ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หารือประเด็นการกระจายอำนาจในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค โดยเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่พร้อมและเหมาะสม พร้อมสนับสนุนด้วยเอกสารและภาพประกอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมของการที่นายอำเภอขอรับเงินสนับสนุนค่าสาธารณูปโภคจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอให้แยกกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นออกจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น รวมทั้งห่วงใยบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบูรณาการงานป้องกันน้ำท่วมที่มีปัญหาความไม่สอดคล้องของหน่วยงานชลประทานหลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน จนนำไปสู่น้ำท่วมรุนแรงและข้อพิพาท พร้อมหารือการลักลอบนำสินค้าเกษตรเข้าประเทศที่ส่งผลต่อราคาผลผลิต และเสนอให้ตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบและเร่งแก้ไข โดยเน้นบทบาทการประสานงานของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาสมดุลซัปพลายและป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร โดยมีท่านประธานไพจิต ศรีวรขาน เป็นประธาน แล้วก็ได้ศึกษาเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องการปรับปรุงการบริการ ประชาชนด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน รวมทั้งการบริหารราชการ ส่วนภูมิภาค ผมจะขออนุญาตพูดประเด็นเดียว เรื่องการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ ก็น่าชื่นชมนะครับว่า ในรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึงเรื่องการกระจายอำนาจ ไว้ในหลายหน้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น หน้าที่ ๕๐ ก็จะพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจไว้ ในข้อ ๒ หน้าที่ ๖๙ ก็จะพูดถึงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ก็จะพูดถึงเรื่องกระจายอำนาจไว้ เช่นเดียวกัน ถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่พร้อม ในจังหวัดที่เหมาะสม สมควรเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน สมควรก็เพราะว่าท่านประธานลองดูเอกสารฉบับหนึ่ง เอกสารฉบับนี้ฝ่ายโสต ช่วยขึ้นเอกสารฉบับเดียวให้ดูด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้นายอำเภออำเภอหนึ่ง ได้ทำหนังสือถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขอรับการสนับสนุนค่าสาธารณูปโภคจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ขอแห่งละ ๑,๐๐๐ บาท เพื่อมาช่วยค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภคของอำเภอ มันสมควร หรือครับ ในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจ ผู้ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยซ้ำไป แต่เสียดายครับ ในเอกสารฉบับนี้ได้พูดไว้ในหน้า ๕๐ การกระจายอำนาจ แต่มีคำว่าแต่ไว้ แต่โดยหลักการ น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ในบริบทของการบริหารราชการของไทยเป็นลักษณะของการรวมศูนย์ อำนาจตั้งแต่แรก ก็คือบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ผมไม่เห็นด้วย ในรายละเอียดบรรทัดนี้นะครับ ผมเคยเสนอไว้นะครับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น น่าจะแยกออกไปจากกระทรวงมหาดไทยได้แล้วครับ เพราะอะไร ปรัชญาแนวความคิด มันต่างกัน มหาดไทยรวมศูนย์ แต่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเขากระจายอำนาจ กระจายออกไป เพราะฉะนั้นเราไปตั้งหน่วยงานใหม่ไม่ต้องเป็นกระทรวงก็ได้ เป็นคล้าย ๆ สำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ได้ มันจะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ แล้วก็ ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น อย่างไรก็ดีครับ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาไว้
เรื่องที่ ๒ เป็นห่วงครับ เป็นห่วงเรื่องบทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ผมยกตัวอย่าง ๒ กรณีเท่านั้น กรณีแรก เรื่องน้ำท่วม อย่างครั้งนี้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ของผม อุทกภัย ท่านประธานครับ มีกี่หน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำ ตั้งแต่สำนักงานทรัพยากรน้ำ แห่งชาติ สทนช. ๒. จะมีกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ คือ กอนช. ๓. มีกรมชลประทาน ๔. มีผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด ๕. ยังมีสำนักงานชลประทานมี ๑๗ แห่งทั้งประเทศ อย่างจังหวัดสุพรรณบุรีของผม มีสำนักของกรมชลประทานอยู่ ๓ แห่ง อยู่ในจังหวัดเดียว ตั้งแต่สำนัก ๑๑ สำนัก ๑๒ และสำนัก ๑๓ สำนัก ๑๑ ตั้งอยู่ที่บางบัวทอง ดูแลโครงการ พระยาบันลือ ดูแลโครงการเจ้าเจ็ด เจ้าเจ็ดเป็นทุ่งรับน้ำอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีน แล้วยังมีสำนัก ๑๒ อยู่ที่ชัยนาทดูแลทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยา ๒ หน่วยงานทำงานไม่ได้ บูรณาการกัน แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำอย่างไร ในแต่ละสำนักก็ยังมีโครงการต่าง ๆ แยกออกไปอีก อย่างสำนัก ๑๑ มีโครงการเจ้าเจ็ดกับโครงการพระยาบันลือ ยังไม่บูรณาการ เข้าด้วยกันเลย ระบายน้ำมาโครงการเจ้าเจ็ดทุ่งรับน้ำลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา พระยาบันลือ โครงการเดียวกันนี่ไม่ยอมรับน้ำให้ผ่านไปตามธรรมชาติลงสู่ทะเล มันก็เป็นปัญหาเกิดขึ้น น้ำท่วมมหาศาลมากมาย สร้างความเดือดร้อน สร้างความเสียหาย จนกระทั่งต้องมี การฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ กอนช. มีนโยบายว่าให้ลดน้ำทุ่งเจ้าเจ็ดลง ๕๐ เซนติเมตร กรมชลประทานขนเครื่องไปครั้งเดียว ๒๔ เครื่อง ไปตั้งอยู่ที่ประตูดาบเงินพร้อมที่จะสูบ ลงท่าจีน ในขณะเดียวกันโครงการโพธิ์พระยาอยู่สำนัก ๑๒ ยังท่วมเต็มปริ่มเลย เท่ากับว่า ถ้าสูบฝั่งเจ้าเจ็ด สำนัก ๑๑ ลงไปก็จะสู่สำนัก ๑๒ ไปท่วมทุ่งฝั่งโน้น ถามว่าทำไมไม่บูรณาการ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในกรมชลประทาน เหล่านี้แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดทำอย่างไร ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประสานอย่างไร บทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ฝาก กรรมาธิการด้วยนะครับ ทำให้เกิดความเสียหายมากมายมหาศาลขณะนี้
อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมในฐานะที่ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมอยู่ในขณะนี้ ผมต้องตั้งอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาลักลอบ สินค้าเกษตรเข้ามาภายในประเทศ เพื่ออะไรครับ เพื่อรักษาซัปพลาย (Supply) ให้มันอยู่ใน ปริมาณที่สมดุลทำให้ราคาดี แต่ถ้ามีการลักลอบนำสินค้าเข้ามาราคาก็จะตกลง ยกตัวอย่าง ปีนี้ครับ ปีนี้ข้าวโพดไม่ได้นำเข้ามาเลยราคาจึงดี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นะครับ เพราะฉะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดทำอย่างไร มีหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่ากรมศุลกากร ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจดูแลอยู่ วันนี้ยังแก้ไม่ได้เรื่องการลักลอบนำสินค้าเกษตรเข้ามา สิ่งเหล่านี้ก็ฝาก กรรมาธิการครับว่า ๑. กระจายอำนาจสำคัญ ๒. บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำ อย่างไรที่จะประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ในระดับประเทศ ในระดับภูมิภาค หรือใน จังหวัดของตัวเอง เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นในจังหวัด อย่างเช่น กรณีน้ำท่วม หรือการลักลอบนำสินค้าเกษตรเข้ามาภายในประเทศ ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ