ณัฐวุฒิ ชี้ปัญหาที่ดิน-สิ่งแวดล้อมในอีอีซี ย้ำรายงานต้องโปร่งใส-ทันสมัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือถึงผลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเน้นย้ำความสำคัญของที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสมบูรณ์ของรายงานที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีปัญหาข้อมูลสูญหายและข้อพิพาทที่ดิน รวมถึงเรียกร้องให้มีความชัดเจนในข้อมูล กลไกคุ้มครองสิทธิประชาชน และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่จะนะ จังหวัดสงขลา ที่ยังคงมีความล่าช้าในการเยียวยาและดำเนินการตามข้อตกลง พร้อมเสนอให้ส่งรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ของประเทศและชุมชนอย่างแท้จริง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนในการอภิปรายผลการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกอยู่ทั้งหมด ๓ ประการใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ แต่ก่อนจะเข้าถึงทั้ง ๓ ประการ ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า เรื่องของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ พิเศษ ที่เรียกว่าเอสอีแซด (SEZ) หรือในกรณีของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลเองให้ความสำคัญมาโดยตลอดครับ การที่ให้ความสำคัญไม่ได้ หมายถึงว่า เพราะพรรคก้าวไกลเองมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ในภาคตะวันออก ที่มากที่สุด มิใช่เป็นเช่นนั้นครับ แต่เป็นเพราะเราเห็นว่าหัวใจของภาคตะวันออกนั้นมีคุณค่า ทั้งในสถานะของการเป็นปอดให้กับกรุงเทพมหานคร การเป็นผู้คนที่มีวิถีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่ ที่มากกว่านั้นก็คือเป็นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและฐานการพัฒนาฐานรากที่ส่งผลกระทบ ต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนครับ

ประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะนำเรียนก็คือว่าเมื่อพิจารณาจากรายงาน ทั้งหมดแล้วผมพบว่าในรายงานฉบับนี้มีการพูดถึงเรื่องของที่ดิน พูดถึงเรื่องของผังเมือง พูดถึงเรื่องของสภาพแวดล้อมครับ แต่สิ่งที่เรารอคอยก็คือว่าสถานการณ์เมื่อ ๑ ปี ๑๐ เดือน ของรายงานฉบับนี้ที่เข้ามาในสภาแห่งนี้ ผมต้องเรียนท่านประธานกรรมาธิการตรงไปตรงมา นะครับว่า ได้รับทราบมาว่าข้อมูลนั้นเคยมีการสูญหายในที่ประชุมกรรมาธิการมาครั้งหนึ่ง ก็ต้องถามว่าสิ่งที่อยู่ในรายงานวันนี้กับข้อมูลสรุปนั้นเป็นอันเดียวกันใช่หรือไม่ หรือเป็นไฟล์ (File) ที่ได้ข่าวว่าข้อมูลบางส่วนนั้นหายไป นี่ต้องเป็นความชัดเจนที่พวกผมอยากจะได้ยิน เป็นอันดับแรกสุดครับ อีกทั้งในประการที่ ๑ ที่ผมพูดถึงเรื่องที่ดินครับ เมื่อ ๑ ปีที่แล้วกับ วันนี้ไม่เหมือนกันครับ ผมยกตัวอย่างกรณีเดียวก็คือกรณีเรื่องของการพัฒนาในประเด็นเรื่อง การบินครับ เมื่อ ๑ ปี ๑๐ เดือนที่แล้วไม่มีการพูดถึงกรณีปัญหาที่ตำบลชากหมาก ตำบลสำนักท้อนของอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ไม่ได้มีการพูดถึงกรณีที่ดินที่อยู่ในรอยต่อ ระหว่างตำบลบ่อวิน ตำบลเขาคันทรง ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไม่ได้มีการพูดถึง ที่ดินที่มีปัญหาอยู่ในพื้นที่ตำบลเขาไม้แก้ว ในเขตจังหวัดชลบุรี ฉะนั้นรายงานที่ยังไม่เต็มรูป ในวันนี้ก็อาจจะต้องมีการตอบเบื้องต้นเหมือนกันครับว่า สิ่งแวดล้อมไม่อาจเกิดขึ้นลอย ๆ ถ้าไม่มีผู้คน แต่วันนี้ปัญหาที่ดิน ซึ่งยังมีข้อพิพาทอยู่ในพื้นที่ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออกนั้น รายงานฉบับนี้ที่ส่งไปยังภาครัฐจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐตระหนัก ทั้งในแง่ของการคุ้มครองที่ดินที่ประชาชนอยู่อาศัย หรือการดูแลเรื่องเอกสารสิทธิ มิให้นายทุนเข้าไปมีส่วนในการครอบครองและยึดที่ดินที่นับวันจะมีมูลค่าสูงขึ้นนี้อย่างไร นั่นเป็นประการที่หนึ่งครับ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับอีอีซี (EEC) มีการพูดถึงกรณีของการขยายพื้นที่ออกไป เราเรียกพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ปี ๒๕๖๑ ตรงนี้ท่านชี้หลายประเด็นว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ผมอยากเห็นความชัดเจนครับว่า ในเมื่อกรรมาธิการมองว่ากฎหมายอาจจะขัดต่อ ธรรมนูญนั้น ขั้นตอน กระบวนการในการพิสูจน์ และควรจะต้องมีกระบวนการในการยื่น คำร้องที่ต้องสนับสนุนภาคประชาชนหรือหน่วยงานภาครัฐให้ดำเนินการนั้นจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ไม่ได้ถูกเขียนอยู่ในรายงานฉบับนี้ก็คือ กรณีของการที่ขยะพิษ กรณีของมูลฝอยต่าง ๆ กรณีของโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียต่าง ๆ นั้นอาจจะมีการขยายฐานและมีผลกระทบมิใช่แค่พื้นที่ ภาคตะวันออก วันนี้พี่น้องจังหวัดนครนายกกังวลครับ เรื่องของการตั้งโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งได้ข่าวมาว่าอาจจะส่งพลังงานไปยังเขตอีอีซี (EEC) พี่น้องที่ปราจีนบุรีกังวล พี่น้องที่ กบินทร์บุรี พี่น้องที่ตำบลบุพราหมณ์ พี่น้องในพื้นที่ของคลองรั้ง กังวลว่าทำไมขยะที่เกิดขึ้น จากอีอีซี (EEC) ถึงไปถูกกำจัดในพื้นที่ของพวกเขา พี่น้องหลายคนกังวลกรณีที่อาจจะ คล้ายกับเหตุเกิดที่ตำบลดีรัง จังหวัดลพบุรีเมื่อไม่กี่วันนี้ ซึ่งวันนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ ฉะนั้น รายงานตัวนี้อาจจะต้องขยายให้เห็นครับว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมลพิษนั้นไม่ได้หมายถึงเหตุจะเกิดแค่ในพื้นที่ ภาคตะวันออกเท่านั้น แล้วระบบของรัฐจะเข้าไปคุ้มครองอย่างไร ผมไม่ได้พูดถึงอุบัติภัย ต่าง ๆ กรณีโรงงานหมิงตี้ที่จังหวัดสมุทรปราการ ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่พวกเราเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง และเราไม่เห็นเรื่องของการดูแลความไม่ปลอดภัยจากกรณี ของสารพิษ สารเคมีต่าง ๆ ระยองก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นเป็นข้อที่ ๒ ที่พวกเรากังวลครับ

ข้อ ๓ ข้อดีของรายงานฉบับนี้ ก็คือการลงรายละเอียดลงไปถึงพื้นที่ของเขต พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ผมไม่ทราบว่าท่านประธานรู้จักกรณีของ ดูหลำ กรงนก ข้าวบ้านสวนกง ข้าวดอกรายหรือไม่ครับ วันนี้คุณไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาว แห่งทะเลจะนะมารอทวงคำตอบอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า สิ่งที่รัฐบาลเคยสัญญาไว้ถึงกรณีของ การเข้าไปดูแลคุ้มครองพื้นที่จะนะ ในรูปแบบของการตั้งกรรมการมาดูผลกระทบที่เกิดขึ้น มีการเซ็นบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู (MOU) ปรากฏว่า ๑ ปีที่ผ่านไปไม่มีความคืบหน้า แต่ประการใด ฉะนั้นสิ่งที่รายงานฉบับนี้กำลังจะบอกอีกอย่างหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของ การมีส่วนร่วมครับ เพราะว่าโมเดล (Model) กรณีของอีอีซี (EEC) กรณีของเอสอีแซด (SEZ) หรือกรณีของจะนะเมื่อมันเดินหน้าแล้วมันถอยลำบาก เมื่อมันเดินหน้าแล้วการมีส่วนร่วม ของประชาชนเป็นอย่างไร เมื่อมันเดินหน้าแล้วการเยียวยา ซึ่งในนี้เขียนไว้เยอะเลยนะครับ ว่าต้องเป็นอย่างไร เมื่อเดินหน้าแล้วต้องทำให้พี่น้องประชาชนเขารู้สึกว่าเขาเองจะต้อง ได้ประโยชน์ ผมไม่มีเวลาที่จะพูดถึงกรณีของการจะตั้งโรงไฟฟ้าในเขตพื้นที่ของจะนะ ซึ่งผมได้รับคำยืนยันจากคนที่ทำงานการไฟฟ้าในระดับประเทศว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้ง ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ครับเป็นเหตุที่ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุน แล้วอยากให้รายงานฉบับนี้ ไปถึงมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ประโยชน์ของใครครับ แต่คือประโยชน์ของวิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และประโยชน์ของประเทศชาติที่แท้จริง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ