เกียรติ ชี้ร่าง พ.ร.บ. อ้อย-น้ำตาล ยังแก้ปัญหาไม่ครบ ต้องปรับโครงสร้างระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓

เกียรติ สิทธีอมร หารือร่าง พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทรายทั้ง 8 ฉบับ โดยมองว่าแม้มีเป้าหมายดีแต่ยังแก้ปัญหาไม่ครอบคลุม จำเป็นต้องปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมทั้งระบบ ทั้งการเพิ่มผลิตภาพ มาตรฐานการผลิต การอ้างอิงมาตรฐานสากล ความชัดเจนของกองทุน และการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการจัดตั้งสถาบันวิจัยอ้อยและน้ำตาล ความเสี่ยงจากการไม่สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก และเสนอแนวทางการจัดทำกองทุนอย่างยั่งยืนด้วยการเก็บภาษีสรรพสามิตและใช้รายได้แบบบูรณาการแทนการอุดหนุนจากรัฐ รวมถึงการทบทวนกลไกการนำเข้าและการชดเชยที่อาจถูกมองว่าเป็นการอุดหนุน เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต และเรียกร้องให้มีแผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมรองรับนอกเหนือจากการแก้กฎหมายเพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วมอภิปรายในเรื่องร่าง พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ทั้ง ๘ ฉบับนะครับ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณทุกร่างเลยครับ ทุกร่างมีเป้าหมายที่ดีมากคือช่วยเหลือเกษตรกรให้เกิด ความเป็นธรรมขึ้น แล้วก็ปรับให้เข้ากับยุค เข้ากับสมัยครับ เพราะว่าปี ๒๕๒๗ มันเก่ามาก มันไปไม่ได้แล้วครับ อันนี้ก็เป็นปัญหากับทั้งผู้ประกอบการ แล้วก็เกษตรกร แต่ทีนี้ครับ ท่านประธานครับ แค่แก้กฎหมายไม่ตอบโจทย์ จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการปรับ โครงสร้างของอุตสาหกรรมการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ ซึ่งจริง ๆ ผมอยากย้อนไปนิดนึ่งครับ ในปี ๒๕๕๙ เคยมีมติ ครม. ว่าจะทำให้ยั่งยืนได้ต้องทำ ๕ เรื่อง แล้วการแก้กฎหมายครั้งนี้ครับ ทั้ง ๘ ร่างนี่นะครับอาจจะตอบโจทย์เพียง ๒-๓ เรื่อง เท่านั้นเอง ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องทำอีก ๕ เรื่องนั้นประกอบด้วยอะไรบ้างครับ

อันแรกคือ ปรับปรุง พ.ร.บ. ซึ่งอันนี้เรากำลังทำกันอยู่

อันที่ ๒ คือ การเพิ่มผลิตภาพอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งต้องไปพูดถึงเรื่อง การเก็บเกี่ยว การช่วยเหลือ การดูแลเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ของเกษตรกร ตรงนี้ยังไม่ชัด ยังไม่ชัดนะครับ

อันที่ ๓ การกำหนดมาตรฐานน้ำตาลทราย ต้นทุนมาตรฐานการผลิตอ้อย และน้ำตาลทราย ตรงนี้ยังไม่พูดถึงนะครับ แล้วในกฎหมายทุกร่างยังไม่พูดถึงเลยว่า ประเทศไทยนี่ในกระบวนการผลิตทั้งอ้อยและน้ำตาลทรายเราจะใช้มาตรฐานอะไรครับ จริง ๆ มาตรฐานโลกเราค้าขายนะครับท่านประธาน เราส่งออกเยอะมากไปตลาดโลกเราจะ อิงตลาดโลกไหมครับ เพราะมาตรฐานโคเดกซ์ (Codex) มีนะครับ ปี ๑๙๙๙ และมาแก้ไข หลังสุดปี ๒๐๑๙ อันนี้จะอ้างอิงไหมครับ อันนี้เป็นหน้าที่ของกรรมการซึ่งอยู่ในกรอบ กฎหมายฉบับนี้ แต่ยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน

เรื่องที่ ๔ จะรักษาเสถียรภาพของกองทุนอย่างไร กองทุนก็คือที่มาของเงิน และเอาเงินไปใช้ทำอะไรได้บ้าง จะมีเสถียรภาพอย่างไร ตรงนี้ที่ร่างมาทั้ง ๘ ฉบับ ยังไม่มี ความชัดเจนเท่าไร

ประการสุดท้ายครับ การจัดตั้งสถาบันวิจัยอ้อยและน้ำตาล และอุตสาหกรรม ต่อเนื่อง ตรงนี้ความจริงเป็นเป้าหมายตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ แล้วนะครับ แต่เท่าที่ผมทราบ และตรวจสอบมา ปีนี้ยังเป็นแค่พันธกิจของสำนักงานว่าจะทำเป็นภารกิจเป็นพันธกิจ ของปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นจนถึงวันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงปัจจุบัน ตรงนี้ยังไม่ตั้งไข่ ยังไม่ชัดเจน แต่ทั้ง ๕ ภารกิจนี่เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลให้ยั่งยืน ทุกร่างท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาในรายละเอียด ก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ สภานะครับ ทำเอกสารมาสมบูรณ์มากครับ และเปรียบเทียบกันชัดเจน มีเป้าหมายหลัก ๆ ๓ เรื่องเท่านั้นนะครับ อันแรกก็คือการปรับโครงสร้างและบทบาทของกองทุน อันที่ ๒ ก็คือ การแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก และอันที่ ๓ ก็คือการแบ่งปัน ผลประโยชน์ ปรับสูตร ปรับส่วนแบ่ง อันนี้ถูกต้องหมดเลยครับ ทั้ง ๓ ข้อนี่ต้องเป็นเป้าหมาย ที่ชัดเจน แต่ผมต้องฝากบางประเด็นให้กับคณะกรรมาธิการไปพิจารณาดูในขั้นต่อไปว่า มันตอบโจทย์จริง ๆ ไหม ตามเป้าหมายของเราหรือเปล่านะครับ

ประการแรก ที่มาของเงินและที่ไปของเงินในกองทุน มันมีการปรับที่มาของ รายได้ ซึ่งจริง ๆ เดิมมันมีความชัดเจนแล้วว่าที่มาของรายได้มี ๘ เรื่อง แล้วเราต้องตัด ออกไป ๒ เรื่อง คือเงินอุดหนุนของรัฐบาลนี้ไปไม่ได้ อันนี้มันขัดกับองค์การการค้าโลก แล้วก็เงินกู้อนุมัติโดย ครม. อันนี้ก็ต้องตัดทิ้งไป อันนี้ถูกต้องครับ มาถูกทางแล้วครับ แต่ผมยังไม่เห็นแนวทางที่จะทำให้กองทุนนี้ยั่งยืนได้โดยไม่ผิดองค์การการค้าโลก และไม่ต้อง อุดหนุนอยู่เรื่อยไปนะครับ ผมอยากวิงวอนนะครับ ท่านไปดูโครงสร้างของหลายประเทศ ของอินเดียก็มีครับ ของประเทศที่เป็นชั้นนำที่เป็นผู้ส่งออกนะครับ เขามีภาษีบางประเภท ที่เก็บเข้าและเข้ากองทุนเลยครับ ภาษีสรรพสามิต เป็นต้น ที่อินเดียเขาเก็บครับ อันนี้ก็ลองไปดูนะครับ ไม่มีเวลาที่จะลงในรายละเอียดของทุกประเทศ แต่ผมคิดว่า มีหลายกรณีที่เป็นแนวคิดที่ดีที่นำมาใช้ได้นะครับ เพราะฉะนั้นที่มาของเงิน ทำอย่างไร กองทุนนี้ถึงจะมีเสถียรภาพ ยั่งยืน แล้วก็เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อันนี้ก็เป็นโจทย์ข้อที่ ๑ อันนี้มีการปรับในรายละเอียด ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะว่าคงไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ความสำคัญของกองทุนนี้ก็คือว่าเงินจะเข้ามาอย่างไร ผมอยากให้พิจารณาอย่างนี้ครับ ถ้าเราพิจารณาเป็นสัดส่วนของรายได้ของทั้งระบบเลยครับ มันจะเข้ากองทุนอยู่เรื่อย ๆ ไม่ต้องแยกครับ ในประเทศ นอกประเทศ อันนี้จะทำให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับ องค์การการค้าโลกครับ ทำได้ครับ และกองทุนนี้จะยั่งยืนในที่สุดนะครับ เงินอุดหนุนรัฐบาล ต้องตัดทิ้ง อันนี้ไปไม่ได้อยู่แล้ว

ทีนี้ประเด็นต่อมาว่าการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก ผมฝากท่านตอบโจทย์ตรงนี้นะครับ ทำไมอินเดียครับ เงินกองทุนของอินเดียมาจากรัฐบาล ส่วนหนึ่งนะครับ ทำไมเขาไม่โดนร้อง ทำไมประเทศไทยโดนร้อง อันนี้เป็นเรื่องของการเมือง ระหว่างประเทศล้วน ๆ และการเจรจาระหว่างประเทศเราเข้มพอไหม เราเก่งพอไหม ทันเกมไหม ทันโลกไหม เราแก้ให้ตาย ถ้าเรายังไม่ทันเกมก็แพ้อยู่ดี ตรงนี้ต้องฝาก ท่านกรรมาธิการไปดูให้ทะลุครับ เพราะว่าแก้กฎหมายครั้งนี้มันต้องตอบโจทย์เหล่านี้ด้วย ในแง่ของการใช้เงินชดเชยเพื่อจูงใจให้เปลี่ยนอาชีพ อันนี้ไปไม่ได้เหมือนกันครับ อันนี้ก็คง ต้องฝากกรรมการไว้ในอนาคต เพราะถ้าไปทำก็ขัดกับองค์การการค้าโลกอยู่ดีนะครับ ในแง่ ของการกำหนดราคา ทำไม่ได้เหมือนกันครับ ทำอย่างไรท่านไปกำหนดราคาก็ไม่ได้ ท่านตัด ออกไปถูกต้องครับ แต่การนำเข้าที่ท่านเขียนไว้ในกฎหมายจนถึงทุกวันนี้ ทุกร่างเลยนะครับ ที่บอกว่าผู้ใดจะ นำเข้าน้ำตาลทรายต้องได้รับอนุญาตจากกรรมการ ผมว่ายังไม่ตอบโจทย์หรอกครับ มันขึ้นอยู่กับเหตุผล ในการกำกับดูแลการนำเข้าอยู่ที่เหตุผลของการไม่ให้อนุญาต และเหตุผลเดียวที่จะรับได้ก็คือการคุ้มครองผู้บริโภค ก็คือพูดง่าย ๆ ถ้ามีของคุณภาพต่ำ ราคาถูกจะมาตีตลาด เรามีสิทธิกีดกัน เรามีสิทธิไม่ให้นำเข้า แต่ไม่ใช่เพราะว่าอยู่ดี ๆ ไม่อยากให้นำเข้า ขออนุญาตอีกนิดนะครับท่านประธาน จะพยายามรวบรัดที่สุดนะครับ แต่สาระมันมีเยอะมากจริง ๆ ครับ ฉะนั้นตรงนี้เองผมขอให้ท่านไปดูในบทบาทของกรรมการ ในการกำกับดูแลการนำเข้าตามเหตุผลที่อนุญาตโดยองค์การการค้าโลก ไม่ใช่ตามอำเภอใจ ของกรรมการ ถ้าท่านเขียนกฎหมายในลักษณะที่ตามอำเภอใจของกรรมการ ท่านก็จะเจอ ปัญหาในการร้องเรียนกับองค์การการค้าโลกอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้นที่เขียน ณ วันนี้ในหน้า ๗๓ ของเอกสารนะครับ ยังไม่แก้ปัญหานะครับ ยังไม่ตอบโจทย์ การอุดหนุนท่านเปลี่ยนวิธีคิด ท่านเปลี่ยนสูตรนิดหนึ่ง ท่านก็บอกยกเลิกการชดเชยแก่โรงงานนำส่วนต่างที่เกิดขึ้น แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านก็ลงรายละเอียดเลยนะครับ เอาต้นทุนบวกสุดท้าย ราคาขั้นต้น ราคาขั้น สุดท้าย แล้วเอาไปปีถัดไปครับ ท่านครับ ถ้าผมเป็นประเทศที่แข่งกับประเทศไทยผมยังร้อง ได้ครับ ยังขัดอยู่ครับ เพราะท่านลากปัญหาครับ ท่านลากการอุดหนุน ไม่อุดหนุนปีนี้ ท่านลากไปปีถัดไป เอาให้ดีนะครับ ตรงนี้ผมก็ฝากท่านในกรรมาธิการ มันไม่ใช่เรื่องของ ราคานะครับ องค์การการค้าโลกให้อนุญาตท่านชดเชยรายได้ให้กับประชาชนที่รายได้น้อย เพราะรายได้จากสินค้าเกษตรมันไม่สอดคล้องกับรายได้ขั้นต่ำที่เขากำหนดไว้ ไม่ใช่ราคา ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ระวังนิดเถอะครับ เพราะเดี๋ยวจะแก้ไปแล้วก็ไม่ตอบโจทย์

อีกประการหนึ่ง ประการสุดท้ายคือการแบ่งปันผลประโยชน์ อันนี้ถูกต้อง ต้องแก้ครับ เพราะว่ามันมีรายได้อื่นแล้วหลังจากหลายปีผ่านไปมันมีรายได้อื่น ๆ จาก ผลพลอยได้อื่น ๆ แต่ผมยังไม่เห็นร่างใดที่เขียนไว้ชัดนะครับ ว่าคำจำกัดความของ ผลพลอยได้อื่น หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ คืออะไรบ้าง ท่านจะเจอปัญหาอย่างนี้ครับว่า ท่านต้อง เอาให้ชัดว่าอะไรคือวัตถุดิบ อะไรคือการแปรรูป อะไรคืออุตสาหกรรมต่อเนื่อง ถ้าท่านจะให้ เอาผลพลอยได้หรือเป็นรายได้จากอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องลงทุนเพิ่ม อันนี้ยุ่งแล้วนะครับ แต่ถ้าเป็นผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตอ้อยและน้ำตาล แล้วเอารายได้เหล่านั้น มาผนวกรวมอันนี้จะชัด ฉะนั้นบางร่างใน ๘ ร่างนี้สับสนนะครับ ท่านช่วยดูให้ถี่ถ้วนก็แล้วกัน เพราะว่าอันนี้จะเป็นตัวที่จะสร้างปัญหาได้ถ้าคำจำกัดความนี้ไม่มีความชัดเจน แต่การชดเชย ในปีถัดไปผมวิงวอนเถอะครับ ดูให้ดีเถอะครับ เพราะไม่อย่างนั้นนั่นคือการลากปัญหาแล้วไป ชดเชยในปีถัดไป ก็ยังผิดอยู่เพราะการชดเชยของท่านอ้างอิงราคา ไม่ได้อ้างอิงรายได้ของ เกษตรกร

สุดท้ายท่านประธานครับ การแก้ครั้งนี้ผมคิดว่าต้องแก้ให้ตอบโจทย์นะครับ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนทั้ง ๘ ร่างมาถูกทางครับ แต่วิธีการที่เขียนไว้ผมยังมีความกังวลอยู่ หลายข้อก็ฝากกรรมาธิการไปช่วยกันพิจารณาในชั้นต่อไป แล้วก็ต้องไม่ใช่เพียงแก้กฎหมาย นะครับ ผมคิดว่าต้องมีแผนกรรมาธิการฝากดูนิดหนึ่งครับ เพราะแผนการปรับโครงสร้าง ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลมี ๕ เรื่องที่ต้องทำครับ กฎหมายนี้ตอบโจทย์ไม่กี่เรื่อง ไม่ใช่ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นต้องมีความชัดเจนว่าในที่สุดแล้วเกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด และผู้ประกอบการเองก็อยู่ได้ ขอบพระคุณครับ