ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ หารือผลกระทบจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การยกเว้นการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่่งแวดล้อมและผังเมืองในการก่อสร้างโรงกำจัดขยะ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำและการสำรวจแร่ทองคำที่อาจกระทบแหล่งน้ำของเกษตรกรและนักท่องเที่ยว เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการอย่างเข้มงวดและพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนดำเนินการต่อ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดน ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชมในส่วนของการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ไปศึกษาในเรื่องของรายงานผลกระทบ หรือว่าปัญหาในส่วนของการที่มีโครงการโดยเฉพาะในส่วนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือว่าอีอีซี (EEC) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในการที่จะได้นำข้อสังเกตในมุมมอง ในฐานะที่ผมเป็นคนที่เกิดในจังหวัดภาคตะวันออก ก็คือในส่วนของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งในรายงานฉบับนี้ได้มีเรื่องของการศึกษาที่เข้าไปเกี่ยวข้องในส่วนพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรีด้วย แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นขออนุญาตนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในกรณีเรื่องของเขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือว่าอีอีซี (EEC) ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับในพื้นที่ ๓ จังหวัด ก็คือในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทราของท่านประธาน ในส่วนของจังหวัดชลบุรี และในส่วนของจังหวัดระยอง ซึ่งจะได้มีการพัฒนาในที่ดิน ในการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ท่านประธานครับ ถ้าเรามองถึงในบริบทปัจจุบันซึ่งผม ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาลงไปในรายละเอียดหรือไม่ ก็คือว่าใน ๓ จังหวัดนี้ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นจังหวัดชลบุรีก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเกษตรและการท่องเที่ยว ในส่วนของ จังหวัดระยองก็จะเป็นเรื่องของการเกษตร แล้วก็จะมีอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
ในส่วนของจังหวัดจันทบุรี จังหวัดพื้นที่เกี่ยวข้องถึงแม้ว่าจะมาอยู่ในแผนของ ๓ จังหวัดแรก ในส่วนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเกษตร แล้วก็การท่องเที่ยว สิ่งที่ผมคิดว่าในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้พูดถึงข้อมูลที่มีความชัดเจน ที่จะต้องให้ปรากฏในรายงาน แล้วก็ส่งต่อไปยังรัฐบาลให้ได้นำไปพิจารณาก็คือว่าผลกระทบ จากการที่เราส่งเสริมให้มีเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมา มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลง การใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ในประการที่ ๑ ท่านประธาน จากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การใช้ที่ดิน แน่นอน ว่ามันส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น มาตรการรองรับในสิ่งที่รัฐบาลจะต้องรองรับต่อการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ผมพยายาม ที่จะได้เปิดดูในสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการเสนอมา ผมยังไม่เห็นในความชัดเจนในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ปรากฏในเล่มของรายงานการศึกษา ส่วนใหญ่จะพูดในภาพกว้างที่เกี่ยวข้องกับ โครงการในรายละเอียดที่ปรากฏในแผนรองรับที่รัฐบาลจะนำไปสู่การพัฒนาในเรื่องของการ เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตเพื่อที่จะได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทางคณะกรรมาธิการว่ามีในส่วนตรงไหนของรายงานที่ท่านศึกษา ทีนี้ขออนุญาตกลับมาท่านประธานครับ เมื่อสักครู่จากการที่ทางคณะกรรมาธิการได้รายงาน ส่วนใหญ่ก็จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของมาตรการผลกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในนี้ พูดถึงเรื่องของมาตรการในการจัดทำอีไอเอ (EIA) ว่าเห็นควรที่จะต้องแก้ไข ซึ่งท่านประธาน ทราบดีว่ามาตรการเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเรื่องของอีไอเอ (EIA) ยกตัวอย่างเรื่อง ของการกำจัดขยะ ของเดิมปัจจุบันนี้มีการไปยกเว้นในเรื่องของการจัดทำรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือว่าอีไอเอ (EIA) ซึ่งในรายงานของคณะกรรมาธิการใช้คำว่า ควรพิจารณา ทบทวน ผมว่าไม่ถูกครับ ต้องเสนอไปเลยว่ารัฐบาลเองต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ การจัดทำเรื่องของอีไอเอ (EIA) หรือว่ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเรื่องของการจัดการขยะ เพราะว่าตอนนี้มันมีการไปออกประกาศยกเว้นการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมาตรการเรื่องของการกำจัดขยะมูลฝอยทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะ ๓ จังหวัดในเขต เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเท่านั้น ตรงนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบสร้างความขัดแย้ง ให้กับพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ รวมทั้งในเรื่องของมาตรการทางผังเมือง ก็มีการยกเว้น ถ้าเป็นเรื่องของการก่อสร้างโรงกำจัดขยะ ก็ไปยกเว้นกฎหมายผังเมืองซึ่งมันไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างมาก แต่สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้จัดทำมาผมคิดว่ายังไม่หนักแน่นพอกับสิ่งที่รัฐบาลจะต้องนำไปพิจารณา มันจะต้อง คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนก่อน
ทีนี้กลับมาในส่วนเรื่องของน้ำ ท่านประธานครับ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ๓ จังหวัดส่วนใหญ่ถ้ามีการเกิดโครงการโดยเฉพาะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขึ้นมา มันจะต้อง อาศัยน้ำเป็นหลักในการที่จะต้องนำมาสู่กระบวนการในเรื่องของการใช้จ่ายในเขตเศรษฐกิจ ตรงนี้ ฉะนั้นแหล่งน้ำใน ๓ จังหวัดที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรี ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดฉะเชิงเทราน้ำไม่พอใช้แน่นอน ฉะนั้นก็มีการมุ่งเน้นในการที่จะไปเอาน้ำ จากจังหวัดบริเวณรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดจันทบุรี ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดตราด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครนายก เข้ามาใช้ใน ๓ จังหวัดนี้ โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดจันทบุรีในขณะนี้ครับ มีการวางแผนในการที่จะไปเอาน้ำจาก อำเภอแก่งหางแมวมาใช้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้ก็คือว่า เราต้องการน้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีการอนุญาตให้มีการไปสำรวจแร่ทองคำในพื้นที่ อำเภอแก่งหางแมว ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้งของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ จนกระทั่ง มาเรียกร้องมาประท้วงให้ยกเลิกให้มีการสำรวจแหล่งแร่ทองคำ ฉะนั้นตรงนี้นะครับ ขออนุญาตฝากไปถึงทางกรรมาธิการได้พิจารณาว่า สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ให้คำนึงถึงประชาชน ที่เขาจะต้องใช้โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำซึ่งเป็นเมืองเกษตรและการท่องเที่ยว ให้เขาได้ใช้น้ำอย่างเต็มที่ก่อน ก่อนที่จะนำไปใช้ในเขตอุตสาหกรรมพิเศษใน ๓ จังหวัด ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขอบคุณท่านประธานครับ