ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ หารือประเด็นความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมในประเทศไทย เน้นย้ำปัญหาความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เปราะบาง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขจากผลการศึกษาภาคสนามเพื่อนำไปจัดทำเป็นกรอบนโยบายหรือกฎหมาย ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายจากส่วนกลางที่ละเมิดสิทธิชุมชน โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ป่าไม้ และ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ที่กระทบวิถีชีวิตดั้งเดิม และผลักดันให้รัฐดำเนินการตามมติ ครม. เพื่อคุ้มครองชาวกะเหรี่ยงและชาวเลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการไม่ทิ้งกลุ่มใดไว้ข้างหลังเพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและอารยะอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการ ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภาไทยแห่งนี้ และวันนี้ขอขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน รวมถึงท่านผู้ฟัง ผู้ชมที่อยู่ที่บ้าน ปวงชนชาวไทยทุกท่าน วันนี้นับเป็นวันดีครับ เป็นฤกษ์ยามวันดีที่รายงานของกรรมาธิการของเรามีคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นครั้งแรกที่สภาผู้แทนราษฎรเราได้นำปัญหาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มาคุย ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการได้พูดไปแล้วว่าไม่ต่ำกว่า ๖,๑๐๐,๐๐๐ คน ตัวเลขที่ยัง ไม่ได้สำรวจน่าที่จะมากกว่านี้นะครับ
ท่านประธานครับ การที่รัฐรัฐหนึ่ง ประเทศประเทศหนึ่ง มีพลเมือง ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีความหลากหลายวัฒนธรรมอยู่ในประเทศนั้น ๆ ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายวัฒนธรรม มีหลากหลายชาติพันธุ์ถือเป็น พหุวัฒนธรรมประเทศหนึ่งนะครับ นั่นคือการได้เปรียบของประเทศไทย และครั้งนี้เราได้มี การศึกษาปัญหาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์นะครับ
ท่านประธานครับ บางท่านอาจจะยังสงสัยว่าชาติพันธุ์คือใครหรือ ใครบ้าง ที่จัดว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ และมีปัญหาอะไรอยู่ ทำไมถึงต้องศึกษา ในคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นครั้งแรกของสภาผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ชุดของเรานี่นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างมาก และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่จะหารือเป็นข้อสังเกตให้กับกรรมาธิการ เพื่อเป็น การแก้ไขปัญหาพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อีก ๖ ล้านกว่าคนที่กำลังเฝ้ารอปัญหาที่กำลังจะแก้อยู่ นะครับ คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ก่อนหน้าเราจะมีคำว่า ชาวเขา ชนเผ่า ชาวไทยภูเขา ณ ตอนนี้ เราจะมารวมอยู่ในคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีตั้งแต่กลุ่มชาติพันธุ์ทั้งอยู่บนดอย พื้นที่ราบ ชายฝั่งทะเล แล้วก็อยู่บนเกาะนะครับ กลุ่มชาติพันธุ์จำกัดความไว้คือกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มีความเป็นอัตลักษณ์ มีวัฒนธรรม มีภาษา มีขนบธรรมเนียมประเพณี มีวิถีชีวิตดั้งเดิม ที่มีความเหมือนกัน
ประเด็นที่เราต้องศึกษาแก้ไขปัญหาของคณะกรรมาธิการคือกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ผ่านมาหรือในประเทศไทยคือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความเปราะบาง เป็นชนกลุ่มน้อยที่มี ความไม่เท่าเทียม ด้านการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ของรัฐยังไปไม่ถึง นี่คือข้อสังเกตและข้อศึกษา ของคณะกรรมาธิการของเรา และเราหวังว่าการศึกษาครั้งนี้จะเป็นไฟคบเพลิงเพื่อนำทาง ในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ และขอขอบคุณผู้อภิปรายทุกท่านที่จะมีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นคัมภีร์ในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไปครับ
ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการของเราได้เดินทางไปศึกษา รับปัญหา ทุกกลุ่มวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ พี่น้องกลุ่มมานิ พี่น้องมอแกน มอแกลน ชาวเล ไปทางภาคเหนือก็ไปทุกกลุ่มชาติพันธุ์นะครับ เราได้ศึกษา แก้ปัญหาแล้วว่าวิธีที่จะแก้ปัญหา แนวทางแก้ปัญหาได้สรุปเป็นรูปเล่ม เป็นคัมภีร์หรือเป็น ฉบับที่รายงานสู่สภา นับเป็นโอกาสดีว่าหลังจากที่ได้รับการสนับสนุนแล้วก็น่าที่จะเป็นเอกสาร เป็นคัมภีร์ เป็นแบบฉบับในการออกกฎหมายต่าง ๆ หรือนำไปเพื่อเป็นข้อมูล ในการแก้ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์
ที่ผ่านมาครับท่านประธาน การออกกฎหมายต่าง ๆ นโยบายต่าง ๆ ที่ออก จากส่วนกลาง ความจริงคือปัญหาต่าง ๆ ที่ออกไป การแก้ปัญหาโดยออกกฎหมายไป เราไม่ได้ทราบถึงปัญหาที่แท้จริง ฉะนั้นการออกกฎหมายจึงเป็นการออกกฎหมายที่ ไปทับสิทธิ ไปกดทับ ไปลิดรอนสิทธิความเป็นดั้งเดิมของเขา ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ ได้บัญญัติเป็นกฎหมายสูงสุดปกครองประเทศคือรัฐพึงส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ในทางปฏิบัติกฎกระทรวงต่าง ๆ ยังเป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ยกตัวอย่าง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ จากที่กลุ่มชาติพันธุ์ เคยอาศัยเป็นชาวพื้นเมืองกลุ่มดั้งเดิมอยู่ก่อนกฎหมาย แต่กฎหมาย พ.ร.บ. ตัวนี้ออกมาปุ๊บ สิทธิในที่ดิน วิถีชีวิต อัตลักษณ์ตัวตนของตัวเอง สิ้นสภาพทันที นี่ก็เป็นปัญหาต่าง ๆ ที่กรรมาธิการของเราได้ไปศึกษาแล้วว่านี่คือปัญหา แล้วเราได้ให้ข้อสังเกตต่าง ๆ นะครับ กรณีที่หน่วยงานรัฐ หรือมติ ครม. ต่าง ๆ ไม่ได้รับ การแก้ไข ยกตัวอย่าง มติ ครม. ที่ ๖๖/๒๕๒๓ ๔๐ ปีมาแล้วนะครับ ในการเอาชนะ คอมมิวนิสต์ ส่งผลทิ้งท้ายปัญหาที่ยังแก้ไม่หมดของพี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย นี่ก็เป็นข้อคิด ข้อหนึ่งว่าประเทศไทยเรามีประสบการณ์ความขัดแย้งทางความคิด วิธีจะแก้ปัญหาประเทศไทย ณ ตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นข้อสังเกตให้กับพวกเราที่เป็นคนไทยทุกท่านว่าเราผ่าน ความขัดแย้งมา เราจะต้องข้ามความขัดแย้งและสร้างประเทศไทยนี้อย่างไร หลายท่านก็ยัง ถูกทิ้งไว้ ยังมีปัญหา การช่วยเหลือดูแลพี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยอยู่ นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่ง นะครับ มติ ครม. วันที่ ๒ มิ.ย. ๒๕๕๓ คุ้มครองวิถีชีวิตชาวเล นั่นก็ยังไม่เป็นผลในทางปฏิบัติ ยังไม่เป็นผลเป็นรูปธรรม รวมกับวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ มติ ครม. เหมือนกันครับ เป็นมติ ครม. ที่จะส่งเสริมคุ้มครองดูแลวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ๑๐ ปีมาเหมือนกันยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ผมหวังว่าการให้ข้อสังเกตของกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร นับจากนี้ไปจะเป็นโอกาสดี ที่เราจะมารื้อฟื้น แก้ไขปัญหาพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ โดยไม่แบ่งเขา แบ่งเรา ไม่เป็นชาวเขา ชาวเรา เราคือชาวเรา ชาวไทยด้วยกันนะครับ ก็อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่านี่เป็นครั้งแรกนะครับว่าประเทศไทยเราพูดเสมอว่าเราจะ ไม่ทิ้งพลเมืองไทยคนใดคนหนึ่ง กลุ่มวัฒนธรรมชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่งทิ้งไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ เราจะไม่ทิ้ง และเราจะทำให้เป็นรูปธรรม หวังว่าสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้จะปฏิบัติ และจะนำข้อสรุปรายงานของเราไปเป็นข้อสรุปเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็น ผู้นำแห่งประชาธิปไตย และเป็นประเทศที่เป็นอารยะในแถวหน้าครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน