ปารเมศ โพธารากุล หารือร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เพื่อปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการ กลไกการกำหนดราคาอ้อย และบทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาวไร่อ้อยให้เป็นธรรมและยั่งยืน พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและการค้าเสรีในบริบทเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม นายปารเมศ โพธารากุล เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวไร่อ้อย ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มแก้ไข พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ กับชาวไร่อ้อย จำนวน ๑๗,๘๓๙ คน เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผลในการเสนอการแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายในครั้งนี้ ดังนี้
หลักการ
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขและเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “อ้อย” “น้ำตาล” “น้ำตาลทราย” “ผลพลอยได้” และ “โรงงาน” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)
(๒) แก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗)
(๓) แก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทน ชาวไร่อ้อยและผู้แทนโรงงาน เพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการ เพิ่มเงื่อนไขของผู้เข้าร่วม ประชุมคณะกรรมการที่จะนับเป็นองค์ประชุม และเพิ่มเงื่อนไขการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ ของประธานกรรมการและรองประธานกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งเพิ่มอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๔ วรรคสอง มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗)
(๔) แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารกองทุน และเพิ่มหน้าที่ ของคณะกรรมการบริหารกองทุน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕)
(๕) เพิ่มเงินรายได้ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย และเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการดำเนินงานของกองทุนให้ประกอบ เข้ากองทุน และเพิ่มเหตุให้ชาวไร่อ้อยและโรงงานชำระค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รวมทั้งเพิ่มเติมการนำเงินของกองทุนอ้อยและ น้ำตาลทรายไปเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๐)
(๖) กำหนดหลักเกณฑ์ในกรณีที่ชาวไร่อ้อยจะเป็นสมาชิกสถาบันชาวไร่อ้อย ได้เพียงแห่งเดียว (แก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๓๕)
(๗) เพิ่มเติมบทบัญญัติให้คณะกรรมการน้ำตาลทรายเลือกกรรมการ ด้วยกันเป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการตำแหน่งละหนึ่งคน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๑)
(๘) แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิต และจำหน่ายน้ำตาลทรายระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน โดยให้นำส่วนต่างที่เกิดขึ้น มาประกอบการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นในปีถัดไป (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๖)
(๙) เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทราย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๑)
(๑๐) เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๓ (๒))
(๑๑) กำหนดวาระเริ่มแรกของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบริหารกองทุน คณะกรรมการอ้อย และคณะกรรมการ น้ำตาลทราย ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ชาวไร่อ้อยใดที่เป็นสมาชิก สถาบันชาวไร่อ้อยอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้บังคับใช้ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับอ้อยและน้ำตาลทรายที่ใช้บังคับอยู่ใน วันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (แก้ไขมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙)
โดยหลักการแก้ไข ชาวไร่อ้อย ๑๗,๘๓๙ คน ได้มีเหตุผลที่จะขอแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้
๑. อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยนับเป็นอุตสาหกรรมเกษตร ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองมาช้านาน มีส่วนสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจของประเทศ มีส่วนกระจายรายได้สู่ชนบทอย่างมีพลัง และสร้างความมั่นคง ให้แก่สังคมชนบทอย่างมีนัยสำคัญ มีเงินทุนหมุนเวียนในแต่ละปีกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีเกษตรกรชาวไร่อ้อย มีการจ้างแรงงานไร่อ้อยในโรงงาน และในงานบริการด้านขนส่งกว่า ๒ ล้านคน และมีผู้บริโภคในประเทศรวมถึงการส่งออกในต่างประเทศเป็นจำนวนมากมาย ในแต่ละปี
๒. สืบเนื่องจากระบบการบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นที่รู้จักกัน โดยทั่วไปที่เรียกว่าระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ๗๐ ๓๐ ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน น้ำตาล โดยมีพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นกฎหมายแม่บท ในการบริหารงานให้ชาวไร่อ้อย โรงงาน และราชการเข้ามามีส่วนในการบริหารงาน และมี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และคณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลในระดับสูงสุดเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี ที่มีการใช้กฎหมายฉบับนี้บริหารอุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด ได้ทราบว่ากฎหมายบางส่วน บางมาตราเป็นอุปสรรคต่อการบริหาร และยังไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมให้แก่ชาวไร่อ้อย ได้ตามเจตนารมณ์ของการประกาศใช้พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับนี้ ที่มุ่ง ประสงค์จะรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องชาวไร่อ้อย การแก้ไขครั้งนี้จึงหวังว่าจะก่อให้เกิด ความเป็นธรรมในการแบ่งปันผลประโยชน์
๓. การบริหารอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภายใต้พระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้นำพาให้อุตสาหกรรมนี้เจริญเติบโตมาพอสมควร แต่เราก็ต้องเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ ในกระแสการค้าโลกระดับพหุภาคี เช่น การเติบโต ของเออีซี (AEC) (เขตการค้าเสรีอาเซียน) และการปฏิบัติตามกฎ กติกาของดับเบิลยูทีโอ (WTO) หรือองค์การการค้าโลก จึงมีความจำเป็นที่ต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อประโยชน์ ต่อการทำการค้าในเวทีการค้าโลกด้วย
๔. การแก้ไขกฎหมายของชาวไร่อ้อย ซึ่งเป็นการเสนอของภาคประชาชน ได้พิจารณาเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายของส่วนราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนข้อเสนอของ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังเป็นเพียงการแก้ไขในส่วนของงานธุรการ รวมถึงข้อบกพร่อง ต่าง ๆ ของกฎหมายปี ๒๕๒๗ และแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎ กติกาขององค์การการค้าโลก คือดับเบิลยูทีโอ (WTO) เท่านั้น ยังไม่สามารถแก้ไขให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อย ได้อย่างแท้จริง ชาวไร่อ้อยจึงมีความจำเป็นต้องยกร่างแก้ไขกฎหมายโดยตนเองอย่างผู้ที่ เป็นเจ้าของผลประโยชน์ส่วนใหญ่ ให้สามารถรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องชาวไร่อ้อย ในระยะยาวได้อย่างแท้จริง เข้าตำราที่ว่าท่านเรียนรู้ได้ แต่รู้สึกไม่ได้ถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวไร่อ้อย
๕. การแก้ไขกฎหมายของชาวไร่อ้อยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายมีความเจริญเติบโต มีเสถียรภาพ และสามารถอำนวย ประโยชน์แก่พี่น้องชาวไร่อ้อยให้สามารถประกอบอาชีพนี้ต่อไปได้ในระยะยาว และหากว่า จะได้รับการสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ให้กฎหมายนี้ได้เป็นตัวอย่าง ในการบริหารสินค้าเกษตรในประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน