อภิชาติ ศิริสุนทร หารือประเด็นสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกละเลย พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่ขัดขวางการคืนสิทธิในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อคุ้มครองวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสการอภิปราย ในรายงานผลการศึกษาฉบับนี้ และที่สำคัญต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้แก้ไข ข้อบังคับของสภาเพื่อบรรจุให้มีคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ชื่อว่า คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งอดีต พรรคอนาคตใหม่ตอนนี้เป็นพรรคก้าวไกลก็มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดคณะกรรมาธิการ ชุดนี้นะครับ และต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้เห็นความสำคัญในการที่จะศึกษา ปัญหาของพี่น้องชาติพันธุ์ ซึ่งในร่างรายงานฉบับนี้ผมเข้าใจว่าได้สะท้อนเห็นถึงความรัก ความห่วงใยต่อพี่น้องชาติพันธุ์ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของ พี่น้องชาติพันธุ์ที่หมักหมมมายาวนานนะครับ ได้สะท้อนให้เห็นการพยายามที่จะให้สภาแห่งนี้ หรือจะให้รัฐบาลเห็นถึงการคืนสิทธิในการเป็นพลเมือง เห็นในการคืนสิทธิในการจัดการ ทรัพยากรที่เขาอยู่มานมนาน ท่านประธานครับ ที่สำคัญคือสะท้อนให้เห็นการพยายามที่จะ เสนอแนวทางให้เกิดการคุ้มครองวัฒนธรรมดั้งเดิมของพี่น้องชนเผ่าหรือชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ต้องถือโอกาสขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ในฐานะ ที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในการจัดการที่ดินของพี่น้องชาติพันธุ์หลั่งไหลเข้ามาสู่ คณะกรรมาธิการทุกภาคของประเทศเลยทีเดียวนะครับ ท่านประธานครับ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยไม่ใช่น้อยกลุ่มเท่าที่ผมอ่านในรายงาน ๕๖ กลุ่ม ประชากรไม่น้อยกว่า ๖ ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ในประเทศซึ่งกระจายอยู่ทั่ว ทุกทั้งภูมิภาคมีจำนวนมาก ดังนั้นพลเมืองเหล่านี้หรือกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ไม่ควรที่จะถูก ละเลยจากรัฐ รัฐต้องมีหน้าที่ที่จะคุ้มครองพวกเขาเหล่านั้น รัฐต้องดูแลพวกเขาเหล่านั้น สำคัญ ที่สุดครับกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้เขามีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงธรรมชาติ เขามีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงทรัพยากร วิถีชีวิตเหล่านั้นกลั่นกรองออกมาเป็นวัฒนธรรม หมักหมม สั่งสมมายาวนาน จนกลายเป็นวิถี ในการปฏิบัติ จนเป็นที่ยืนยันได้แล้วว่าเขาสามารถอยู่กับป่า อยู่กับทรัพยากรธรรมชาติ เขารักษาป่า รักษาทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความสมดุลในชีวิตของเขา สร้างความสมดุล ในความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ เพราะนั่นคือแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตเขาโดยผ่านระบบ วัฒนธรรมมายาวนาน ดังนั้นวิถีชีวิตเหล่านี้ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ และสำคัญคือภูมิปัญญาซึ่งเขาอยู่กับป่า ป่าอยู่กับคน ป่าสมบูรณ์ เขาสมบูรณ์ นี่คือ หลักสำคัญ แต่ท่านประธานครับ รัฐไทยอาจจะไม่เชื่อเรื่องนี้ เท่าที่ผ่านมาเราก็เห็นริ้วรอย ของความไม่เชื่อของรัฐไทย ทั้ง ๆ ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ แม้กระทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้มีบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจน ว่ากลุ่มชาติพันธุ์นั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือรัฐต้องรับรอง แม้แต่ปฏิญญาสากลก็รับรอง เอาไว้ แต่ท่านประธานครับ ปัญหาที่ผมจะชี้ให้เห็น ณ วันนี้ก็คือว่าการคืนสิทธิในฐานะ พลเมือง การคืนสิทธิเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกิน จะเป็นไปไม่ได้เลยถ้ากฎหมายต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตซึ่งเกิดก่อนกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป ไม่ได้รับเอามารื้อ มาสังคายนา ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ ซึ่งไปลิดรอนสิทธิของ ชุมชนดั้งเดิม ต้องเปลี่ยนนะครับ ต้องแก้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ที่ออกมา ล่าสุด ก็เป็นได้แค่อนุญาตให้เขาอยู่ ไม่ได้สะท้อนเจตนารมณ์แห่งการรับรองสิทธิของเขาเลย พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องกันพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของเขาออกจาก อุทยานครับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าก็เช่นเดียวกัน การที่จะหาอยู่หากิน กับวิถีของธรรมชาตินั้นก็เป็นไปได้ลำบากเพราะกฎหมายเหล่านี้ได้ลิดรอนสิทธิเขาโดยแท้ ไม่ว่า จะเป็น พ.ร.บ. ซึ่งออกมาตั้งยาวนานนะครับ พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ปี ๒๔๙๗ ก็เช่นเดียวกันที่สาธารณประโยชน์ประกาศทับที่สิทธิของชุมชนดั้งเดิมกระจายกันอยู่ทั่ว ทุกภาค อันนี้ก็เป็นปัญหาครับท่านประธาน ดังนั้นนโยบายต่าง ๆ ของรัฐมันไม่ได้สะท้อน เรื่องของการคืนสิทธิให้กับพี่น้องชนชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นการทวงคืนผืนป่า มติ ครม. ต่าง ๆ ซึ่งผมก็คงจะไม่ลงรายละเอียด เพราะมันเป็นกฎหมายลูกที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ข้อเสนอของผมที่จะเสนอเพิ่มเติมให้กับคณะกรรมาธิการได้บรรจุเข้าไว้ในรายงานแห่งนี้ เพื่อส่งต่อไปให้รัฐบาล ผมเห็นว่ากฎหมายต่าง ๆ ก็ต้องแก้ไขให้มันไม่ลิดรอนสิทธิ ให้รับรอง สิทธิของพี่น้องชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและถูกรับรองโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ นี่ถึง จะเป็นทางออก และสำคัญครับ ผลในทางปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นโดยแท้จริงนั้นต้องมี พ.ร.บ. พิเศษขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของชนชาติพันธุ์เหล่านี้อย่างชัดเจน ซึ่งสภาแห่งนี้น่าจะเป็นสภา ที่มีบทบาทสำคัญที่จะไล่รื้อกฎหมายต่าง ๆ ที่มันเป็นอุปสรรค ไล่รื้อกฎหมายต่าง ๆ ให้มัน สอดคล้องกับยุคสมัย ไล่รื้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นไปตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนั้นผมขอฝากทาง กรรมาธิการได้เพิ่มในประเด็นนี้เข้าไป และจะได้มีโอกาสในการที่จะร่วมมือในการทำงาน เพื่อให้สิทธิของความเป็นพลเมืองและสิทธิในการจัดการบริหารทรัพยากรที่ดินทำกิน เกิดมรรคผลโดยแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน