บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหาชาวชาติพันธุ์พลัดถิ่นที่ขาดสถานะทางสัญชาติและสิทธิขั้นพื้นฐาน แม้เกิดในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการออกเอกสารรับรองสิทธิและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นคนไทยอย่างเท่าเทียม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มี ความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการ ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด และได้จัดทำรายงานเป็นรูปเล่มที่มีความสมบูรณ์นะครับ เข้าใจว่าจะเป็นฉบับแรกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ได้ศึกษาเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ และพร้อมตั้งข้อสังเกตหลายข้อด้วยกันนะครับ แต่กระผมก็อยากที่จะฝากข้อสังเกตที่ไม่ได้ อยู่ในรายงานฉบับนี้ ก็คือเรื่องของชาวชาติพันธุ์ที่พลัดถิ่น ไปใช้แรงงานหรือไปประกอบ อาชีพนอกถิ่นฐานของตน เช่นที่จังหวัดระยองบ้านผม ก็มีชาวชาติพันธุ์หลายชาติพันธุ์ จำนวนมากมาใช้แรงงานที่จังหวัดระยอง แล้วก็ผู้ที่เป็นชาวชาติพันธุ์เหล่านี้ก็ไม่มี บัตรประจำตัวประชาชน เท่าที่ผมสอบถามประวัติเขาก็เกิดในประเทศไทย อยู่ในพรมแดน ของประเทศไทย แต่เขาก็ได้บัตรสีชมพูบ้าง เขาเรียกว่าไร้สัญชาติ มีหลายอย่างนะครับ ซึ่งสอบถามเรื่องสิทธิแล้วเขาก็ไม่มีสิทธิ สิทธิเรื่องการศึกษา แน่นอนเขาจะต้องได้รับสิทธิ ที่ไม่เท่าเทียมคนไทย สิทธิเรื่องการรักษาพยาบาล เขาก็ย่อมไม่ได้รับสิทธินั้น สิทธิเรื่อง การทำงาน การประกอบอาชีพ และสิทธิพลเมือง สิทธิชุมชนต่าง ๆ การครอบครองทรัพย์สิน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินอะไรต่าง ๆ ความที่เขาเป็นคนไทย แต่ว่าความเจริญอาจจะไปล่าช้า ดังที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านว่าเขาคือคนไทย แต่อยู่บน ภูเขา เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะฝากว่านอกจากการศึกษาเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ใน ถิ่นฐาน ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก ภาคอีสาน หรือภาคกลางก็ตาม อยากที่จะให้คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าให้ไปดูแลชาวชาติพันธุ์ที่ได้พลัดถิ่น ไปประกอบอาชีพ หรือไปใช้แรงงานในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ให้เขามีศักดิ์ศรี ของความเป็นคนไทยเท่าเทียมกับคนไทยทั้งประเทศนะครับ อย่าได้ให้เขามีความด้อยซึ่งสิทธิ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การศึกษา สิทธิผู้สูงอายุ สวัสดิการผู้สูงอายุ หรือสิทธิ ที่เขาจะได้รับค่าส่วนต่างของการชดเชยทางด้านพืชผลการเกษตรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติม ในพื้นที่ผมนะครับ มีคนที่เกิดใน ประเทศไทย ไม่ทราบจะเรียกชาติพันธุ์ได้หรือไม่ ยกตัวอย่าง ๓ คนนะครับ คุณกาญจนา แซ่คู หรือ แซ่จัง คุณสมจิตร แซ่คู หรือ แซ่จัง อันนี้ผมขออนุญาตเขาแล้วนะครับ เขาเป็นกลุ่ม เชื้อสายคนจีน เกิดในประเทศไทย จนบัดนี้คุณกาญจนาอายุ ๗๘ ปีแล้ว คุณสมจิตร ๗๒ ปีแล้ว ก็ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน มีทะเบียนบ้านแต่ไม่มีบัตรประชาชน เขาไม่ได้สิทธิอะไรสักอย่าง หนึ่งเลย เขาต้องใช้ชีวิตที่เหมือนบุคคลชั้นสองนะครับ คุณแทน เหงียนถิ อายุ ๗๕ ปี ทะเบียนบ้านอยู่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ก็ได้บัตรไร้สัญชาติ มาอยู่กับลูก ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล ไม่มีสิทธิผู้สูงอายุนะครับ ทั้ง ๓ รายนี้ ไปติดต่อที่ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการอำเภอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้ง ๆ ที่หลักฐานต่าง ๆ ก็หามาจนครบจนหาไม่ได้แล้ว หาหมอตำแย หมอตำแยก็ไม่อยู่แล้วนะครับ ผมก็คิดว่าการที่จะให้บุคคลที่อยู่ในประเทศไทยได้มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย แล้วก็เขาหมดอายุขัยไปในประเทศไทยเรียกว่านอนตายตาหลับ อยากที่จะให้ กระทรวงมหาดไทยซึ่งอยู่ในข้อสังเกตหนึ่งที่คณะกรรมาธิการได้ตั้งไว้คือข้อสังเกตที่ ๕ ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดกระบวนการทางสัญชาติไทยให้รวดเร็วและทั่วถึงในกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิการศึกษา สิทธิรักษาพยาบาล สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิผู้พิการ ตลอดจนการออก เอกสารรับรองตัวบุคคลให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ ผมเข้าใจว่ากระทรวงมหาดไทยเคยมี ประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับนายอำเภอหรือปลัดอำเภอบางแห่งที่ไปออกบัตรประจำตัว ประชาชนให้แก่คนต่างด้าวอะไรทำนองนี้นะครับ มีผลประโยชน์เกิดขึ้น แล้วก็มีการทุจริต เกิดขึ้น ทีนี้เมื่อบุคคลเหล่านี้เกิดอยู่ในประเทศไทยแล้วมีบุคคลรับรอง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้อาวุโสในท้องถิ่นรับรอง ผมว่าพยายามที่จะเอื้ออำนวยให้บุคคลเหล่านี้อย่าให้ เขาเป็นสัมภเวสีในประเทศไทยเลย คำว่า สัมภเวสี ก็คือหมายความว่าเขาไม่มีความเป็น มนุษย์เท่าเทียมกับผู้อื่น จะไปไหนก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แล้วก็เสี่ยงต่อการถูกเหยียด ดูแล เป็นบุคคลชั้นที่สองนะครับ เขาจะได้รับสิทธิทางกฎหมายก็ไม่เท่าคนอื่น ถ้าหากว่า ทางราชการจะรับรองโดยประชาสังคม ประชาคมก็แล้วแต่ ให้เขาได้มีโอกาสมีบัตรประจำตัว ประชาชนคนไทย แล้วก็ให้เขามีสิทธิต่าง ๆ มาพัฒนาประเทศไทยร่วมกัน ผมก็อยากที่จะฝากบุคคล เหล่านี้ ซึ่งทั่วประเทศไทยผมว่ามีจำนวนมาก เขามีสิทธิน้อยกว่าชาวต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศ ไทย มีสิทธิรักษาพยาบาลทุกอย่างเหมือนคนไทยเลย มีสิทธิรักษาพยาบาลเท่ากับ ประกันสังคม เท่ากับบัตรทอง แต่บุคคลเหล่านี้ไม่มีอะไรสักอย่างหนึ่งเลย เขาต้อง แบกรับภาระตัวของเขาและครอบครัวมากและมากเกินไปแล้ว ก็ขอฝากท่าน คณะกรรมาธิการได้รับข้อสังเกตผมไปด้วย และเร่งรัดดำเนินการให้บุคคลเหล่านี้ได้มีความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ