย ๆ นะครับว่ามันคือแหล่งชอปปิง (Shopping) มันคือร้านค้า ร้านอาหาร ในพื้นที่ระยะทาง ๖๐๐ เมตร โดยใช้ระยะเวลาในการเดินประมาณ ๕-๑๐ นาที อันนี้คือ นิยามของทีโอดี (TOD) แต่ปรากฏว่าพื้นที่ที่เอามาให้เอกชนรายนี้ ขออภัยครับ นำมาประมูลแล้วก็มีเอกชน ชนะไปแล้ว ผมคิดว่ามันเกินขอบเขตของทีโอดี (TOD) ไปเยอะครับท่านประธาน เพราะว่า ลำพังเฉพาะพื้นที่มักกะสันมูลค่าสูงถึง ๒๐,๐๐๐ ล้าน ๑๔๐ ไร่ จากภาพสไลด์ (Slide) หัวถึงท้ายเกือบ ๆ ๒ กิโลเมตรครับท่านประธาน ไม่ใช่ ๖๐๐ เมตร ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การมัดรวมเอาการพัฒนาที่ดินที่มันเหนือนิยามของทีโอดี (TOD) เข้าไปในโครงการรถไฟ ความเร็วสูงนั้นไม่ใช่เพราะอะไรเลยครับ นอกจากเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเอกชนที่จะชนะ การประมูลนั้นจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน พื้นที่ขนาดใหญ่ผืนสุดท้าย ใจกลางกรุงเทพมหานครไปด้วย ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ทำการศึกษา มีรายงานอยู่ใน ผลการศึกษานะครับ ก็ยังมีบอกอีกว่า หากเราพิจารณาผลการตอบแทนทางการเงินโครงการ รถไฟบวกกับทีโอดี (TOD) ผมใส่เครื่องหมายคำถามว่าทีโอดี (TOD) หรือไม่นะครับ ก็จะให้ ผลลัพธ์แบบนี้ว่า จริง ๆ แล้วโครงการนี้สามารถให้ระยะเวลาเพียงแค่ ๓๕ ปีก็พอ เพราะอะไรครับ ที่ ๓๕ ปีนั้นจะให้อีไออาร์ (EIR) ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์นะครับ บีซี เรโช (B/C Ratio) นั้นอยู่ที่ ๑.๐๕ เปอร์เซ็นต์ซึ่งมากกว่าเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงอย่างเดียวที่ ๕๐ ปีเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่ครับ รัฐบาลนี้ไม่ได้เปิดประมูลที่ ๓๕ ปี แต่กลับเปิดประมูลที่ ๕๐ ปี ซึ่งผมตั้งประเด็นว่า นี่คือการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนที่จะมาชนะการประมูลหรือไม่ ท่านประธานครับ ล่าสุดโครงการนี้มันมีเงื่อนงำ แล้วก็มันมีความไม่ชอบมาพากลแล้ว ไม่ถูกต้องอีกเพราะอะไรครับ เพราะว่าค่าสิทธิในการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ที่ตามสัญญาจะต้องชำระภายในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา มูลค่า ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท กลับไม่ได้ชำระ เอกชนก็ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องของว่าจำนวนผู้โดยสารนั้น ลดลงจากสภาพการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งก็นำมาซึ่งการเลื่อนระยะเวลา ในการชำระ แล้วก็จะมีการตั้งคณะกรรมการในการพิจารณา ตรงนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าแล้วไม่ชำระแบบนี้จะเสียค่าปรับหรือเปล่า ประชาชน ชาวบ้านฟังอย่างนี้ต้องโดนค่าปรับ ค่าปรับไม่มีครับท่านประธาน เพราะว่าตอนที่เขา เซ็นสัญญากันเมื่อ ๒๔ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ มีการแก้ไขรายละเอียดในสัญญาให้แตกต่าง จากร่างสัญญาในตอนแรก โดยปรับแก้ค่าปรับมูลค่า ๓ ล้านบาทต่อวัน ถ้าไม่ได้ชำระค่าสิทธิ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ๑๐,๖๗๑ ล้านบาทภายในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ปรับแก้ออกไปแล้วครับ ไม่ต้องชำระวันละ ๓ ล้านบาท นอกจากนั้นนะครับท่านประธาน สิ่งที่เราจะต้องจับตาต่อจากนี้ไปในเมื่อค่าปรับไม่มีแล้ว ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท ก็เลื่อนออกไป แล้วอยู่ในระหว่างการพิจารณาอีก ๒ เดือนต่อจากนี้ สิ่งที่ต้องตามกันดูครับว่าจะมีการแก้ไข มากกว่านี้อีกไหม เป็นต้น เรื่องของระยะเวลาโครงการที่ปัจจุบันนี้ได้ ๕๐ ปีจะขยายยาวขึ้น อีกหรือเปล่า เรื่องของเงื่อนไขในการจ่ายเงินลงทุนร่วมทุนของรัฐบาลที่จะเริ่มจ่ายในปีที่ ๖ หลังจากที่โครงการเริ่มเดินในเชิงพาณิชย์แล้วจะปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายหรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านก็คงจะต้องติดตามว่า จะมีการเอื้อประโยชน์ มากกว่านี้หรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าเฉพาะโครงการนี้แล้วก็จากการที่ดู รายงานของกรรมาธิการชุดนี้มีการพูดถึงผลกระทบ มีการพูดถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมทางรถไฟความเร็วสูงนี้ ผมก็ต้องเรียนว่า เมื่อเราไปดู งบประมาณที่รัฐบาลเตรียมเอาไว้ เราเห็นแต่ค่าเวนคืนที่ดินสำหรับประชาชนที่มีกรรมสิทธิ์ แต่เราไม่เห็นงบประมาณที่เตรียมเอาไว้ที่จะเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่ บนที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเลย รัฐบาลนี้ผลักภาระนี้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีงบประมาณเพียงพอหรือครับ ที่จะมาเยียวยา จะมาดูแลพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ นี่แสดงให้เห็นครับว่า รัฐบาลชุดนี้นั้นไม่ได้ดูดำดูแดง ไม่ได้สนใจกับประชาชนที่เดือดร้อน มากเท่ากับเอกชนคู่สัญญาเลย เอกชนคู่สัญญานี้ยังไม่ได้เริ่มรับรู้การขาดทุนนะครับ ท่านประธานครับ เพียงแต่จะต้องชำระค่าสิทธิเดินรถตามสัญญาที่ระบุกันไว้เท่านั้น แต่พอ บอกว่าผู้โดยสารลดลงก็ปรับเลื่อนไปเสียแล้ว ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ผมและพรรคก้าวไกลนั้นไม่ได้รังเกียจทุนใหญ่ในประเทศนี้ แต่สิ่งที่ผมรังเกียจครับ ท่านประธาน คือผมรังเกียจการเอื้อประโยชน์จนนำมาสู่การแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม ผมรังเกียจการเอื้อประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และที่ผมรังเกียจ ที่สุดครับคือการปล่อยปละละเลย ไม่ดูดำดูแดงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ