สุนี ไชยรส ชี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากกฎหมายป่าไม้และข้อจำกัดด้านสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมย้ำความสำคัญของการจัดทำรายงานพิเศษเพื่อยกย่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีโดยไม่กระทบสถานะความเป็นไทย เสนอจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติและจังหวัดที่มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมของชนเผ่าอย่างแท้จริง รวมถึงผลักดันร่างกฎหมายที่รองรับสิทธิโดยเน้นกลไกสภาชนเผ่า เพื่อสร้างความร่วมมือกับรัฐอย่างยั่งยืนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน สุนี ไชยรส ค่ะ ขออนุญาตที่จะชี้แจงบางประเด็นแล้วก็หารือด้วย นะคะ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลาย ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดถึงภาพรวมของ ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของกฎหมายป่าไม้ การเข้า ไม่ถึงสิทธิสาธารณูปโภค ซึ่งท่านจะเห็นว่าหลายท่านได้ชี้ชัดแล้วก็บอกว่ามันเจอปัญหาแม้แต่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการไปก็ยังแก้ไม่ไหวนะคะ เยอะแยะอยู่ ตรงนี้เป็นประเด็นร่วมซึ่งดิฉันอยากจะขอเชื่อมโยงกลับมาที่เรื่องของกรรมาธิการชาติพันธุ์ ชุดนี้ที่ทำรายงานขึ้นมา ท่านจะได้ตระหนักและเห็นภาพว่ารายงานชิ้นนี้จะช่วยตอบคำถาม ว่าทำไมสิ่งที่แม้แต่คนที่มีสัญชาติไทย แม้แต่คนที่ไม่ใช่กลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งได้สิทธิอยู่ตามมุม ต่าง ๆ เหมือนอย่างที่หลายท่านอภิปราย เป็นปัญหาร่วม แต่จำเป็นจะต้องมีรายงานพิเศษ เกี่ยวกับเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ มีหลายท่านอภิปรายว่าไม่ควรจะเรียกเขาว่ากลุ่มชาติพันธุ์ เพราะว่าควรจะเคารพศักดิ์ศรีและให้ความเป็นคนไทยแก่เขา ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ว่า เรายอมรับว่าประเทศไทยมีหลายชาติพันธุ์อย่างน้อยการสำรวจเมื่อสักครู่ก็คือมีหลายท่านพูด แล้วว่าประมาณ ๗๐ ชาติพันธุ์ ในรายงานนี่พยายามจะนำเสนอว่าเราต้องเคารพวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี แล้วก็อนุรักษ์หลาย ๆ เรื่องของเขาแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ มันจึงไม่ใช่ การให้อภิสิทธิ์เขา แล้วก็ไม่ได้หมายถึงว่าเขาไม่ใช่คนไทย เพียงแต่ว่ามีนัยพิเศษที่เราจำเป็น จะต้องมีข้อเสนอแนะที่มีลักษณะเฉพาะนะคะ ขออนุญาตเรียนตอบไปถึงท่านที่เห็นว่าเราไม่ ควรใช้คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าวันนี้สิ่งที่รายงานของคณะกรรมาธิการพยายาม จะตอบคำถามในปัญหาของการเข้าไม่ถึงสิทธิ แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ท่านกรุณาลองสังเกต ข้อที่ ๑ เป็นหลักนะคะ ข้อที่ ๑ ได้นำเสนอว่าเราพยายามจะร่างกฎหมาย ซึ่งท่านณัฐวุฒิ ก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าร่างนี้เสร็จแล้ว แต่ว่าอิงจากหลักการที่นำเสนอในวันนี้ ถ้าเชื่อมโยง จากที่ทุกท่านพูดท่านจะเห็นภาพชัดเจนว่าเราไม่ต้องการแก้รายกรณี เราไม่ต้องการ ให้เกิดการแก้ปัญหาเป็นจุด ๆ แต่ว่าสิ่งที่ร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการเสนอในหลักการ ในรายงานวันนี้พยายามจะสร้างกติกา แล้วก็สร้างกลไกดำเนินงานให้ชัดเจน ยกระดับ ของปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ให้กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด กระทรวงหนึ่ง แต่กลายเป็นปัญหาระดับชาติที่จำเป็นอย่างยิ่ง ท่านสังเกตนะคะหลักการ ที่เสนอนอกเหนือจากการเคารพต่อวิถีชีวิต พันธกรณีระหว่างประเทศ และรัฐธรรมนูญ โดยทั่วไปได้เสนอรูปธรรม ๓-๔ ประเด็น
๑. ก็คือคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งเป็นกรรมการ ระดับชาติ ตรงนี้จะนำมาซึ่งการกำหนดนโยบายแล้วก็การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตรงนี้จะเป็นการยกระดับของปัญหา และมีกรรมการรับผิดชอบโดยตรง
ส่วนที่ ๒ ก็คือว่าที่ท่านเป็นห่วงเรื่องจะทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการ แก้ไขปัญหา ท่านสังเกตดูว่ามีหลักการของการมีส่วนร่วม คณะกรรมการเองก็มีสัดส่วน ของกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วยังมีคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งจะทำให้เข้ามาดูแลปัญหา ของกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็ปัญหาร่วมกับพี่น้องประชาชนกลุ่มอื่น ๆ นะคะ ในนั้นก็มีสัดส่วน ของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งอันนี้พอดีที่พูดพาดพิงถึงพี่น้องมลายูไปแล้วด้วยว่าอาจจะดูเหมือน ไม่ชัด แต่กติกาตรงนี้จะนำมาซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ได้เข้าสู่กลไกของคณะกรรมการซึ่งมี ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด
๓. ก็คือมีกลไกของสภาชนเผ่า ซึ่งในที่นี้ก็ได้เสนอชัดเจนว่าทุกชาติพันธุ์ ทุกชนเผ่าสามารถที่จะมีตัวแทนของตัวเองเสริมความเข้มแข็ง แล้วก็มีส่วนร่วม ในกระบวนการทำงานของทุกปัญหา คือมีส่วนร่วมที่จะส่งเสียงของเขาเอง ขณะที่ เขาก็อนุรักษ์เรื่องราวของเขา แล้วก็ทำให้เป็นกลไกในการร่วมมือกับรัฐในการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นถ้าท่านสังเกตหลักการในข้อ ๑ มันจะโยงไปถึงการแก้ไขปัญหาหลายกรณี ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยแนะนำว่าเรามาช่วยกันผลักดันให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ เกิดขึ้นเพื่อทำให้เราไม่ต้องมาแก้ไขรายกรณี แต่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาทั้งพี่น้องที่อยู่กับป่า ทั้งที่อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็สามารถอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของเขา ซึ่งโยงไปถึงทั้งเรื่องของการศึกษา โครงการต่าง ๆ ที่หลายท่านอภิปรายนะคะ ดิฉันคิดว่า เรามาจัดการกับแนวคิดแล้วก็ทำให้ร่างกฎหมายซึ่งจะตอบโจทย์ที่ท่านทั้งหลายได้อภิปราย ทำให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็เกิดสิ่งที่ไม่ตกหล่นเหมือนที่ท่านประธาน มุกดาได้พูดเอาไว้ว่าเราจะไม่ทิ้งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ว่าจะทำให้ร่างกฎหมาย ซึ่งบังเอิญเขียนเอาไว้ในหลักการข้อ ๑ อย่างชัดเจนนะคะ ดิฉัน คงไม่ได้ชี้แจงไปถึงข้ออื่น ๆ เพราะว่าเรื่องของป่าท่านได้พูดกันอย่างมาก ซึ่งดิฉันชื่นชมมาก ว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกภาคได้เข้าใจปัญหาของพี่น้องอยู่กับป่า ปัญหาที่ดิน ทำกิน ปัญหาที่อยู่อาศัย และนั่นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ว่าในกฎหมายของกลุ่มชาติพันธุ์เอง ก็จะต้องทำงานร่วมมือกับกฎหมายระดับชาติอื่น ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ