อัครเดช สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.อ้อย-น้ำตาล หวังเพิ่มสิทธิเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย โดยเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และข้อตกลง WTO พร้อมเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเกษตรกรไร่อ้อย ผลักดันให้ชาวไร่อ้อยมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนมากขึ้น และเสนอให้ใช้กองทุนดังกล่าวสนับสนุนเครื่องจักรเพื่อส่งเสริมการตัดอ้อยสด ลดปัญหาการเผาอ้อยและมลพิษ PM 2.5 ในพื้นที่ เช่น จังหวัดราชบุรี

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย ทั้งในส่วนของ ครม. เอง ที่เสนอโดยท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ในส่วนของทางภาคประชาชนที่มี ท่านปารเมศ โพธารากุล ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยได้เสนอเข้ามารวมกับ ร่างอื่นอีก ๖ ร่าง รวมเป็น ๘ ร่างของพรรคการเมืองต่าง ๆ กระผมเองก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่าที่มาอภิปรายในวันนี้ก็พูดในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการปลูกอ้อยเยอะเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย แล้วก็ พูดในฐานะที่เป็นลูกเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วยนะครับ ก่อนที่คุณพ่อผมจะเลิกปลูกอ้อย เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ผมเองก็โตมากับชาวไร่อ้อย ท่านปารเมศหรือท่านกำนันบอย ท่านก็เป็น อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านก็ทราบดี เพราะว่า ผมเองนั้นเข้าใจถึงจิตใจของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยนะครับ เพราะว่าเป็นลูกเกษตรกร ชาวไร่อ้อยมาก่อน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย ในครั้งนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับที่ภาคประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่อ้อยจะได้มีส่วนร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติในการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งล่าสุดนั้นก็ออกมาตั้งแต่ ปี ๒๕๒๗ ก็ถือว่าเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ก็ถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขให้เข้ากับสถานการณ์ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงเทคโนโลยีในเรื่องของการผลิตอ้อย สภาวการณ์ความเปลี่ยนแปลง ไปที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนที่ผมได้มีการพิจารณา ในส่วนของกฎหมายตรงนี้ได้เจอร่าง พ.ร.บ. ของ ครม. ที่พิจารณาโดยวิป (Whip) รัฐบาล ผมเองก็เป็นวิป (Whip) รัฐบาลครับ ก็ได้มีการพิจารณา ตรงนี้เราก็พบว่าร่างของ ครม. นั้น มีการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎของดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าเราเอง ต้องอยู่ในสังคมโลก แล้วต้องเป็นสมาชิกของดับเบิลยูทีโอ (WTO) ที่เราจะต้องเคารพ ในกฎเกณฑ์ กติกาของโลก ซึ่งทางร่างของ ครม. นั้นก็มีแก้ไขให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่าง องค์การการค้าระหว่างประเทศ อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทาง ครม. ก็ต้องดำเนินการ

ในส่วนของ พ.ร.บ. ที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่งวันนี้ก็มีผู้แทน ภาคประชาชนเข้ามาร่วมชี้แจงหลายท่าน ผมเองก็สนับสนุนครับ เพราะว่าในส่วนของ ร่างของภาคประชาชนนั้น ก็ได้มีการพูดถึงในการแก้ไขส่วนแบ่งรายได้ที่จะต้องแบ่งระหว่าง ผู้ประกอบการโรงงานกับในส่วนของเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยการนำเอทานอล (Ethanol) เข้ามาคำนวณเพื่อแบ่งให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย ซึ่งที่ผ่านมาตรงนี้ไม่ได้รับการมาคำนวณ เป็นส่วนแบ่งให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งก็ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะว่าปัจจุบันนี้ท่านประธาน ก็ทราบครับว่าเอทานอล (Ethanol) นั้นถือว่าเป็นพลังงานทางเลือกที่มีราคาสูง แล้วก็ทำ รายได้ให้กับโรงงานน้ำตาลมาเป็นระยะเวลาช้านานแล้ว ฉะนั้นการปรับปรุงกฎหมายตรงนี้ ตามความต้องการของภาคประชาชนนั้น ก็จะทำให้การแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้กับ พี่น้องเกษตรกรนั้นเกิดความเป็นธรรม ก็ขอสนับสนุนด้วย

ส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มีการเปลี่ยนแปลง สัดส่วนคณะกรรมการ เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการกองทุนต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่า ถ้ามีที่มาที่แตกต่างกันไป ความเป็นธรรมของการบริหารกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายนั้น ก็จะไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงในตรงนี้ผมเองก็สนับสนุนให้ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยนั้นเข้ามาเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ ผมก็จะพูดในประเด็นถัดไปเพราะว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ด้วย ที่กำลังจะเป็นปัญหาใหม่ของประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน จะพูดในประเด็นถัดไป

ส่วนที่ ๓ ก็คือเรื่องของการสร้างความสามัคคีให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่วันนี้ ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชาวไร่อ้อยจะเป็นสมาชิกสถาบันชาวไร่อ้อยได้เพียงแห่งเดียว ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๕ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าเราให้ชาวไร่อ้อยเป็นสมาชิกได้ หลายสถาบัน ก็จะเกิดสิ่งที่ไม่เป็นธรรมแล้วก็สร้างความแตกแยกให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่อ้อย ฉะนั้นตรงนี้ผมเองก็ส่งเสริมที่จะให้กฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนกำหนดให้ ชาวไร่อ้อยนั้นสามารถที่จะเป็นสมาชิกของสถาบันชาวไร่อ้อยได้เพียงแห่งเดียว อันนี้ก็เป็น ๓ เหตุผลหลัก ๆ ที่ผมจะได้สนับสนุน พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทรายในส่วนของ ภาคประชาชน

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมบอกว่าผมจะพูดคุยถึงเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพราะว่าตอนนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยถือว่าเป็นจำเลยของสังคม โดยเฉพาะที่ จังหวัดราชบุรี ผมเองนั้นได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในจังหวัดราชบุรี ก็ได้มีการไปพิจารณาประชุมที่จังหวัดราชบุรี ที่อำเภอบ้านโป่ง แล้วก็ได้มีการรับทราบปัญหาว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในต่างจังหวัดนั้นส่วนหนึ่งมาจาก การเผาไร่นา โดยเฉพาะในส่วนของนาข้าวแล้วก็ไร่อ้อย ตรงนี้ถ้าเรามีคณะกรรมการบริหาร กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ผมคิดว่ากองทุนบางส่วนนั้นสามารถสนับสนุนให้ชาวไร่อ้อยนั้น สามารถที่จะจัดซื้อเครื่องจักรกลในการที่จะลดปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานได้ เมื่อไม่กี่วันนี้ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ท่านได้มอบหมายให้เลขานุการประจำตัวท่านไปที่อำเภอบ้านโป่ง แล้วก็ที่อำเภอท่าม่วง ทั้งจังหวัดราชบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อที่ท่านจะได้รณรงค์เรื่องของการตัดอ้อยสด ลดปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งที่จังหวัดราชบุรี แล้วก็จังหวัดกาญจนบุรี ก็ถือว่าท่านเป็นรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์เป็นอย่างยิ่งที่ได้รณรงค์ และให้ความสำคัญในการให้พี่น้องเกษตรกรได้ตัดอ้อยสด ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านได้ มอบหมายให้เลขานุการรัฐมนตรีไปมอบเครื่องสางใบอ้อย ซึ่งเป็นการลดเรื่องของการจุดตัด ก็ถือเป็นวิสัยทัศน์ของท่าน ผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดราชบุรี ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มา ณ โอกาสนี้ที่ท่านได้เห็นความสำคัญ ฉะนั้น ถ้ากฎหมายตรงนี้ได้รับการแก้ไขให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มาจากเกษตรกรมากขึ้น ผมคิดว่าอนาคตเงินจากกองทุนนี้ก็สามารถที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ในการที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกร ในการจัดหาเครื่องจักรกลในการตัดอ้อย ซึ่งปัจจุบันนี้เครื่องจักรกลมีราคาสูง ถ้าเรามี การบริหารกองทุนในการช่วยเหลือตรงนี้ อนาคตในการจุดตัดอ้อยในการที่จะเกิดไฟไหม้อ้อย ก็จะลดลงไป ก็จะเป็นการสร้างสุขภาพอนามัยแล้วก็สิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปได้ ตรงนี้ก็ขอฝากทางท่านรัฐมนตรีที่ท่านจะได้สนับสนุนภารกิจในการที่จะได้ตัดอ้อยสด ให้มากขึ้น ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

โดยสรุปครับท่านประธานก็ขอสนับสนุนในส่วนของ พ.ร.บ. อ้อย และน้ำตาลทรายในส่วนที่ ครม. เสนอเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของดับเบิลยูทีโอ (WTO) ที่เรามี ปัญหาฟ้องร้องกัน กับส่วนที่ ๒ ก็คือ พ.ร.บ. ในส่วนของภาคประชาชนที่มีการแก้ไข ๓ ประเด็นหลัก ๆ ที่ได้อภิปรายไปแล้ว กระผมเองก็ขอได้ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นในส่วนนี้ได้พิจารณานำกฎหมายทั้ง ๘ ฉบับ นำส่วนที่ดีต่าง ๆ มาพิจารณาและแก้ไข ออกเป็นกฎหมายใหม่เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ