สุรทิน พิจารณ์ หารือร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับใหม่ โดยเน้นย้ำปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบโควตาและการถูกกล่าวหาในเวทีดับเบิลยูทีโอ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมเหตุผลเมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายอุดหนุนของอินเดียที่ไม่ถูกฟ้องร้อง รวมถึงเรียกร้องให้ทบทวนมาตรา 17 (7) ที่จำกัดสิทธิ์การจัดตั้งสถาบันชาวไร่อ้อย ซึ่งทำให้เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถรวมตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันความยุติธรรมและโอกาสที่เท่าเทียมในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ ๘ เข้ามา ประกบรัฐบาล ก็มีเหตุผลเนื่องจากชุมนุมสหกรณ์การเกษตรชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย นำโดยอดีต ส.ส. ปัญญา ศรีปัญญา ได้มีการประชุมที่ขอนแก่น โดยกรรมการได้ขอร้องให้ พรรคประชาธิปไตยใหม่ได้เสนอญัตติเพื่อประกบรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ ที่ใช้มานมนานแล้ว แล้วก็มีแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสมัย คสช. กระผมได้นำมติ ของพี่น้องชุมนุมสหกรณ์การเกษตรชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยมาขอความเมตตา จากทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลในสภาของเราแห่งนี้ ยื่นไปให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงนามเพื่อเสนอเป็นร่างประกบกับรัฐบาล กระผม ขอขอบคุณรัฐมนตรี ฯพณฯ ท่านสุริยะที่ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แก้ปัญหาให้กับ พี่น้องเกษตรกร เพราะ พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทรายในอดีตนั้นมันเป็นปัญหา มาแก้เรื่อง ระบบโควตาเกิดความไม่เป็นธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ ในโลกนี้ มีหลายประเทศที่ปลูกอ้อย ไม่ว่าจะเป็นประเทศบราซิล ประเทศอินเดีย หรือประเทศไทย การส่งน้ำตาลออกไปขายต่างประเทศนั้นก็มีแทบทุกประเทศ อันที่ ๑ ก็คือบราซิลที่ส่ง น้ำตาลออกสู่โลก ทั้งส่งออก ทั้งบริโภค ทั้งเอามาทำเอทานอล (Ethanol) แล้วก็ประเทศที่ ๒ ปลูกมากเป็นอันดับ ๒ ก็คืออินเดีย อินเดียปลูกแต่อินเดียก็ซื้อในประเทศราคาสูงกว่าราคา ที่ไปขายต่างประเทศเสียอีก เหมือนกับอุดหนุนเกษตรกรนั่นเอง แต่ประเทศไทยเราก็ช่วย เกษตรกร รัฐบาลก็ช่วยมา ทางบราซิลหาว่าเราไปอุดหนุนเกษตรกร ฟ้องดับเบิลยูทีโอ (WTO) แต่ไม่ฟ้องอินเดีย ท่านประธานครับ อันนี้คือความเป็นธรรมที่เรามองเห็นว่ามันเป็น สองมาตรฐานแล้วระดับโลก ไม่ฟ้องอินเดียแต่มาฟ้องประเทศไทย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอินเดียถึงแม้ว่าเขาจะขายในประเทศแต่ว่าน้ำตาลก็ยังไม่พอที่จะบริโภค จึงมี งบประมาณลงไปอุดหนุนเป็นระยะ ๆ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอินเดียตั้งงบประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ ล้านบาท พันรูปี ในการอุดหนุนเกษตรกรแต่ไม่ได้ถูกฟ้องท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานหีบอ้อยอยู่ประมาณ ๕๗ โรง มีเกษตรกรประมาณ ๒ ล้านครอบครัว เป็นไร่อยู่ประมาณ ๘.๔ ล้านไร่ที่ทำไร่อ้อย แต่ปัญหาทุกอย่างก็เกิดขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรรายเล็ก รายย่อยนะครับ ผมจะกราบเรียนเพียงสั้น ๆ ก็เนื่องจากว่า ท่านผู้ทรงเกียรติท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นร่างของรัฐบาล ร่างของเกษตรกร หรือร่าง ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายไปแล้ว ทุกท่านล้วนแต่มุ่งไปที่การช่วยเหลือ เกษตรกรชาวไร่อ้อยทั้งสิ้น นี่คือเป็นสิ่งที่น่าดีใจมากท่านประธานครับ เพราะว่า ส.ส. ในสภา หรือว่าตัวแทนของเกษตรกร แล้วก็มุ่งมาสู่ว่าทำอย่างไรพี่น้องชาวไร่อ้อยจะได้อยู่ดีมีสุข เหมือนเดิม สมัยก่อนคนที่มีไร่อ้อย ท่านประธานครับ เป็นคนที่มีสตางค์ โดยเฉพาะผมเป็นคนอีสาน เอาแรงงานจากอีสานมาตัดอ้อยที่ภาคกลาง ภาคเหนือ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นตรงกันข้าม คนที่มีอ้อยกลายเป็นคนที่มีหนี้มีสินต่าง ๆ นานาไป ท่านประธานครับ
เพราะฉะนั้นอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรชาวไร่อ้อย แห่งประเทศไทยติดใจก็คือมาตรา ๑๗ (๗) ท่านประธานครับ มาตรา ๑๗ (๗) มีเนื้อหาว่า ที่กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขขอจดทะเบียน และการรับจดทะเบียน สถาบันชาวไร่อ้อย ซึ่งต้องมีสมาชิกเป็นชาวไร่อ้อยไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คนครับท่านประธาน อันนี้มากทีเดียว และมีปริมาณอ้อยของสมาชิกที่ส่งให้แก่โรงงานใดโรงงานหนึ่งรวมกัน ไม่น้อยกว่า ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณอ้อยที่โรงงานนั้นหีบทั้งหมดในแต่ละฤดูกาล อันนี้ ชาวไร่อ้อยที่เป็นเกษตรกรรายเล็กรายน้อยลำบากมากที่จะรวมตัวกันได้ถึง ๖๐๐ คน ท่านประธานครับ ฝากไปที่รัฐมนตรีด้วยนะครับ นี่ละเรื่องหนึ่งที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร ชาวไร่อ้อยได้ขอร้องพรรคประชาธิปไตยใหม่ยื่นญัตติเพื่อไปแก้ตัวนี้ ควรยกเลิกได้ไหม หรือลดน้อยลง ลดเปอร์เซ็นต์น้อยลง ลดจำนวนคนน้อยลง อย่างเช่นพ่อตาผมมีอ้อยอยู่ ๒ ไร่ อย่างนี้ใช่ไหมครับสมมุติ ก็สามารถจะรวบรวมเพื่อนประมาณ ๕๐ คน ตั้งเป็นสถาบันชาวไร่อ้อยได้ไหม นี่คือกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาที่เกิดกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยจริง ๆ มาตรา ๑๗ (๗) ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปนั้น เป็นมาตราที่ขัดขวางในการที่จะจัดตั้ง องค์กรสถาบันชาวไร่อ้อยขึ้นมาเพื่อจะรับเงินชดเชยจากโรงงาน เพราะฉะนั้นกระผมจึงให้ เหตุผลว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะมาแก้ พ.ร.บ. มาตรา ๑๗ (๗) ที่เดียวนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอร้องไปที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หวังว่าเราจะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั้งหมดของ ประเทศไทย เพื่อให้ชีวิตได้ยั่งยืน ให้มันดีเหมือนกับอาชีพอื่น ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ทุกอย่างผมเป็นร่างสุดท้ายที่กราบเรียนท่านประธานไว้ ไม่ว่าจะเป็นร่างของรัฐบาล ที่ ฯพณฯ รัฐมนตรี ท่านสุริยะ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้เสนอหลักการไว้ดีมาก แล้วก็ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีก ๖ ร่างก็เสนอหลักการไว้สุดยอด ท่านตัวแทนเกษตรกร มันครอบคลุมหมดแล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมก็ขอเสนอหลักการของชุมนุม สหกรณ์การเกษตรชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เพียงแต่ว่าเขามุ่งมั่นที่จะแก้มาตรา ๑๗ (๗) ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ