ทวี หารือจัดตั้งกรมทะเบียน ค้านดิจิทัลไอดีเอกชน เสนอกระจายอำนาจท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ทวี สอดส่อง หารือประเด็นการบริหารงานทะเบียนราษฎรที่ควรมีสถานะเป็นกรมเพื่อความเสมอภาคและคัดค้านการผลักดันดิจิทัลไอดีโดยธนาคารซึ่งอาจนำไปสู่การเก็บค่าธรรมเนียมจากข้อมูลประชาชนที่เป็นสมบัติของชาติ พร้อมเสนอให้กระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ รวมถึงเรียกร้องให้รักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทะเบียนราษฎรที่อาจถูกบิดเบือน โดยเสนอให้กรรมาธิการศึกษาต่อยอดเพื่อการพิจารณาอย่างรอบคอบต่อไป

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการการปกครองที่ได้นำเรื่อง ของประชาชนมาศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรับปรุงการบริการประชาชนด้านทะเบียน ราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับว่า งานทะเบียนราษฎรมีผู้อภิปรายไปหลายคนแล้วครับ เราเกิดมา ๑๖๓ ปี ในข้อมูลจะมี และประเทศไทยเป็นที่ยอมรับเรื่องงานทะเบียนราษฎร ถ้าในปี ๒๕๓๓ เรารับรางวัล เดอะ คอมพิวเตอร์เวิลด์ สมิตโซเนียน อวอร์ด (The Computerworld Smithsonian Awards) ของโลกนะครับ เพราะว่างานทะเบียนราษฎรเราได้รับการยอมรับ แล้วทางท่านกรรมาธิการได้กรุณาศึกษา ผมเองผมมีประเด็นในเรื่องความคิดและมีข้อห่วงใย วันนี้ทะเบียนราษฎรคน ๖๖ ล้านคน ครัวเรือนทั้งหมดและบัตรประจำตัวประชาชน ผมคิดว่าจะต้องทำความเข้าใจว่าทะเบียน ราษฎรเป็นสมบัติของประชาชน เรามอบให้กรมการปกครอง หรือสำนักงานทะเบียนราษฎร เป็นผู้ดูแล ซึ่งก็น่าน้อยเนื้อต่ำใจแทนสำนักงานทะเบียนราษฎรตอนเกิดกฎหมายใหม่ ๆ เป็นกรม ผมจำได้ว่าในยุค พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ พยายามจะเสนอเข้า ครม. ให้ย้อนกลับ มาเป็นกรมจากสำนักงาน ข้าราชการในสำนักงานทะเบียนราษฎรต้องถูกโยกย้าย เพราะว่า งานทะเบียนราษฎรวันนี้มีความสำคัญมาก เราเชื่อมโยงไม่ใช่แค่ในประเทศไทยไปทั่วไป แต่ ผอ. งานทะเบียนราษฎรมีแค่ซี ๙ (C 9) เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้กำหนดรองอธิบดีให้ไปควบคุม เวลาไปนั่งประชุมที่ไหน คือปริมาณงานมันเยอะมาก กับการที่ในหลังรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ได้เกิดหน่วยงานระดับกรมมากมาย บางหน่วยงานมีคนไม่ถึง ๑๐๐ คนก็เกิด แต่งานที่มีความสำคัญยิ่งและมีความสำคัญกับประชาชนกลับปรากฏว่ายังไม่ได้ดูแล ก็ฝากกระทรวงมหาดไทย ท่านปลัดถ้ารับฟังอยู่ หรือคนฟังอยู่ ก็ให้เป็นกรม ถ้าท่านยังหวงอยู่ ก็ให้อยู่ในส่วนของปลัดเหมือนกรมต่าง ๆ ในกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมค่อนข้างมีความห่วงใย แต่ต้องขอบคุณกรรมาธิการเวลาตั้งข้อสังเกต คือตั้งข้อสังเกต เพื่อให้ไปศึกษาต่อ เราพบว่ามีกลุ่มผมไม่เอ่ยชื่อนะครับ มีกลุ่มธนาคารพยายามจะผลักดัน เรื่องดิจิทัล ไอดี (Digital ID) แล้วจะมาเก็บค่าธรรมเนียม ๒๐๐ บาท ท่านรู้หรือไม่ว่าในเรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคล พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรเขาบอกแล้วให้กรมการปกครองเป็นผู้พิสูจน์ การยืนยัน การที่ธนาคารจะเขียนอย่างไรก็ตามจะเอาข้อมูลของประชาชนเอาไป แล้วก็ จะไปเอาข้อมูลแล้วก็เก็บเงิน ผมไม่ทราบว่าในรายงานมีองค์กรธนาคารทำหรือไม่ วันนี้เรื่องนี้ มันเป็นสมบัติของประชาชนนะครับ ผมจึงอยากจะฝากไว้ว่างานทะเบียนราษฎรมา ๑๖๐ กว่าปีแล้ว แล้วได้รับรางวัล ในการที่จะไปทำต่อก็ฝากทางกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยต่าง ๆ อย่าเอาสมบัติที่เขาทำมาแล้วก็พัฒนาจนเป็นเลข ๑๓ หลักมา ๓๐ กว่าปี จนได้รับการยอมรับ เอาไปเพื่อหาผลประโยชน์ในแง่มุม อาจจะอ้างว่าให้ทะเบียนราษฎร เป็นผู้พิสูจน์ แต่ว่างานนี้เราเสียภาษีของประชาชนไป

และอีกเรื่องหนึ่งผมอาจจะข้ามไปให้เร็ว ๆ นิดหนึ่ง คือประสิทธิภาพ การบริการขององค์กรปกครองส่วนภูมิภาค ผมต้องขอขอบพระคุณทางกรรมาธิการ ในรายงานเรามีข้อมูลเยอะ แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับ ข้อมูลไม่ใช่ความรู้นะ ความรู้ มันก็คือต้องมาพัฒนา ข้อมูลเหมือนเป็นข้อมูลหนึ่งที่ควรจะมีและมันจำเป็นต้องมี เราพบว่า การปกครองส่วนภูมิภาคที่จากส่วนกลางไปอยู่ในส่วนภูมิภาคหน้า ๕๕ ถึงหน้า ๖๑ ท่านลอง นับดูครับ ส่วนภูมิภาคที่มีหน่วยไปอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ๑๗ ส่วนกลาง ปรากฏว่าส่วนภูมิภาค ที่มีหน่วยงานส่วนกลางไปตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ๒,๑๕๙ หน่วย ส่วนภูมิภาคที่ไปตั้งอยู่ที่ จังหวัด ท่านดูครับ ๒,๑๗๑ หน่วย ส่วนภูมิภาคที่ไปอยู่อำเภอ ๕,๓๑๙ หน่วย เผอิญ กรรมาธิการไม่ได้บวกนะครับ เมื่อสักครู่ผมเอาคอมพิวเตอร์บวก รวมทั้งหมด ๙,๕๔๙ หน่วย ขณะที่เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕ ประเภทเพียง ๗,๘๕๐ หน่วย อันนี้คืออะไร คือเป็นการขยายอำนาจเพื่อไปแย่งงานของคนที่รู้ดีคือท้องถิ่น ผมคิดว่าท่านศาสตราจารย์ โกวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ไม่เสียหาย ท่านได้พูดไว้ กับหลายท่านได้พูดไว้ ท่านณัฐวุฒิได้พูดไว้ คือเราถึงเวลาแล้วเราควรจะ กระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นซึ่งเขารู้ปัญหาความต้องการดี แล้วเรื่องต่าง ๆ ที่เอามาทำ ส่วนภูมิภาคนั้น สิ่งสำคัญก็คือเวลางบประมาณก็ต้องมาอนุมัติที่ส่วนกลาง ท้องถิ่นก็คือ เป็นแค่ได้ดูแล้วต้องมาขอ ดังนั้นผมจึงอยากจะฝากในประเด็นนี้

อีกเรื่องหนึ่งถ้าไม่พูดไม่ได้ ผมได้พูดตอนต้นว่าทะเบียนราษฎรเป็นสมบัติ เราได้ผ่าน พ.ร.บ. คุ้มครองพยาน ซึ่งผมอภิปรายไม่ไว้วางใจไป แต่อย่างไรก็ตามก็ยังฝาก ผมเชื่อว่ากระบวนการทางกฎหมาย วันนี้เรากล้าหาญที่จะให้เอาข้อมูลเข้าไปใส่ในทะเบียน ราษฎรที่เป็นข้อมูลไม่เป็นความจริง ขณะที่ทะเบียนราษฎรได้รับการยอมรับระดับโลก แม้แต่กฎหมายออกท่านกรรมาธิการที่ชี้แจงว่าไม่ได้ใช้ แค่รู้ว่าประเทศไทย รัฐไทย กำลังเอา ของปลอม ของโกหกไปใส่ไว้ในทะเบียนราษฎรก็เป็นเรื่องที่เสียหายมาก ผมจึงอยากว่า ทะเบียนราษฎรเป็นสมบัติของประชาชน แล้วก็อยากจะช่วยกันรักษา แล้วก็ขอบพระคุณ ทางกรรมาธิการ อยากจะให้รายงานนี้ได้มีการขยายต่อไปศึกษาให้รอบคอบเป็นการต่อยอด ขอบพระคุณมากครับ