สัญญา นิลสุพรรณ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย โดยเน้นย้ำปัญหาของเกษตรกรที่ปลูกอ้อย คือราคาต่ำและแหล่งน้ำไม่เพียงพอ และขอให้รัฐบาลพัฒนาแหล่งน้ำให้เกษตรกร และหารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่เป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐนะครับ ของผมเอง ในเขตผมเองท่านประธานครับอำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอชุมแสง ทั้ง ๓ อำเภอ ก็มีโรงงานน้ำตาลตั้งอยู่ แล้วก็มีเกษตรกร ที่ประกอบอาชีพทำไร่อ้อย ผมเองเมื่อปี ๒๕๓๔ ก็ได้มีประสบการณ์โดยตรงนะครับ ที่บ้านเองก็เคยเป็นเกษตรกรที่ปลูกอ้อยนะครับ วันนี้ผมเองได้มีโอกาสได้คุยกันในเรื่องของ การเสนอร่างพระบัญญัติโดยร่วมลงชื่อกับท่านวีระกร คำประกอบ ในการเสนอญัตติที่จะให้มี การร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายขึ้นมา เพราะทุกวันนี้ครับท่านประธานครับ ปัญหาของเกษตรกรที่ปลูกอ้อยนี่ก็เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้วนะครับ มีสมาคมชาวไร่อ้อย ตามจังหวัดต่าง ๆ แทบจะทุกจังหวัดมีการประชุม ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปร่วมประชุม กับสมาคมชาวไร่อ้อยได้ฟังปัญหา วันนี้ผมเองก็ได้รับปัญหาจากเกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมา ก็ราคาอ้อยตกต่ำนี่รู้อยู่แล้วนะครับ เพราะว่าเราถูกดับเบิลยูทีโอ (WTO) มีมาตรการ ในการที่ห้ามเรา เกษตรกรเองก็เข้าใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณทางรัฐบาลนะครับ โดยเมื่อปีที่แล้วเองนี่ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ท่านได้หาแนวทาง จนสามารถไปช่วยเหลือเกษตรกรได้ วันนี้เองนี่ก็ยังมีคำขอบคุณมาอยู่นะครับ วันนี้เอง ที่เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวเป็นอ้อยสดก็ได้ราคา ๙๕๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่ผมจะ นำเรียนกับท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นมาที่จะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือว่าปัจจุบันพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๒๗ นี่ก็อย่างที่ได้รับรู้ว่า นานแล้วนะครับ ผลประโยชน์ของอ้อยที่มันเพิ่มมากขึ้นนี่มันยังไม่มีอยู่ใน พ.ร.บ. วันนี้เอง ผมสนับสนุนร่างที่รัฐบาลเป็นคนเสนอ ผมเห็นแล้วครับ เพราะว่าดูแล้วนี่ก็เป็นมาตรการหนึ่ง ซึ่งเราจำเป็นเราอยู่ในองค์การการค้าของโลกนี่ รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้อง แต่จะฝากไปก็คือเรื่องของการดูเรื่องของจะทำให้ราคาดีขึ้นนะครับ โดยพิจารณาเรื่องของ การแบ่งปันผลพลอยได้จากชานอ้อยเอง จากสิ่งที่อ้อยจะทำประโยชน์ วันนี้เองเกษตรกร มีปัญหาหลักมาจากเรื่องแหล่งน้ำครับท่านประธาน สุดท้ายถ้าแหล่งน้ำดีนะครับ ปัญหาของ รัฐบาลจะน้อยลงจริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้พูดเล่น ผมพูดเรื่องน้ำแทบจะทุกครั้ง วันนี้เรื่องอ้อย เองนี่ผมถามเกษตรกรที่เป็นผู้นำในชุมชนเองว่าสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือคืออะไร เรื่องราคาแน่นอนอยู่แล้วนะครับ เป็นเรื่องที่มาตรฐาน แต่ว่าสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนและถือว่า น่าจะเป็นปัญหาหลัก ๆ เลยก็คือเรื่องแหล่งน้ำ ทุกวันนี้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยเวลาเก็บเกี่ยว ผลผลิต ปรากฏว่าค่าซีซีเอส (C.C.S.) หรือว่าค่าความหวานจะน้อยลงครับท่านประธาน เพราะว่าน้ำน้อย เวลาน้ำไม่มีทำให้อ้อยนี่ค่าความหวานก็จะลดต่ำลงไปด้วย พอค่าซีซีเอส (C.C.S.) ต่ำ ราคาต่อตันก็จะน้อยลง ก็ยังฝากไปนะครับ นอกจากเรื่อง พ.ร.บ. แล้ว ปัญหา ที่มองข้ามไม่ได้ครับ เรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำให้เกษตรกร ถ้าเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มีแหล่งน้ำที่ดี ลดต้นทุนการผลิตก็จะต่ำไปนะครับ ราคาอ้อยเราก็ไม่รู้นะครับ อาจจะไม่ต้อง ถึงพันก็อาจจะอยู่ได้นะครับ เพราะว่าค่าความหวานสูง ไปขายก็ได้ราคา อันนี้ต้องฝาก เป็นโจทย์หนึ่งว่านอกจากเรื่องของพระราชบัญญัติที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข สิ่งที่เราจะทำให้ ปัญหาของเกษตรกรลดน้อย ไม่ว่าจะปลูกอ้อยเกษตรกรอื่นก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวนานี่ คล้าย ๆ กันนะครับ คล้าย ๆ กัน คือต้นทุนเขาสูง ทำให้ราคานี่ก็ต้องขายสูงไปด้วย แต่ถ้าเรา ลดต้นทุนในเรื่องของแหล่งน้ำซึ่งสำคัญที่สุด ทุกวันนี้ต้นทุนไปอยู่ที่เรื่องแหล่งน้ำเสียมาก ถ้าเราแก้ปัญหาเรื่องนี้กันได้ต้องขอฝากทางรัฐบาลด้วยนะครับ วันนี้มีโครงการมากมาย ที่เราได้พิจารณา แล้วถ้าเราพัฒนาแหล่งน้ำลดต้นทุนได้เรามีร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่แล้ว ผมเชื่อว่าเรื่องราคาก็เป็นเรื่องรองนะครับ น่าจะเป็นเรื่องรองไปเลย ถ้าเราลดต้นทุนได้ แล้วมีระบบการแบ่งปันผลพลอยได้จากผลิตภัณฑ์อ้อย ให้เกษตรกรได้อย่างเป็นธรรม
สุดท้ายผมก็ขอสนับสนุนร่างที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอว่าจะสามารถทำให้ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยมีร่างพระราชบัญญัติที่เป็นธรรม แล้วก็ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ เกษตรกรครับ ขอบคุณท่านประธานครับ