เสาวรัจ รัตนคำฟู ท้วงติงโครงการเขตพัฒนาเฉพาะกิจอำเภอจะนะและโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนในด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ยังไม่เพียงพอ พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนการตัดสินใจ ประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน และสร้างกลไกการมีส่วนร่วมที่แท้จริง โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินและการจัดการทรัพยากรในพื้นที่อย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน ในส่วนดิฉันจะขออนุญาตนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เขตพัฒนาเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ จะมีทั้งหมด ๘ ข้อ
ข้อแรก ก็คือการอ้างถึงผลประโยชน์ที่จะตกแก่แรงงานในพื้นที่จากการจ้าง งานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการมีการอ้างว่า โครงการนี้ จะทำให้เกิดการจ้างงานถึง ๑๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ซึ่งเราก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วอัตราการ ว่างงานในจังหวัดสงขลาและจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงในภาคใต้ยังอยู่ในระดับต่ำ อยู่ที่ประมาณ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าโครงการนี้จะทำให้เกิดการสร้างงาน ในพื้นที่เพิ่มขึ้น หรือเป็นการทดแทนงานที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้งานที่เพิ่มขึ้นก็ไม่แน่ใจว่า จะส่งผลประโยชน์ต่อแรงงานในพื้นที่ เนื่องจากว่ามันไม่ได้มีการแสดงถึงข้อมูลความต้องการ ของแรงงานของแต่ละอุตสาหกรรม และที่สำคัญก็คืออุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้น จะเป็นอุตสาหกรรมหนัก เช่นการสร้างหัวรถจักรหรือว่าการผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนเข้มข้น หรือว่าแคปพิทอลอินเทนซีฟ (Capital- intensive) เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการแรงงานจำนวนมาก
ข้อสังเกตประการที่ ๒ ก็คือการวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนรวม ในรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ พบว่าไม่ได้มีการประเมินมูลค่ารายได้ที่รัฐ จะสูญเสียและค่าเสียโอกาสจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ หรืออาจจะเกิดขึ้น ที่สำคัญก็คือว่า รายงานไม่ได้มีการบ่งบอกถึงเหตุผลหรือหลักฐานสนับสนุนเพียงพอว่า โครงการจะมีส่วนช่วยในการทำให้ช่วยแก้ปัญหายากจน และความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ได้อย่างไร และไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่ทำให้สามารถสรุปได้ว่าโครงการจะมีส่วนพัฒนา สภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น
ข้อสังเกตประการที่ ๓ เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และเหตุผลการขอรับการสนับสนุนจากบีโอไอ (BOI) จากการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องต้นทุน การเงินและค่าเสียโอกาสในการลงทุนโครงการ พบว่าในรายงานจริง ๆ แล้วยังไม่สามารถ สรุปได้ว่าโครงการจะไม่สำเร็จหากว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ (BOI) แล้วก็ไม่ได้มี ความแน่ชัดว่าการให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการนี้จะมีความคุ้มค่าต่อส่วนรวม เนื่องจากว่า โครงการไม่ได้ประเมินมูลค่ารายได้ที่รัฐจะสูญเสียไปหากให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการ รวมถึง ยังไม่ได้ประเมินผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ ยกตัวอย่างเช่น การทำให้ เกิดผลกระทบทางลบต่อชาวประมงหรือว่าเกษตร
ข้อสังเกตประการที่ ๔ ในรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ได้ระบุว่า เขตพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และต่อเนื่องกับพื้นที่ ๔ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ยังไม่มีเขตพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จะสามารถรองรับแรงงานในพื้นที่ ที่มีอยู่จำนวนมาก อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงสงขลามีนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ๒ แห่ง แล้วก็จะมีนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วย คือแห่งที่ ๓ และพบว่าในปัจจุบันก็ยังมี พื้นที่ที่ว่างอยู่นับพันไร่ ประกอบกับการที่พื้นที่นี้มีอัตราการว่างงานที่ต่ำ เพราะฉะนั้น ทำให้เกิดเป็นคำถามสำคัญว่า อะไรคือเหตุผลทางเศรษฐกิจในการรองรับการสร้างเขต อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จะใช้แรงงานจำนวนมาก นอกจากนี้หากพิจารณาเรื่องเหตุผล ความมั่นคง ซึ่งจากรายงานได้อ้างบอกว่า จะทำให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีข้อมูลที่มาสนับสนุนชัดเจนว่าการสร้างเขตอุตสาหกรรมนี้จะทำให้เกิด ความมั่นคงขึ้นได้ เนื่องจากว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภาคใต้เกิดจากหลายสาเหตุ ที่นอกเหนือจากเรื่องของเหตุผลทางเศรษฐกิจเท่านั้น
ข้อสังเกตข้อที่ ๕ เป็นเรื่องของการที่โครงการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของ จุดแข็งด้านความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์ แต่เมื่อศึกษารายงานแล้วก็พบว่ามันยังมีขาด การเชื่อมโยงข้อมูลจำนวนสถาบันอุดมศึกษาที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง และจำนวนบัณฑิตที่ผลิตได้ในแต่ละปี การที่เอาข้อมูลพวกนี้แล้วมาสรุปบอกว่าเป็นจุดแข็ง ด้านทรัพยากรมนุษย์ มันไม่ได้มีความชัดเจนที่ถูกต้องเพียงพอ เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันต้องมี การศึกษาว่า มันจะมีการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างไร ระหว่างบัณฑิต ที่จบใหม่กับการทำให้เกิดการสร้างงานในพื้นที่
ข้อสังเกตข้อที่ ๖ เกี่ยวกับเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมนะคะ ในขณะนั้นเนื่องจากว่ารายงานนี้ศึกษาเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนะคะ ตอนนั้นไม่ได้มีการพูดถึงเรื่อง การศึกษาอีไอเอ (EIA) มีแต่การบอกว่าโครงการจะต้องมีการผ่านกฎเกณฑ์ของกฎหมาย อะไรบ้าง แต่ว่าข้อมูลไม่ได้มีการบอกเลยว่าจะทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับใคร หรือพื้นที่ใดนะคะ ไม่ได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดแก่บุคคลหรืออุตสาหกรรม อย่างชัดเจน เช่น จะทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ หรือระบุว่าพื้นที่ใดที่จะได้ผลกระทบทางลบ ไม่ได้มีการบอกไว้อย่างชัดเจน
ข้อสังเกตข้อที่ ๗ เกี่ยวกับเรื่องของมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อประชาชน มาตรการต่าง ๆ ที่ปรากฏในรายงานไม่ได้เป็นมาตรการเยียวยา แต่ว่าเป็นการพูดถึง มาตรการควบคุมมลพิษตามกฎหมายควบคุมมลพิษทั่ว ๆ ไปนะคะ แล้วผลกระทบ หลายประการที่กล่าวถึงในรายงานนี้ไม่ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบด้านการไหล ของน้ำทะเลจากอุตสาหกรรมท่าเรือ แล้วก็ยังสรุปไม่ได้ว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมประมง หรือเปล่า จะเห็นได้ว่าการที่ยังไม่สามารถสรุปผลกระทบที่ชัดเจนออกมาได้ทำให้เขา ไม่สามารถที่จะบอกถึงมาตรการเยียวยาผลกระทบได้ เพราะฉะนั้นการที่จะเดินหน้าโครงการ ต่อไปทำให้ต้องมีการคิดหนักอย่างมาก
ข้อสังเกตประการสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นค่ะ จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา พบว่าข้อคิดเห็นสำคัญที่ประชาชนพูดถึงก็คือ ประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นจะได้ประโยชน์อะไรจากการพัฒนาเขตพัฒนาเฉพาะกิจ อำเภอจะนะนี้ ในทางตรงข้ามชุมชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของประมง เกษตร น้ำในการอุปโภค บริโภค ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ และปัญหาสังคมต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลามีคนที่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม และประมงมากกว่า ๓๐,๐๐๐ คน แต่ยังไม่มีคำตอบที่จะบอกเขาว่าเขาจะได้ผลกระทบ ทางลบแล้วจะชดเชยเขาอย่างไร
ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เป็นคำถามที่สำคัญในการที่จะต้องมีการศึกษา อย่างรอบด้าน และทำให้เกิดการมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ผลการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการมีข้อเสนอ คือในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ควรต้องดำเนินการดังนี้ค่ะ ข้อแรก จัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบ ประการที่ ๒ จัดให้มี การศึกษาการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาชายแดนภาคใต้ควรที่จะชะลอการดำเนินการ พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยพิจารณาให้ ศอ.บต. จัดการ การมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่อย่างครบถ้วน และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามา มีส่วนร่วมในการกำหนดกรอบและทิศทางการพัฒนาในพื้นที่ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยการตั้งคณะกรรมการด้านการมีส่วนร่วมที่มีองค์ประกอบจากประชาชนในท้องถิ่น อย่างแท้จริง ในส่วนของรัฐบาลเองนะคะ มีการพิจารณาทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ และมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ โดยการที่ควรให้ทำการ ประเมินโครงการที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควรพิจารณาตามความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีหนังสือ ด่วนที่สุด ลงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๒ ในเรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือองค์กรชุมชนในพื้นที่ และที่สำคัญคือควรพิจารณาการเพิ่มองค์ประกอบในคณะกรรมการ ด้านการมีส่วนร่วมยุทธศาสตร์การพัฒนาในพื้นที่ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาให้มี องค์ประกอบที่เป็นผู้แทนจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ในส่วนต่อไปจะเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับเรื่อง ผลกระทบต่อสิทธิชุมชนจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบิน จากภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงแผนที่แนวเส้นทางและสถานีของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบินแบบไร้รอยต่อ ข้อสังเกตและข้อคิดเห็นและคณะกรรมาธิการนะคะ
ในส่วนแรกเป็นเรื่องของการวิเคราะห์และความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ และการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงินนะคะ เราพบว่าข้อสรุปของโครงการที่บอกว่า ระยะเวลาโครงการ ๕๐ ปี มีความเหมาะสมที่สุด ซึ่งมันเป็นผลจากการใช้ข้อมูลของผล การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินของโครงการเฉพาะส่วนรถไฟความเร็วสูง เฉพาะใน กรณีที่ ๑ ซึ่งเป็นกรณีที่เอกชนลงทุนทุกอย่าง ซึ่งรวมถึงค่าเวนคืนที่ดิน ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าโครงสร้างพื้นฐานของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) และสิทธิการเดินรถ และงานระบบนะคะ ซึ่งจะเป็นกรณีที่เอกชนจะได้รับผลตอบแทนน้อยที่สุด กรณีนี้ ถูกหยิบยกให้มาเป็นข้อสรุปของโครงการว่า ระยะเวลาโครงการ ๕๐ ปีมีความเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าหากว่าเราพิจารณาในทางตรงกันข้าม โดยการใช้ข้อมูลจากรายงานนี้แต่ว่าเป็นผลการ วิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงิน ซึ่งรวมโครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการพัฒนา พื้นที่มักกะสัน และที่ดินรอบสถานีศรีราชา ในกรณีที่ ๓ ซึ่งเป็นกรณีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ก็คือเป็นกรณีที่เอกชนลงทุนเฉพาะสิทธิ การเดินรถ งานระบบ และพัฒนาเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้จะเป็นกรณีที่ภาคเอกชนจะได้รับ ผลตอบแทนมากที่สุด ซึ่งจะทำให้นำไปสู่ข้อสรุปใหม่ได้ว่า ระยะเวลาโครงการ ๓๕ ปี ก็เพียงพอ ในการที่จะทำให้โครงการมีความคุ้มค่าทางการเงิน
ข้อสังเกตประการที่ ๒ เป็นการขาดการประเมินผลกระทบการเวนคืนที่ดิน หรือการต้องโยกย้ายที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งอยู่กันมาหลายเจเนอเรชัน (Generation) แล้ว และมีการขาดเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน สไลด์ (Slide) นี้เป็นการ นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงิน ซึ่งภาคเอกชนเป็นคน ดำเนินการศึกษา แล้วก็นำการศึกษานี้ส่งต่อรายงานให้กับคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็จะมี เรื่องของแอสซัมป์ชัน (Assumption) ที่ใช้ต่าง ๆ และพวกนี้ก็คือเป็นสิ่งที่เรานำมาศึกษา
สุดท้ายคือเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมี ๓ ประการ
ประการแรกก็คือ การสั่งการให้มีการทบทวน แก้ไขรายงานการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการใหม่ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับต้นทุนและความคุ้มค่า ของโครงการ และผลกระทบทั้งผู้ที่ต้องถูกเวนคืนที่ดิน หรือผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟ แห่งประเทศไทย แล้วจำเป็นต้องถูกโยกย้ายที่อยู่ออกไป
ประการที่ ๒ จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนที่หลากหลาย ให้ครบทุกภาคส่วน รวมไปถึงกลุ่มเสี่ยงที่เปราะบาง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย
ประการสุดท้าย เป็นการสร้างความเข้าใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยมี การชี้แจงข้อมูลรายละเอียดและมาตรการชดเชยช่วยเหลืออย่างชัดเจน ผ่านกระบวนการ มีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย ยกตัวอย่างเช่น การจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่วมกัน ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย ภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ขอบคุณค่ะ