ศรัณย์ ทิมสุวรรณ อภิปรายการปรับปรุงบริการด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน โดยเรียกร้องให้เร่งพัฒนาบัตรสมาร์ตการ์ดให้รองรับระบบดิจิทัลของรัฐอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเสนอแนวคิดการพัฒนาบัตรประชาชนให้เป็นระบบรวมศูนย์ที่สามารถใช้เป็น e-Wallet หรือรองรับ CBDC ในอนาคต และเน้นย้ำให้ทบทวนกฎหมายที่เป็นอุปสรรค รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมทุกระดับเพื่อความสะดวกและปลอดภัยของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขออภิปราย รายงาน เรื่อง การปรับปรุงการให้บริการประชาชนในเรื่องของทะเบียนราษฎรและ บัตรประจำตัวประชาชน จริง ๆ ต้องบอกว่าผมดีใจที่มีการทำรายงานฉบับนี้ เพราะว่า บัตรประจำตัวประชาชนเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนมีและทุกคนก็ตั้งคำถาม โดยเฉพาะ อย่างเช่นตัวผมเอง ผมทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกตอนอายุ ๑๕ ตอนนั้นก็เป็น สมาร์ตการ์ด (Smart Card) แล้ว แล้วผมก็อยู่กับบัตรสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ที่ไม่ได้ฉลาด สมชื่อสมาร์ตการ์ด (Smart Card) มาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี โดยเราทุกคนไม่ใช่แค่ตัวผมเอง แต่ประชาชนทุกคนก็มีคำถามว่า เราจะทำสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ไปทำไม ถ้าเรายังต้อง ทำสำเนาทุกครั้งที่เราไปติดต่อราชการ เพราะฉะนั้นการที่มีรายงานฉบับนี้ผมเชื่อว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะสามารถตอบประชาชนได้ว่าการใช้สมาร์ตการ์ด (Smart Card) ของประเทศไทยไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว แล้วเมื่อไรที่บัตรจะฉลาดสมชื่อสมาร์ตการ์ด (Smart Card) จริง ๆ ในรายงานมีการพูดถึงการรวบรวมข้อมูล หรือว่าการใช้บัตร เพื่อเป็นบัตรใบเดียว เป็นการรวมข้อมูลของบัตรหลาย ๆ อย่าง ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็สงสัยว่า ทำไมเราต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนกับใบขับขี่ที่ข้อมูลในบัตรแทบจะเหมือนกัน แต่เรา ต้องมีแยกกันคนละใบ ทำไมเราไม่สามารถรวมกันเป็นใบเดียวได้ นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหา ตามมาอย่างที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปว่าจริง ๆ แล้วบัตรประจำตัวประชาชนนั้น สามารถเก็บข้อมูลหรือเป็นตัวเชื่อม หรือตัวส่งผ่านข้อมูลที่ดีกว่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในการรักษาพยาบาล ข้อมูลเรื่องสุขภาพ หรือแม้แต่ข้อมูลในการรับสวัสดิการจากทางรัฐบาล ทำไมเราต้องมีบัตรคนจน ทำไมเราต้อง มีบัตรผู้ป่วย ผู้สูงอายุ บัตรคนชรา บัตรผู้พิการต่าง ๆ มากมาย ทั้ง ๆ ที่เราสามารถรวมเป็น บัตรใบเดียวได้เพื่อที่จะทำให้ประชาชนไม่ต้องลำบาก และในอนาคตผมเห็นมีการพูดไปถึงว่า อาจจะไม่ต้องมีบัตรที่เป็นบัตรแข็งแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งก็ดีครับ เป็นการมองไปในอนาคตที่ดี และผมหวังว่าจะเกิดขึ้นจริง แต่คำถามคือตอนนี้มันเป็นถึงไหนแล้ว บัตรเราพร้อม ถึงขนาดไหนแล้วครับ โดยข้อมูลที่ผมพอจะทราบ ตัวบัตรเองไม่ได้มีปัญหา ตัวสเปก (Spec) ของบัตรเองสามารถรองรับสิ่งที่เราต้องการจะทำได้ แล้วปัญหามันเกิดจากอะไร สุดท้าย มันก็ลงมาที่ปัญหาก็คือระบบของทางราชการ ระบบของประเทศไทย หรือต้องเรียกว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital) ของประเทศไทยอาจจะยังไม่พร้อมเอง ที่ถึงแม้เรา จะมีบัตรที่พร้อม แต่ระบบที่อยู่รอบ ๆ นั้นไม่สามารถทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้ ไม่สามารถ เป็นระบบได้ เรื่องการทำเอ็นดีไอดี (NDID) หรือเนชันนัล ดิจิทัล ไอดี (National Digital ID) อันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นสิ่งที่มีการพูดกันมาอย่างน้อย ๆ ก็ ๔-๕ ปีแล้ว แล้วผมหวังว่า จะเสร็จเสียที เพื่อที่เราจะได้ใช้ประโยชน์กับมันเสียที เราได้ยินคำนี้มานานมาก
อีกประเด็นหนึ่งก็คือการใช้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นบัตรเอทีเอ็ม (ATM) หรือถ้าจะมองไปในอนาคตอาจจะเป็นได้มากกว่านั้นครับ อาจจะอี-วอลเล็ต (e-Wallet) คริปโต วอลเล็ต (Crypto Wallet) หรือแม้แต่เป็นกระเป๋า หรือว่าช่องทางเป็นบัญชี เป็นแอดเดรส (Address) อะไรก็ได้ที่ในอนาคตสามารถรองรับระบบที่เราจะนำมาใช้ได้ ซึ่งถ้าทำเป็นคริปโต วอลเล็ต (Crypto Wallet) หรืออี-วอลเล็ต (e-Wallet) จริง ๆ มันก็จะ สามารถสอดคล้องกับธนาคารกลางที่กำลังทำซีบีดีซี (CBDC) หรือหน่วยเงินดิจิทัล (Digital) ของธนาคารกลางของประเทศไทย ซึ่งอันนั้นมันก็จะสามารถเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่นได้ และที่สำคัญคือผมอยากให้มีการพูดถึงอีกสักนิดหนึ่งก็คือ มันอาจจะมีกฎหมายบางข้อ ที่เป็นข้อจำกัดที่ว่าถ้าเราจะพัฒนาหรือเราจะเอาข้อมูลมาใส่ในบัตรประจำตัวประชาชน ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราจะรวมบัตรประจำตัวประชาชนกับใบขับขี่มีกฎหมายอะไรที่ทำให้มัน เกิดขึ้นไม่ได้หรือไม่เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ตรงนั้นด้วย การอำนวยความสะดวกครบวงจร เมื่อติดต่อราชการอันนี้ก็คือถ้าเราสามารถรวมทุกอย่างได้ เราก็จะไม่มีปัญหา สมมุตินะครับ ว่าบัตรประจำตัวประชาชนสามารถเก็บข้อมูลได้ว่าคนนี้เป็นเกษตรกร มีข้อมูลทำอะไรบ้าง ทีนี้จะไม่มีปัญหาเหมือนกับรอบที่ผ่าน ๆ มาที่เวลาจะให้ลงทะเบียนว่าขอรับเงินชดเชย เราปลูกข้าวแล้วเสียหายเท่าไรปรากฏว่าต้องไปติดต่อ ๓-๔ หน่วยงาน เพื่อที่เราจะได้รู้ว่า เรามีข้อมูลอยู่ในหน่วยงานไหนบ้าง ซึ่งตอนนี้ทำให้ประชาชนลำบากมาก เดี๋ยวต้องไปประมง เดี๋ยวต้องไปเกษตร เดี๋ยวต้องไปปศุสัตว์ ซึ่งมันสร้างความลำบากมาก โดยเฉพาะอย่างในพื้นที่ ของผมนี้ ๓ หน่วยนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ กัน เพราะฉะนั้นกว่าประชาชนจะไปติดต่อแต่ละที่ ๆ ทั้งเสียเวลา
มีจุดหนึ่งที่ผมอยากจะฝากนะครับ ก็คือรายงานตรงหน้า ๓๖ หน้าที่ ๓๖ เขียนไว้ว่า ตอนนี้มีหน่วยงานของภาครัฐ ๖๐ หน่วยงาน ที่แจ้งว่าไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร สำเนาบัตร หรือสำเนาทะเบียนบัตรแล้ว แต่ว่ามันก็มีการเขียนข้อความหนึ่งไว้ว่า หากมีการ ขออาจจะเป็นเรื่องทางการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมันก็หมายความว่าถึงจะบอกว่า ไม่ใช้แล้วแต่หน่วยงานอาจจะขอได้อยู่ดี ซึ่งผมอยากจะบังคับให้ชัดไปเลยครับ ถ้าระบบ เราทำได้ ถ้าหน่วยราชการมีความพร้อมก็ควรจะบอกไปเลยว่าไม่ต้องใช้ ไม่ต้องขอเด็ดขาด ควรจะเป็นระเบียบไปอย่างนั้นเลย ไม่ใช่เขียนว่าระบบพร้อมแล้วนะ แต่บางที่อาจจะขอ อย่างนี้ถ้าระบบพร้อม แต่ทุกที่ที่ขอประชาชนก็ต้องทำเหมือนเดิมครับ ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วก็ในรายงานยังมีการพูดถึงการเลือกตั้งการเอาระบบบล็อกเชน (Block chain) มาใช้ เพื่อความโปร่งใส แล้วก็สามารถรองรับกับอีโหวตติง (e-Voting) หรือคริปโต โหวตติง (Crypto Voting) คำศัพท์ที่ใช้ในรายงาน ซึ่งผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าตอนนี้ในหลาย ๆ ประเทศนั้นก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้และมีความโปร่งใสมากกว่าการเลือกตั้ง ในระบบที่เรากำลังใช้อยู่ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้ยินเพื่อนหลายท่านพูดถึงก็คือ แล้วเราจะดูแล ความปลอดภัยอย่างไรว่าคนที่เอาบัตรมาเป็นเจ้าของจริง ๆ จริง ๆ ต้องบอกว่าในภาคเอกชน ก็มีการตั้งคำถามเหล่านี้ แล้วสิ่งที่ทำก็คือการใช้ทู ออล ทรี เอฟเอ (Two all Three FA) ก็คือทูแฟกเตอร์ ออเทนทิเคชัน (Two-Factor Authentication) หรือการยืนยันตัวตน อย่างที่ ๒ อย่างที่ ๓ ยกตัวอย่างเช่นในการติดต่อ หรือว่าการทำธุรกรรมอาจจะต้องมีการส่งเอสเอ็มเอส (SMS) เป็นรหัส การส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ไปที่อีเมล (e-Mail) อย่างน้อย ๒ อย่างนี้ก็จะทำให้มัน ปลอดภัยมากขึ้นในการที่ใครจะเอาบัตรประจำตัวประชาชนเราไปสวมสิทธิ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ อาจจะต้องเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่า ถ้าเราทำบัตรให้สามารถทำได้หลาย ๆ อย่างและมีข้อมูล หลาย ๆ อย่างอยู่ในนั้น ความปลอดภัยของผู้เป็นเจ้าของบัตรเราจะรักษาความปลอดภัย ของเขาได้อย่างไร แล้วสุดท้ายครับมันก็คือเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอยู่ดี อย่างที่เราทราบกัน ถึงบัตรจะพร้อมแต่ถ้าโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อมไม่สามารถทำได้ ผมอยากจะเสริมโครงสร้าง พื้นฐานที่อาจจะละเอียดลงไป ก็คือถ้าเรามีบัตรประจำตัวประชาชนที่เก็บข้อมูลได้มากมาย ขนาดนี้แล้ว สมมุติเราทำได้แล้ว เราจะมีสถานที่ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้มากน้อยขนาดไหน ถ้าประชาชนมีบัตรที่ดีแต่ว่าต้องไปใช้ในเมืองตลอด อย่างในเขตพื้นที่ของผมเองที่อยู่พื้นที่ ไกล ๆ พ่อแม่พี่น้องในหมู่บ้านต้องขับรถ ๓๐-๔๐ กิโลเมตร เพื่อมาใช้บัตรผมว่ามันก็ ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้มากนัก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ควรจะ กระจายถึงระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล เพื่อที่จะทำให้ประชาชนสามารถใช้บัตรที่เรากำลัง พยายามทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด ผมเห็นด้วยกับที่ทำรายงานนะครับ อย่างไรก็ขอบคุณ อีกครั้ง ขอบคุณท่านประธานครับ