ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เสนอร่างและแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในการแบ่งปันผลประโยชน์ ราคาอ้อยตกต่ำ และผลกระทบจากภัยแล้งที่รุมเร้าเกษตรกร โดยเสนอการคืนสิทธิ์การแบ่งรายได้ตามสัดส่วน 30 ต่อ 70 พร้อมผลักดันการฟื้นฟูกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย และเร่งสนับสนุนการปรับปรุงพันธุ์อ้อย ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชีวภาพ รวมถึงให้สภาเร่งพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง 8 ฉบับเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ได้รับมอบหมายจากท่านกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และ ส.ส. จังหวัด สุพรรณบุรี อีก ๒ ท่านที่มีพื้นที่ปลูกอ้อยจำนวนมาก นั่นก็คือท่าน ส.ส. นพดล มาตรศรี และท่าน ส.ส. เสมอกัน เที่ยงธรรม ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
โดยมีหลักการ คือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “น้ำตาลทราย” และ “ผลพลอยได้” และเพิ่ม บทนิยามคำว่า “น้ำอ้อย” และ “เอทานอล” คือแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. อ้อย และน้ำตาลทราย พุทธศักราช ๒๕๒๘ ผมคงไม่ต้องอ่านคำนิยามที่ผมแก้หรือเพิ่มเติม เพราะว่ามีสมาชิกที่เสนอพระราชบัญญัติดังกล่าวได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวไปแล้ว ผมจะเสนอ เหตุผลคือ เพื่อความเป็นธรรมระหว่างการแบ่งผลประโยชน์ ๗๐ ๓๐ ให้เกิดความเป็นธรรม ต่อพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้มากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหายครับ ท่านวีระกร คำประกอบ ได้พูดถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้เห็นภาพไปแล้วนะครับ ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา ๓ ๔ ๕ ปีพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยนั้นประสบปัญหาความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสจริง ๆ ครับ เราจะดูได้จากไหนครับ ดูได้จากการที่หลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว ญัตติหนึ่งซึ่งเป็นญัตติแรกของสภาแห่งนี้หลังจากเราเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ เลือกเสร็จแล้วญัตติแรกมีผู้เสนอในสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ เสนอรวมกันทั้งหมด ๑๓ ฉบับด้วยกัน คือญัตติการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลการเกษตรตกต่ำ ราคาตกต่ำนะครับ เราได้มีการอภิปรายญัตติดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ อภิปรายกันอยู่ ๒ สัปดาห์ อภิปรายกัน ๓ วัน คือวันที่ ๒๗ มิถุนายน วันที่ ๓ กรกฎาคม และวันที่ ๔ กรกฎาคม เป็นที่มาของการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ตกต่ำ โดยมีท่านวีระกร คำประกอบ เป็นประธาน และตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นชุดหนึ่ง โดยมีท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาแก้ไขปัญหา เรื่องราคาอ้อยตกต่ำ สภาได้พิจารณาแล้ว มีเอกสารสรุปผลของการประชุมศึกษาปัญหาราคา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำเล่มหนาเล่มหนึ่งครับ ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่หลาย ๆ ฝ่ายเมื่อสัปดาห์ ที่แล้วก็นำมารายงานต่อสภาว่ารัฐบาลได้ไปดำเนินการอะไรบ้างในข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าว ท่านประธานครับ นี่จะเห็นได้ว่าอ้อยมีปัญหามาหลายปี แล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นครับ หลังจากมีการตั้งคณะกรรมาธิการ สามัญขึ้นมา ๓๕ คณะ คณะหนึ่งก็คือคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม ซึ่งมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรรมาธิการทั้งหมด ๑๕ ท่าน ได้หยิบยกการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยขึ้นมาพิจารณากี่ครั้งครับท่านประธาน ทั้งหมด ๕ ครั้งด้วยกันครับ ร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ครั้งแรก ท่านประธานครับ ก่อนที่จะพูดถึงการทำงานของกรรมาธิการ ความเดือดร้อนของ เกษตรกรชาวไร่อ้อย ผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากทางพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เสนอ แก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เราพิจารณาวันที่ ๒๗ มิถุนายน ในสภานะครับ การประชุมวิสามัญ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ผมได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาลทรายขึ้น คณะกรรมาธิการสามัญของสภาพิจารณากัน ๕ ครั้งครับ ครั้งแรก วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ เราพิจารณาแก้ไขโดยเชิญส่วนที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านมนตรี คำพล สมาพันธ์ชาวไร่อ้อย แห่งประเทศไทย สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ท่านปารเมศ โพธารากุล ที่นั่งอยู่ เป็นผู้หนึ่งที่เสนอกฎหมายภาคประชาชนเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา จำนวน ๑๗,๘๓๙ ท่าน รวมอยู่ด้วยครับ สหพันธ์สมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ท่านสุวิทย์ พันธุ์วิทยากูล รวมทั้งท่านอนันต์ ผลอำนวย ให้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ปีนั้น ขอรัฐบาลไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยนะครับ ได้ผลักดันจนสำเร็จ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้เงินช่วยเหลือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งต่อมาเราพิจารณากันวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ท่านสุเนตร วังกรานต์ นายกสมาคม ส่งเสริมอาชีพการเกษตรสุพรรณบุรี และคณะ ได้เสนอมาว่าเกษตรกรชาวไร่อ้อยประสบ ปัญหาภัยแล้ง ผลผลิตไม่ได้เลยนะครับ ขอให้ดำเนินการช่วยเหลือ เราก็เสนอต่อไป แล้วก็ วันที่ ๑๘ มีนาคม ก็มีการพิจารณาผลักดันให้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน คือ ๖,๕๐๐ ล้านบาท กับ ๓,๕๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนำ ๓,๕๐๐ ล้านบาท ไปช่วยเกษตรกร และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ก็คือไป ช่วยอ้อยไฟไหม้นะครับ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าได้พยายามดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยตลอดมา วันที่ ๑๔ สิงหาคม ท่านปารเมศ โพธารากุล ขออนุญาตเอ่ยนามอีกสักครั้งครับ กับท่านพนม ตะโกเมือง ก็ได้เข้ามาร่วมกัน พิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างยั่งยืนในเรื่องต่าง ๆ การจัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลและเทคโนโลยีต่าง ๆ นี่นะครับ สิ่งเหล่านี้ก็พยายามช่วย ทุกประการให้กับพี่น้องชาวไร่อ้อย เห็นไหมครับว่ากรรมาธิการวิสามัญได้ช่วยส่วนหนึ่ง กรรมาธิการสามัญได้ช่วยส่วนหนึ่ง ผมได้จัดสัมมนาครับท่านประธานที่เคารพครับ จัดสัมมนาที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ไปเป็นประธานเปิดที่ตำบลบ่อสุพรรณ นายกธนวัน ตันติเกษตรกิจ เป็นผู้ให้สถานที่จัดสัมมนาครั้งนั้น ท่านปารเมศอีกเช่นเดียวกันครับ ในฐานะที่รับผิดชอบ ดูแลภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ท่านพนมก็มาเป็นวิทยากรให้ในวันนั้นด้วยก็ต้อง ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลผมเห็นด้วยกับท่านวีระกร คำประกอบ เมื่อสักครู่นี้ สำคัญที่สุดว่าท่านช่วย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ท่านช่วย ๖,๕๐๐ ล้านบาท บวก ๓,๕๐๐ ล้านบาทแล้ว รวมเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เกษตรกรเขาต้องการ ขณะนี้นี่นะครับ สำคัญที่สุดก็คือเรื่องการที่รัฐบาลไปประกาศใช้มาตรา ๔๔ คำสั่งที่ ๑/๒๕๖๑ ไปยกเลิกโควตา ก ลอยตัวราคาน้ำตาลทราย ซึ่งมันเป็นปัญหาถึง การดัมป์ (Dump) ราคาน้ำตาลทราย เป็นผลต่อไปถึงราคาในการแบ่งผลประโยชน์ ๓๐ ๗๐ ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วย เขาอยากได้ส่วนนี้คืนมาครับ ๕ บาทนี่นะครับ เขาอยากได้เข้ากองทุน ให้มีกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกลับคืนมาครับ ผมเห็นด้วย กับท่านวีระกร คำประกอบ เป็นอย่างยิ่งนะครับ ถ้าตรงนี้จะตรงประเด็นมากที่สุด
ท่านประธานครับ รัฐบาลก็ช่วยเหลือหลายประการ มาปีนี้ประสบปัญหาใหม่ ผมจะอนุญาตให้ข้อมูลท่านประธานดังนี้นะครับ ปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑ มีอ้อยเข้าหีบ ๑๓๔ ล้านตัน เอาตัวเลขตรง ๆ นี่นะครับ ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ มีอ้อยเข้าหีบ ๑๓๐ ล้านตัน ปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ มีอ้อยเข้าหีบเพียง ๗๔.๘๙ ล้านตัน มันลดลงครึ่งหนึ่งเลยนะครับ เพราะประสบปัญหาภัยแล้ง ปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ กำลังจะถึงนี่นะครับ จะมีอ้อย เข้าหีบเพียง ๖๕-๖๖ ล้านตันเท่านั้นเองครับ อย่างที่ท่านวีระกรได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ เขาเลิกกันแล้วครับ ทนไม่ไหวครับที่จะขาดทุน ที่จะประสบปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ลำบากเหลือเกิน ขณะนี้พื้นที่ปลูกอ้อยเคยมีถึง ๑๒ ล้านไร่ ปัจจุบันเหลือพื้นที่ ปลูกอ้อยเพียง ๘.๗ ล้านไร่เท่านั้นเอง ต่ำที่สุดในรอบ ๑๐ ปีครับท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยโดยเร่งด่วน ท่านวีระกร พูดถึงราคาตลาดโลกน้ำตาลทราย ขณะนี้เหลือเพียง ๑๒-๑๓ เซนต์ต่อปอนด์เท่านั้นเอง ถ้าจะให้เกษตรกรได้ ๑,๐๐๐ บาทต่อตันแล้ว มันจะต้องราคาตลาดโลกน้ำตาลทราย ต้องขึ้นไปถึง ๑๗ เซนต์ต่อปอนด์ละครับ แล้วจะทำอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหาดังกล่าวยังมีปัญหาอีกมากมายที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยเขาเรียกร้องไว้ ไม่ว่าจะเป็น การเก็บภาษีความหวาน ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกสารเคมี ๓ ชนิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุน การลงทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย การปรับปรุงพันธุ์อ้อย การเพิ่มการผลิตเชื้อเพลิง ชีวภาพ เคมีชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ รัฐควรจะเร่งสนับสนุน สิ่งเหล่านี้ต้องทำอย่าง ครบวงจร จึงจะสามารถทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยดำรงชีพอยู่ได้
สุดท้ายครับ ผมขอความกรุณาจากสภาแห่งนี้ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำแล้ว กรรมาธิการสามัญของผม ช่วยมา ๕ ครั้งแล้วนะครับ วันนี้ท่านร่วมกันอีกสักครั้งเถอะครับ เราพิจารณาพระราชบัญญัติ ๘ ฉบับด้วยกันในวันนี้ แก้ไข พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ขอท่านได้กรุณาสนับสนุนทั้ง ๘ ฉบับด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ