พิสิฐ ลี้อาธรรม แสดงความชื่นชมกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียด พร้อมเสนอข้อสังเกตเพิ่มเติมผ่านการนำเสนอในรูปแบบสไลด์ โดยเน้นย้ำปัญหาการเรียกสำเนาบัตรประชาชนในหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกินความจำเป็น ซึ่งก่อให้เกิดภาระ ความเสี่ยงต่อการทุจริตข้อมูล และการสิ้นเปลืองทรัพยากร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูประบบด้วยการยกเลิกการเรียกสำเนาบัตร ผลักดันกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบตัวตน เช่น Digital ID เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดขั้นตอนราชการ และป้องกันการสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างเต็มที่ แล้วก็เป็นข้อมูล ที่มีประโยชน์นะครับ แต่ว่ากระผมมีข้อสังเกตที่อยากจะขออนุญาตฝากไว้ ๔-๕ ประเด็น ด้วยกัน ช่วยฉายขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ เรื่องของการมี บัตรประจำตัวประชาชน เรามีกฎหมายตั้งแต่ปี ๒๔๘๖ ว่าให้คนไทยหรือประชาชนคนไทย ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนไว้เพื่อแสดงตน ผมย้ำนะครับไว้เพื่อแสดงตน แล้วก็ในการ ตรากฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปี ๒๕๒๖ ก็ดี ปี ๒๕๔๒ ก็ดี หรือล่าสุดปี ๒๕๕๔ ก็ดี ก็มีประเด็นนี้อยู่ครับว่า เราออกบัตรประจำตัวประชาชนไว้เพื่อแสดงตน แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ ท่านประธานครับ กลายเป็นว่าเวลานี้ถ้าเกิดเราไปทำธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐหรือเอกชน เขาจะบังคับให้เราต้องมีการแสดงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ต้องเซ็นชื่อกำกับรับรองสำเนาถูกต้อง ตัวตนของเราไม่มีความหมายครับ สำคัญอยู่ที่ ตัวเอกสารนี้ ถ้าไม่มีพวกเราก็จะถูกไล่กลับไปให้ไปทำมา เสียเงินเสียทอง เสียเวลา เป็นภาระ สิ่งนี้ครับที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็จริง ๆ แล้วทาง ครม. ก็ได้มีมติ ครม. ตั้งแต่ เมื่อปี ๒๕๖๑ ว่าไม่ต้องมีการแสดงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน แต่ก็ไม่สำเร็จครับ ไม่มีใครสนใจกับมติ ครม. นั้น เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เวลาที่เราติดต่อราชการถ้าเราไม่มีสำเนา เจ้าหน้าที่รัฐก็จะไม่ทำอะไรให้ แล้วสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐดูก็คือเอาสำเนาไปเก็บไว้เฉย ๆ โดยที่ตัวตน ของท่านเองก็ไม่ได้ทำอะไรกับเอกสารนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตให้ ท่านประธานได้กรุณาบอกกล่าวไปยังรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะกรรมาธิการได้ช่วยบรรจุว่า เรื่องนี้อะไรต้องแก้ไขโดยด่วน เพราะว่าการที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเรียกบัตรประจำตัว ประชาชนถ่ายสำเนา นอกเหนือจากการมีภาระค่าใช้จ่ายมันก็มีความเสี่ยงครับ ทุกวันนี้ กลายเป็นว่ามีการเอากระดาษเหล่านี้ไปพับถุงขนมขาย วันดีคืนดีก็อยู่ในถุงขยะ ไม่มีใคร รับผิดชอบต่อเอกสารที่เราเซ็นรับรองไป และบางครั้งก็จะมีการเรียกของกรมสรรพากรว่า ท่านไปทำธุรกิจ ธุรกรรม อะไรหรือเปล่า เพราะว่ามีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ในนั้น อยู่ในสิ่งที่เขาตรวจพบ ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ก็คือว่ามีการนำบัตรของเรา หรือสำเนาบัตรเราไปทำการทุจริตเกิดขึ้นอีก เป็นความเสี่ยงของประชาชนครับ เพราะฉะนั้นมติ ครม. ปี ๒๕๖๑ จึงเป็นสิ่งที่ควรต้องมีการดูแลให้เกิดขึ้น กระผมเอง โดยความสำนึกในเรื่องนี้ก็ได้รวบรวมรายชื่อจากเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อเดือน กันยายนนำเสนอกฎหมายเข้าสู่สภาให้อำนวยความสะดวกกับประชาชน ไม่ต้องเรียก บัตรประจำตัวประชาชน แต่กระนั้นก็ตามครับ เมื่อผมไปติดต่อส่วนราชการบางแห่ง แม้กระทั่งเมื่อเดือนตุลาคมที่กรมการปกครองก็มีคำสั่งมาอีกว่าไม่ต้องเรียก ปรากฏว่า หน่วยงานของกรมการปกครองเองยังเรียกอยู่ ผมจึงได้นำเสนอกฎหมายอีกฉบับครับ ห้ามไม่ให้มีการเรียกบัตรประจำตัวประชาชน โดยให้มีความผิด ซึ่งสิ่งนี้อยู่ในการดูแลของ สำนักงานเลขาธิการสภา ก็ขออนุญาตให้ทางสำนักงานได้ช่วยดูแลให้ร่างกฎหมาย ที่ผมนำเสนอได้เข้าสู่การพิจารณาโดยเร็วนะครับ เพื่อจะให้ประชาชนได้รับความสะดวก อย่างแท้จริง เพราะทุกวันนี้เราสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายกับเรื่องนี้มาก ท่านประธานครับ ในการที่เรามีการใช้บัตรมากกว่าตัวตนของเรา ทุกวันนี้กลายเป็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ ก็ทำ บัตรมากมายด้วยกัน อย่าง ณ เวลานี้ผมเองก็มีบัตร ๓ ใบในมือ ใบที่ ๑ เป็นบัตรประจำตัว ประชาชน ใบที่ ๒ เป็นบัตรของรัฐสภา ใบที่ ๓ เป็นบัตรใบขับขี่ ผมก็มีคำถามครับ ทำไม เราต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ สิ้นเปลืองทรัพยากรในการพกบัตรใบนี้ตลอดเวลา สิ่งนี้ อยากจะขอให้รัฐบาลได้ช่วยกรุณาแก้ไข ให้รัฐบาลระงับหรือยกเลิกการมีบัตรต่าง ๆ ซึ่งมี ความจำเป็นน้อยลงมากทุกวันนี้ เพราะว่ามีระบบเทคโนโลยีมาช่วยแล้วนะครับ เมื่อมีการมา ติดต่อหน่วยงานราชการใด ๆ หน่วยราชการสามารถที่จะโยงข้อมูลไปยังกรมการปกครอง ตรวจสอบได้ครับว่าตัวตนผู้นั้นจริงหรือเปล่า แล้วข้าราชการที่รับเรื่องก็ควรจะเซ็นกำกับว่า ได้ดูตัวตนแล้ว เป็นวิธีการที่จะลดขั้นตอนเหล่านี้ลง แล้วก็ประหยัดค่าใช้จ่าย แทนที่จะต้องมี การพกบัตรไปมากมาย แล้วต้องการแสดงตัวตนหรือบัตรข้อมูลอะไรก็ไปใส่ในข้อมูลใหญ่ของ กรมการปกครองที่ว่านี้ได้ของสำนักงานทะเบียนราษฎร เพื่อจะให้เราได้มีความสะดวกเกิดขึ้น
ประการต่อไปครับท่านประธาน ผมอยากจะขอตั้งคำถามครับว่าหน่วย ราชการต่าง ๆ ที่ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปเก็บไว้ท่านดูแลอย่างไร ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ท่านมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบ หากเกิดความเสียหายเกิดปัญหา ขึ้นมา ส่วนงานท่านมีกฎเกณฑ์มีกติกาดูแลเรื่องนี้อย่างไร ขอให้ท่านกรรมาธิการได้กรุณา ตั้งคำถามนี้ด้วยครับ
ประการต่อไป เรื่องของการที่เรามีการออกบัตรประจำตัวประชาชนก็ดี หรือบัตรต่าง ๆ ผมขอทราบครับว่าบัตรแต่ละใบค่าใช้จ่ายตกเท่าไร อย่างของรัฐสภา มีการถ่ายรูปมีอะไรต่ออะไรตกใบละเท่าไร หรือของบัตรประจำตัวประชาชนก็ตาม แล้วก็ เรื่องของดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ที่ท่านกล่าวถึง ผมได้นำเสนอญัตติมาแล้วค้างอยู่ในสภามา ๒ ปีแล้ว เพราะผมเป็นห่วงเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ให้ท่านได้ช่วยกรุณาดูแลนะครับว่าอย่าให้มีการสิ้นเปลืองงบประมาณ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ในการทำบัตร เราใช้เทคโนโลยีในการแสดงตัวตนแล้วก็จะเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นการอำนวย ความสะดวกให้กับประชาชน ขอบพระคุณมากครับ