ชนสิษฎ์ ยอดฉิม หารือหลายประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการและยกระดับการบริการภาครัฐ โดยเน้นการพัฒนาบัตรประชาชนอเนกประสงค์ให้ใช้แทนเอกสารอื่นได้ รวมทั้งเสนอให้รวมบัตรสวัสดิการรัฐเข้ากับบัตรประชาชนเพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และส่งเสริมความโปร่งใส พร้อมผลักดันระบบดิจิทัลไอดี เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ และโครงสร้างข้อมูลแบบกระจายศูนย์เพื่อรองรับอนาคต รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนาระบบเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ การยกระดับบริการแบบวัน สตอป เซอร์วิซ และการกระจายอำนาจให้หน่วยงานท้องถิ่น มีการกำหนดคุณสมบัติผู้ว่าราชการจังหวัดให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และการใช้ข้อมูลวิทยาการข้อมูลแบบเรียลไทม์ร่วมกับการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อสร้างระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างเท่าเทียมในยุคดิจิทัล
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ณ สัปปายะ สภาสถาน ผม นายชนสิษฎ์ ยอดฉิม เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการการปกครอง ขึ้นมาตอบ ตามคำเรียนของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ทุกท่านครับ ผมอยากจะชี้แจงประเด็น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้สนใจ ประเด็นรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการการปกครอง ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมาธิการการปกครองเป็นอย่างมาก ทุกท่านครับ ผมได้จดประเด็น คำถามจากท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน แล้วก็เรียงร้อยถ้อยคำเป็นประเด็น หวังว่าคำชี้แจง และหลักการปฏิบัติต่อไปของคณะกรรมาธิการการปกครองจะมีประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร
ผมขอเริ่มต้นจากประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ การใช้บัตรประจำตัว ประชาชนอเนกประสงค์ ในรายงานฉบับนี้คณะกรรมาธิการการปกครองตรวจสอบแล้วว่า มีหน่วยงานที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตน ยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งในการงดรับขอเอกสารจาก ประชาชน ทั้ง ๆ ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบลิงเกจ เซ็นเตอร์ (Linkage Center) ของกรมการปกครองแล้วผมขอนำเนื้อหาที่สำคัญครับท่านประธาน ในหน้าลำดับที่ ๓๖ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ชี้แจงไว้ได้ให้ข้อสังเกตไว้เมื่อสักครู่นี้ อยากให้ท่านดูรายงาน หน้าที่ ๓๖ ครับ ในหน้าที่ ๓๖ เรามีหน่วยงานทั้งหมด ๒๕๑ หน่วยงาน ที่ได้เชื่อมต่อข้อมูล กับระบบเรียลไทม์ (Real-time) ของกรมการปกครองแล้ว แต่ว่ามีเพียง ๖๐ หน่วยงาน เท่านั้นที่ไม่ต้องขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องขอสำเนาทะเบียนบ้านในงานที่ครบ ทุกกระบวนงาน ท่านประธานครับ ๖๐ หน่วยงานจาก ๒๕๑ หน่วยงาน ตรงนี้คิดเลขไว ๆ เป็นเพียงแค่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ กล่าวก็คือไม่ถึงครึ่ง กล่าวก็คือยังไม่ถึง ๑ ใน ๔ ประเด็นนี้สำคัญ อย่างไรครับ ผมอยากจะให้ท่านดูรายงานฉบับนี้ตรงนี้สำคัญจริง ๆ ใน ๖๐ หน่วยงานนี้ มีจำนวนกรม ๒๕ กรม มีจำนวนสำนักงาน ๒๑ สำนักงาน มี ๕ แห่ง การประปา ไฟฟ้า ๔ สถาบัน ๒ ธนาคาร และ ๑ กองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ ใน ๖๐ หน่วยงานนี้ ไม่ต้องขอรับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องขอรับสำเนาทะเบียนบ้าน แต่ใน ๖๐ หน่วยงานนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ผมขอให้เชิงอรรถตรงนี้ว่าข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ รายงานกับคณะกรรมาธิการการปกครอง เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นจำนวน ๑ ปี กับอีก ๕ เดือน ที่คำสั่งจากคณะ คสช. ที่จะต้องการปฏิรูป แล้วก็ยกระดับคุณภาพประเทศเป็น สังคม ๔.๐ ท่านประธานครับ สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อสังเกตว่าบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักนั้นมีคุณูปการเป็นอย่างมากกับประเทศไทย ประเทศเราใช้เลขบัตรประจำตัว ประชาชน ๑๓ หลักเลข และได้รางวัลในพุทธศักราช ๒๕๓๓ แต่ในวันนี้ผ่านไปกว่า ๓๐ ปี มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความห่วงใยว่าเราควรที่จะมองไปข้างหน้า ในรายงานฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระที่ผมคิดว่าสามารถตอบโจทย์ความห่วงใยตรงนี้ของท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้ ท่านประธานครับ ในรายงานได้เตรียมความพร้อม ในรายงานได้มีการบอกว่าต้องเตรียม ความพร้อมที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการสร้างระบบเพื่อรองรับโลกแห่งอนาคต ผมอยาก เชิญชวนทุกท่านฟังตรงนี้นะครับ ระบบที่ ๑ คือระบบการยืนยันตัวบุคคลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องประชาชนปลอดภัยจากการชอปปิงออนไลน์ (Shopping Online) จากการยืนยันตัวบุคคล จากการถือเอาบัตรประจำตัวประชาชน ของใครก็ได้ไปยืนยันบุคคล ระบบที่ ๒ คือการสร้างเทคโนโลยีเพื่อหนุนนำสนับสนุน คือการ สร้างเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลที่ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในระบบที่ ๓ เพื่อที่จะพัฒนาและเข้าสู่ ยุคต่อสู้กับไคลเมตเชนจ์ (Climate Change) หรือวิกฤติภาวะสิ่งแวดล้อมของโลก ควรจะ สร้างระบบใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือดิจิทัล เปเปอร์ (Digital paper) ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้เราควรมีการนำใช้เทคโนโลยีที่ไม่รวมศูนย์ เราควรจะมีการนำใช้เทคโนโลยี บล็อกเชน (Block chain) เพื่อดำเนินการ เทคโนโลยีแบบดีเซนทรัลไลซ์ (Decentralize) สามารถที่จะตอบโจทย์ความต้องการในโลกอนาคตของเราได้ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ในอนาคตเราอาจจะต้องใช้การเลือกตั้งของท่านสมาชิกเป็นระบบอีโหวตติง (e-Voting) ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะต้องยืนยันตัวตนของพวกเราในโลกเสมือนจริง หรือที่เรียกว่า เมตาเวิร์ส (Metaverse) ที่กำลังถูกพัฒนาและกำลังจะนำมาใช้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าลักษณะเลข ๑๓ หลักของบัตรประจำตัวประชาชนนั้น โดยท่านขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ นะครับ เราควรที่จะต้องมาไตร่ตรองกันใหม่ว่าเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักนั้นถ้านำไปจัดสร้างจัดสรรเป็นอีเมล (e-Mail) ต้นทุนสักเท่าไร แล้วการที่หน่วยงาน เอกชนที่มีระบบอีเมล (e-Mail) รับรองไปแล้วเราควรเลือกที่จะมองไปในอนาคตมากกว่า
ทุกท่านครับ ในประเด็นต่อมาเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับ ท่านประธานและท่านสมาชิกทุกคน ก็คือการใช้บัตรประจำตัวอเนกประสงค์สมัครเป็น สมาชิกพรรคการเมือง ทุกท่านทราบดีว่า ณ วันนี้ ณ ตอนนี้ จะสมัครสมาชิกพรรคการเมือง ที่ประชาชนชื่นชมอุดมการณ์ ชื่นชอบอุดมการณ์สักพรรคการเมืองหนึ่งไม่ง่าย จะต้อง มีการยืนยันตัวบุคคล จะต้องมีการเอาบัตรที่เรียกว่าบัตรประจำตัวประชาชนที่เป็น สมาร์ตการ์ด (Smart Card) ไปถ่ายเอกสารสำเนา จะต้องไปค้นหาสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อไปถ่ายสำเนาแล้วเซ็นรับรองสำเนา ตรงนี้ในรายงานฉบับนี้ได้ยืนยันในประเด็นนี้ว่า คุณสมบัติของการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเรามีหลักสัญชาติ เราใช้หลักภูมิลำเนา เราตรวจสอบหลักความสามารถ ซึ่งถ้าเกิดส่วนราชการจะนำเอกสารนั้น ๆ ไปตรวจสอบ ต้องตอบให้ได้ว่าตรวจสอบเรื่องอะไร แล้ววันนี้โดยรัฐบาลก็มีรัฐบาลพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ได้ไปดำเนินการตั้งตู้คีออส (Kiosk) หน่วยงานราชการ หน่วยงานภูมิภาคที่อยู่ใน จังหวัดนั้น จังหวัดนั้นก็สามารถไปขอข้อมูลที่ตู้นี้ได้ทันที
ท่านประธานครับ ในประเด็นต่อไปผมคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความสนใจในประเด็นนี้จากคำถามที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ คือการยุบรวมบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐเข้าสู่บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ อีกไม่กี่วันต่อจากนี้ในต้นปีหน้า ภาครัฐ จะเริ่มทำการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหม่ ครั้งนี้ผมอยากจะเอาเอกสารรายงาน ฉบับนี้ไปหนุนนำทำให้พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่จะต้องลงทะเบียนครั้งใหม่ ไม่ต้องยุ่งยากอีกต่อไป ครั้งนี้ในรายงานฉบับนี้นั้นสนับสนุนการยุบรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้ากับบัตรประจำตัวประชาชน คณะกรรมาธิการการปกครองมีความเห็นว่าถ้าเราทำได้ จะเป็นการประหยัดงบประมาณของประเทศ ถ้าเราทำได้จะเป็นการสร้างความโปร่งใส ในการดำเนินการของภาครัฐ เพิ่มความสะดวกและลดความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์สมาร์ตการ์ด (Smart Card) แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ในประเด็นต่อไปท่านประธานครับ มีความห่วงใยมาก ๆ กับท่านสมาชิก ที่ให้ข้อสังเกตเรื่องของศักยภาพของข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือศักยภาพ ศักยผลของ หน่วยงานท้องถิ่น ในปัจจุบันศูนย์ดำเนินการแบบวัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) มีหลากหลายทั่วภูมิภาคทั่วประเทศ แต่เราก็มักจะไม่เห็นว่าคุณภาพหรือการบริการอย่าง อัธยาศัยของข้าราชการหน่วยงานรัฐนั้นมีมาตรฐานเดียวกัน ทุกท่านครับ ตรงนี้รายงานฉบับนี้ เรามีความเห็นคล้องว่าศักยภาพของท้องที่กับศักยภาพของท้องถิ่นนั้นมีความแตกต่าง ถ้าหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีคุณสมบัติมีศักยภาพในการที่ลงไปในพื้นที่แล้วปรับ ในส่วนของสถานที่ ปรับในส่วนของการเตรียมความพร้อมในด้านบริการให้ศูนย์ วัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) นี้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ปรับการบริการ ปรับอัธยาศัยของพนักงานรัฐให้กับพี่น้องประชาชน สำคัญอีกต่อไปครับ ในอีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของกระบวนงาน หลาย ๆ ครั้งที่เราไปติดต่อ ราชการเรานับได้เลยครับว่าเราติดต่อราชการเรื่องใดบ้าง ในส่วนของกระบวนการดำเนินงาน หน่วยงานรัฐ ควรจะต้องมีกระบวนงานที่มีในลักษณะเป็นในทิศทางเดียวกัน ถ้าใช้หลัก อำนาจ ใช้หลักกฎหมายเหมือนกัน ก็ควรจะมีขั้นตอนในการดำเนินการที่ไม่ต่างกัน เพื่อลด ความสับสนของพี่น้องประชาชน เพื่อลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของพี่น้องประชาชน ในรายงานฉบับนี้สนับสนุนให้หน่วยงานรัฐตั้งวัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) ที่มีมาตรฐานเดียวกัน
ประเด็นที่ ๕ ผมขอตอบทั้งหมด คำถามมาหลายประเด็นมาก แต่มีประเด็น หลัก ๑๐ ประเด็น ในส่วนประเด็นของผู้ว่าราชการจังหวัดและการกระจายอำนาจจะอยู่ ประเด็นท้าย ๆ ก่อนจะจบประเด็นตรงนี้ไป ผมขอตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านเป็นห่วงเรื่องงบประมาณจำนวนบัตร ราคาบัตร ขอตอบ ท่านสมาชิกว่าปัจจุบันแล้วบัตรสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ประชาชนราคาต่อบัตรต่อชิ้น ๓๗ บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมี ๒ ประเภท บัตรที่ใช้ในเมือง ๑๐๐ บาท บัตรที่ใช้ ในภูมิภาค ๕๐ บาท มีความไม่เท่ากันในเรื่องของส่วนเพิ่มเติมเรื่องของการเดินทางสาธารณะ ทุกท่านจะเห็นว่าถ้าเราสามารถที่จะควบรวมบัตร ๒ ชนิดนี้เข้าสู่บัตรประจำตัวประชาชน ใบเดียวงบประมาณของเราจะถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงสถานการณ์ โควิด (COVID) แบบนี้ ผมขอให้เชิงอรรถอีกนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ผมให้ข้อสังเกตไปแล้วว่า ท่านมีความเป็นห่วงเรื่องของจำนวนบัตร และมีการตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐที่เรียกเอกสาร สำเนาบัตรดูแลเอกสารสำเนาบัตรนั้นอย่างไร รักษาสำเนาบัตรนั้นให้ปลอดภัยได้หรือไม่ ผมขอยกตัวอย่าง สภาผู้แทนราษฎรจากการมีสมาชิกรัฐสภา ๗๕๐ ท่าน จากการที่สมาชิก รัฐสภามีผู้ช่วยสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ๘ ท่าน รวมทั้งหมดทั้งสิ้นถ้ายังขอเอกสารสำเนาบัตร ไม่เดินหน้าในการเก็บสำเนาดิจิทัล (Digital) จะมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคล อย่างน้อย ๖,๗๕๐ บุคคล นี่คือเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติตั้งคำถามว่าท่านดูแล จัดการสืบทานเอกสารเหล่านี้ได้หรือไม่
ผมขอเป็นประเด็นถัดไป ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ที่ท่านสมาชิกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในอนาคตถ้าเราเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ปัจจุบันเรามี การลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง มีการลงคะแนนในการทำประชามติแบบหย่อนบัตรกัน แต่ในอนาคตเราต้องยอมรับว่าโลกสมัยนี้ก้าวไปไว ในรายงานฉบับนี้เราเสนอแนะให้ค่อย ๆ วางแนวทางในการเลือกตั้งโดยการใช้บัตรประจำตัวประชาชน เปลี่ยนจากการหย่อนบัตร ลงคะแนนเป็นการยืนยันตัวบุคคลโดยการใช้บัตรประจำตัวประชาชน คณะกรรมาธิการ เสนอว่าตัวที่เป็นกุญแจ ตัวที่เป็นหัวใจก็คือตัวบทกฎหมาย ผมคิดว่าการที่เราจะพัฒนาระบบอีโหวตติง (e-Voting) ขึ้นมาเราต้องค่อย ๆ เริ่มค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ทดลอง แล้วสืบทานหาข้อผิดพลาดเพื่อปิดช่องโหว่ต่าง ๆ เพื่อปิดการไม่ยอมรับ หรือข้อความไม่โปร่งใสที่ประชาชนอาจจะตั้งคำถามได้
ท่านประธานครับ ผมขอไปประเด็นสุดท้าย เมื่อสักครู่เป็นประเด็นด้าน เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ประเด็นต่อมาก็คือการใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์แทน บัตรเอทีเอ็ม (ATM) มีท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตให้ความเป็นห่วงว่าข้อมูลทะเบียนราษฎร เปรียบเสมือนสมบัติของชาติ แน่นอนที่สุดการปกป้องข้อมูลทางทะเบียนราษฎรเป็นภารกิจ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ และเป็นหน้าที่ของทุกคน เพราะฉะนั้นแล้วการที่หน่วยธนาคาร หรือการที่หน่วยงานสถาบันการเงินจะต้องมาขอข้อมูล หรือว่าซ้ำร้ายกว่านั้นในรายงาน ฉบับนี้มีนะครับ ก็คือเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากพี่น้องประชาชน เราก็ถามเขาว่าเก็บเงิน ๒๐๐ ทุกครั้งหรือไม่ ทางหน่วยธนาคารก็ตอบว่าเก็บเงิน ๒๐๐ ครั้งเดียวแล้วสืบทานต่อ ๆ ไป ที่ธนาคารต้นสังกัด ตรงนี้ผมอยากให้ในอนาคตมีข้อกฎหมายที่ทำให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องมี ภาระต้นทุนตรงนี้กับการธนาคาร
ท่านประธานครับ ในประเด็นสุดท้ายก็คือประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหาร ราชการส่วนภูมิภาค คณะกรรมาธิการรายงานชุดนี้มีความเห็นถึงการบริหารงานอำนาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมาธิการพิจารณาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะพิจารณาคุณสมบัติ ทักษะความรู้ความสามารถ และต้องสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ด้วย คณะกรรมาธิการ สนับสนุนการกระจายอำนาจ แล้วในฐานะที่ผมเป็นเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ผมเชื่อว่า การทำงานบูรณาการร่วมกันกับคณะกรรมาธิการการปกครองที่ดูแลส่วนภูมิภาคและท้องที่ กับการทำงานร่วมกันกับคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจจะได้ประสิทธิผล จะได้ ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราจะได้มากำหนดทิศกำหนดทางให้สอดคล้องกัน เรื่องนี้ เรารับไว้เพื่อทำการบูรณาการร่วมกันในชั้นกรรมาธิการต่อไป เป็นประเด็นที่มีประโยชน์มาก
ในเรื่องของอำนาจหน้าที่และความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่า ควรจะแบ่งบทบาทหน้าที่ต้องไม่ซับซ้อน ตัวที่สำคัญคือตัวกฎหมาย การกระจายอำนาจในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ อบต. เทศบาล อบจ. หน่วยปกครองพิเศษ หรือในระดับจังหวัด ทำให้ประชาชนปกครอง ตนเองได้มากขึ้น เราควรออกแบบแนวคิด ออกแบบกฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบให้มีความ ยืดหยุ่น คณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เราเสนอว่าไม่ควรออกแบบกฎระเบียบ หรือกฎหมายที่เป็นรูปแบบลักษณะเหมือนกัน หรือเป็นเทมเพลต (Template) ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรออกแบบกฎหมายที่มีลักษณะที่หละหลวมจนทำให้เกิดปัญหา เรื่องของการตีความ จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องของการไม่รับผิดรับชอบได้
สุดท้ายตัวชี้วัดที่จะมีผลต่อกันที่ท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตเรื่องของที่มาที่ไป ของดาต้า (Data) ที่มาที่ไปของลักษณะข้อมูลที่จะมีประโยชน์ คณะกรรมาธิการพิจารณา ตัวชี้วัดปรากฏว่าควรจะให้มีสิ่งที่เรียกว่าดาต้า ไซแอนซ์ อนาลิสิส (Data science analysis) หรือที่เรียกว่าวิทยาการของข้อมูล อาจจะใหม่สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เรื่องนี้ มีประโยชน์ครับ เพราะว่าดาต้า ไซแอนซ์ อนาลิสิส (Data science analysis) นี้จะทำให้เรา สามารถที่จะใช้ข้อมูลที่ประเทศไทยของเราเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ มาวิเคราะห์แล้วแก้ปัญหาในสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ควรคำนึงถึงการที่มีเรียลไทม์ ดาต้า (Real time data) หรือข้อมูลในแบบทันที ควรคำนึงถึงข้อมูลที่เป็นวิชวล ดาต้า (Visual data) หรือข้อมูลที่เมื่อกดเสิร์ช (Search) ไปแล้วเห็นโดยประจักษ์ทันที ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็น ข้อมูลที่ลิงก์ (Link) ได้โดยตรงจากพี่น้องประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการของส่วนราชการก็คือการจัดทำข้อมูลดิบให้มีคุณภาพ อีกครั้งนะครับ การจัดทำข้อมูลดิบให้มีคุณภาพ ตรงนี้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเกิดการมีส่วนร่วมกับ พี่น้องประชาชน เมื่อข้อมูลดิบมีคุณภาพหน่วยงานอื่นที่เข้าไปนำข้อมูลมาใช้ก็จะสังเคราะห์ ข้อมูลได้ ก็จะวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่สนใจในประเด็นเนื้อหาสาระของรายงานของคณะกรรมาธิการนี้ ผม นายชนสิษฎ์ ยอดฉิม ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานสรุปผลฉบับนี้จะมีคุณประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นข้อมูลเป็นลายแทง แห่งการเชื่อมโลกยุคก่อนไปสู่โลกยุคใหม่ ในอนาคตอันใกล้นี้ท่านประธานสภาและ ท่านสมาชิกผู้ทรงอำนาจทางนิติบัญญัติต้องเป็นผู้ออกแบบพิมพ์เขียว ต้องเป็นผู้รับหน้าที่ สร้างฐานรากที่เรียกว่า นิติดิจิทัล (Digital) บัญญัติเพื่อรองรับการมาของโลกแห่งอนาคต เช่น โลกเสมือนจริง เมตาเวิร์ส (Metaverse) ที่วันนั้นเมื่อสิ่งนั้นมาถึงความอุดมสมบูรณ์ของ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนตั้งแต่วัยเด็ก วัยเยาว์ ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้ทุพพลภาพ ผู้ที่มี ความหลากหลายทางเพศสภาพ และผู้ที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ เขาเหล่านั้นกำลังรอ รับใบเบิกทางจากท่านเพื่อไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี คณะกรรมาธิการการปกครองเพื่อคุณภาพ ชีวิตของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ